บริษัท เอสทีซี คอนกรีตโปรดัคท์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.62
0.03 (4.62%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3373 out_tok=2354 at=2026-07-27T12:55:22 -->
# STC กำไรสุทธิ Q2/2564 หดตัว 74.7% สวนทางรายได้ทรงตัว เหตุค่าใช้จ่ายพุ่ง
## รายได้ STC ทรงตัวใน Q2/64 ท่ามกลางโควิด-19 แต่กำไรสุทธิวูบหนักจากต้นทุนดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
บริษัท เอสทีซี คอนกรีตโปรดัคท์ จำกัด (มหาชน) หรือ STC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้จากการขายและให้บริการทรงตัวเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้จะเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการแข่งขันในตลาดที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาในไตรมาสถัดไป
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจากมูลค่าโอน, presale, backlog ที่รับรู้, อัตรากำไรโครงการ, รายได้ค่าเช่า, หรือรายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ STC ในไตรมาส 2 ปี 2564 เปลี่ยนแปลงไป คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการจะทรงตัว และกำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยก็ตาม
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า รายได้จากการขายและให้บริการอยู่ที่ 97.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.89 ล้านบาท หรือ 0.91% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2563 แม้เศรษฐกิจโดยรวมจะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และมีการแข่งขันสูงขึ้น บริษัทฯ ได้พยายามกระตุ้นยอดขายเพื่อรักษาฐานรายได้ ในขณะเดียวกัน กำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.45% เป็น 27.91 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 28.57% ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีจากการบริหารต้นทุนการผลิต
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่กดดันผลกำไรอย่างหนักคือ **ค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น 2.91 ล้านบาท หรือ 25.50%** โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการขนส่งสินค้า นอกจากนี้ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารยังเพิ่มขึ้นถึง 3.88 ล้านบาท หรือ 52.84%** ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการกลับรายการประมาณการทางบัญชีค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 3.3 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2563 ทำให้ฐานเปรียบเทียบในปีที่แล้วต่ำกว่าปกติ การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายทั้งสองส่วนนี้ ส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทฯ ในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 1.76 ล้านบาท ลดลงถึง 5.20 ล้านบาท หรือ 74.72% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** โดยเฉพาะในส่วนของค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ได้รับผลกระทบจากการกลับรายการทางบัญชีในปีที่แล้ว ซึ่งอาจทำให้การเปรียบเทียบในไตรมาสถัดไปดูดีขึ้นหากไม่มีรายการพิเศษเกิดขึ้นอีก แต่สำหรับค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นจากต้นทุนการขนส่งสินค้า มีแนวโน้มที่จะยังคงเป็นแรงกดดันต่อเนื่อง หากต้นทุนดังกล่าวไม่ลดลง หรือบริษัทฯ ไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ ทั้งนี้ ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้แนวโน้มหรือ guidance ที่ชัดเจนเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในอนาคต จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้ทรงตัว:** รายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 97.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.91% YoY แม้เศรษฐกิจชะลอตัวและแข่งขันสูง
* **กำไรขั้นต้นดีขึ้น:** กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 3.45% YoY เป็น 27.91 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 28.57%
* **กำไรสุทธิวูบหนัก:** กำไรสุทธิลดลง 74.72% YoY เหลือ 1.76 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายพุ่ง:** ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 25.50% YoY จากต้นทุนขนส่ง ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่ม 52.84% YoY จากฐานปีก่อนที่ต่ำกว่าปกติ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท เอสทีซี คอนกรีตโปรดัคท์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 97.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.91% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แม้จะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาด อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.45% เป็น 27.91 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ 28.57% ซึ่งแสดงถึงการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่ดีขึ้น แต่ผลประกอบการโดยรวมกลับถูกกดดันอย่างหนักจากค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น 25.50% จากต้นทุนการขนส่งสินค้า และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นถึง 52.84% ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการกลับรายการประมาณการทางบัญชีในปีที่แล้ว ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 74.72% เหลือเพียง 1.76 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย และภาครัฐมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน อาจส่งผลดีต่ออุปสงค์ในภาคอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง
* **การบริหารต้นทุนการผลิต:** อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิต ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการทำกำไรในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการขนส่งสินค้าเป็นปัจจัยกดดันค่าใช้จ่ายในการขายโดยตรง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถปรับราคาขายได้
* **การแข่งขันในตลาด:** สภาวะตลาดที่มีการแข่งขันสูงและการลดลงของอุปสงค์จากผู้บริโภค อาจจำกัดความสามารถในการเพิ่มราคาขายและส่งผลต่อปริมาณการขาย
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ:** การแพร่ระบาดของโควิด-19 และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนและการใช้จ่ายในภาคอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนการขนส่ง:** ติดตามว่าต้นทุนการขนส่งจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปหรือไม่ และบริษัทฯ จะมีมาตรการรับมืออย่างไร
* **การบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** สังเกตการณ์การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในไตรมาสถัดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับฐานที่ต่ำกว่าปกติในปีก่อน
* **กลยุทธ์การกระตุ้นยอดขาย:** ติดตามแผนและผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในการกระตุ้นยอดขายเพื่อชดเชยผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและคู่แข่ง
* **การกลับรายการทางบัญชี:** ตรวจสอบว่าการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารในไตรมาสนี้เป็นผลจากรายการพิเศษจริงหรือไม่ และจะส่งผลต่อฐานเปรียบเทียบในอนาคตอย่างไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในไตรมาส 2 ปี 2564 STC ยังคงเผชิญความท้าทายจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อภาคอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้การลงทุนชะลอตัวและอุปสงค์ผู้บริโภคลดลง แม้บริษัทฯ จะพยายามกระตุ้นยอดขายจนทำให้รายได้ทรงตัวได้ แต่การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นส่งผลให้ต้องแบกรับต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนการขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยกดดันค่าใช้จ่ายในการขายโดยตรง ฝ่ายจัดการไม่ได้ระบุถึงมูลค่าการโอน (Transfer Value) หรือ Backlog ที่รับรู้ในงวดนี้ แต่การที่รายได้ทรงตัวได้ในภาวะเช่นนี้ถือเป็นความพยายามในการรักษาฐานธุรกิจ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงกว่าปกติจากการกลับรายการทางบัญชีในปีที่แล้ว ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาเมื่อเทียบกับผลประกอบการในอดีต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ ในไตรมาส 2 ปี 2564 จึงไม่สามารถวิเคราะห์ในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
STC ในไตรมาส 2 ปี 2564 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรักษาฐานรายได้ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและภาวะการแข่งขันที่สูง อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญที่กดