บริษัท เอสทีซี คอนกรีตโปรดัคท์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.62
0.03 (4.62%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3508 out_tok=2376 at=2026-07-26T06:34:45 -->
# STC ขาดทุนสุทธิ Q3/64 ลดลง 98.8% รับรายได้โต-คุมค่าใช้จ่าย
## รายได้โต 24.79% หนุนกำไรขั้นต้นเพิ่ม สวนทางต้นทุนขนส่งพุ่ง แต่บริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้ดี
บริษัท เอสทีซี คอนกรีตโปรดัคท์ จำกัด (มหาชน) หรือ STC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้จากการขายและให้บริการ 103.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ภาพรวมเศรษฐกิจยังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และการแข่งขันในตลาดสูง แต่บริษัทสามารถรักษาฐานลูกค้าและระดับรายได้ไว้ได้ ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจากมูลค่าโอน, presale, backlog ที่รับรู้, อัตรากำไรโครงการ, รายได้ค่าเช่า, หรือรายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ STC ในไตรมาส 3 ปี 2564 มีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการที่ 24.79%** ซึ่งส่งผลให้ **ขาดทุนสุทธิลดลงถึง 98.81%** เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าจะมีปัจจัยกดดันจากค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น แต่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลงได้ช่วยบรรเทาผลกระทบดังกล่าว
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการในไตรมาส 3 ปี 2564 มาจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานจากภาครัฐที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ภาคตะวันออก รวมถึงงบประมาณการลงทุนในพื้นที่เมืองพัทยา แม้ว่าเศรษฐกิจโดยรวมจะชะลอตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการแข่งขันในตลาดจะสูงขึ้น แต่บริษัทฯ ยังคงสามารถรักษาฐานลูกค้าและระดับรายได้ไว้ได้
ในส่วนของกำไรขั้นต้น บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 23.07% สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น และยังสามารถรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้คงที่เมื่อเทียบกับปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 41.73% เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งสินค้า แต่ในทางกลับกัน ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 13.31% และค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง 17.11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การลดลงของค่าใช้จ่ายทั้งสองส่วนนี้มีส่วนสำคัญที่ช่วยลดผลขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมาก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** จากข้อมูลในเอกสาร ระบุว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ในไตรมาสนี้เป็นผลมาจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานจากภาครัฐในพื้นที่ภาคตะวันออกและเมืองพัทยา ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่อาจไม่แน่นอนในระยะยาว นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวถึงสภาวะตลาดที่มีการแข่งขันสูงขึ้นและอุปสงค์จากผู้บริโภคลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันที่ยังคงอยู่
แม้ว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการขนส่งจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา หากปัจจัยเหล่านี้ยังคงอยู่ หรือมีปัจจัยลบใหม่ๆ เข้ามา อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาสถัดไปได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 24.79% เป็น 103.89 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2564 เทียบกับปีก่อน
* **กำไรขั้นต้น:** เพิ่มขึ้น 23.07% เป็น 25.56 ล้านบาท คิดเป็น 24.60% ของรายได้
* **ค่าใช้จ่ายในการขาย:** เพิ่มขึ้น 41.73% เป็น 15.35 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ลดลง 13.31% เป็น 10.34 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงิน:** ลดลง 17.11% เป็น 0.82 ล้านบาท
* **ขาดทุนสุทธิ:** ลดลง 98.81% เป็น 0.03 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2564 เทียบกับปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท เอสทีซี คอนกรีตโปรดัคท์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและให้บริการอยู่ที่ 103.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.79% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐในพื้นที่ภาคตะวันออกและเมืองพัทยา แม้ว่าเศรษฐกิจโดยรวมจะยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และสภาวะตลาดที่มีการแข่งขันสูงขึ้น
กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 25.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.07% คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 24.60% ของรายได้ ซึ่งสอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น และบริษัทสามารถรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นให้คงที่ได้
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 41.73% จากผลกระทบราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนการขนส่ง แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 13.31% และค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง 17.11% เมื่อเทียบกับปีก่อน
โดยสรุป บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิ 0.03 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 98.81% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการทำรายได้ได้สูงขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นก็ตาม
## โอกาส
* **การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ:** การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ภาคตะวันออกและเมืองพัทยา เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยสนับสนุนรายได้ของบริษัทฯ
* **การรักษาฐานลูกค้า:** บริษัทฯ ยังคงพยายามรักษาฐานลูกค้าและระดับรายได้ให้อยู่ในอัตราคงที่ ท่ามกลางสภาวะตลาดที่มีการแข่งขันสูง
## ความเสี่ยง
* **ผลกระทบจากโควิด-19:** การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม ทำให้เกิดการชะลอตัวของการลงทุนจากทุกภาคส่วน
* **การแข่งขันในตลาด:** สภาวะตลาดที่มีการแข่งขันสูงขึ้นจากการที่อุปสงค์จากผู้บริโภคลดลง เป็นปัจจัยกดดันต่อรายได้และอัตรากำไร
* **ต้นทุนการขนส่ง:** การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการขนส่งสินค้า ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐในพื้นที่ภาคตะวันออกและเมืองพัทยาในไตรมาสถัดไป
* ความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมัน
* ทิศทางของอุปสงค์จากผู้บริโภคและสภาวะการแข่งขันในตลาด
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดผลขาดทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในไตรมาส 3 ปี 2564 STC ได้รับอานิสงส์จากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐในพื้นที่ภาคตะวันออกและเมืองพัทยา ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ทำให้รายได้จากการขายและบริการเติบโตขึ้น 24.79% แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจจะยังคงเผชิญกับความท้าทายจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้คงที่ที่ 24.60% ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตได้ดี อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้นจากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันได้ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการขายปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดผลขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมาก ทำให้บริษัทขาดทุนสุทธิเพียง 0.03 ล้านบาท ซึ่งลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ ในไตรมาส 3 ปี 2564
## สรุปท้าย
STC ในไตรมาส 3 ปี 2564 สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการให้ขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 98.81% โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่ 24.79% ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐในพื้นที่ภาคตะวันออกและเมืองพัทยา แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้นจากการปรับตัวของราคาน้ำมัน แต่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลงได้ช่วยบรรเทาผลกระทบดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ทิศทางผลประกอบการในอนาคตยังคงต้องจับตาปัจจัยภายนอก เช่น นโยบายการลงทุนภาครัฐ และสภาวะตลาดที่มีการแข่งขันสูง รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนที่ผันผวน.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STC ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
163.11
ล้านบาท
↑ 3.7% YoY
กำไรขั้นต้น
44.69
ล้านบาท
↓ 7.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.40
%
กำไรสุทธิ
10.64
ล้านบาท
↑ 2.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.52
%
D/E Ratio
1.13
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
163
↑ + 3.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
45
↓ -7.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
11
↑ + 2.6%
YoY
D/E Ratio
1.13
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.13
ROE (%)
1.32
ROA (%)
1.86
Book Value/หุ้น
0.67
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-23
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+12
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-23.25
-43.53%
|
-41.17
+795.00%
|
-4.60
-88.12%
|
-38.71
-8.23%
|
-42.18
-258.45%
|
26.62
-12.06%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
12.38
-70.77%
|
42.36
+34.26%
|
31.55
-47.36%
|
59.93
-972.34%
|
-6.87
-65.37%
|
-19.84
+5.81%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
8.69
-207.68%
|
-8.07
-72.36%
|
-29.20
+19.28%
|
-24.48
-149.86%
|
49.10
-314.60%
|
-22.88
-646.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2.20
-67.98%
|
-6.87
+205.33%
|
-2.25
-30.77%
|
-3.25
-6,600.00%
|
0.05
-100.31%
|
-16.10
-202.48%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2.11
+91.82%
|
1.10
+144.44%
|
0.45
-73.05%
|
1.67
+8.44%
|
1.54
-91.27%
|
17.64
+813.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1.52
-27.96%
|
2.11
+91.82%
|
1.10
+144.44%
|
0.45
-73.05%
|
1.67
+8.44%
|
1.54
-91.27%
|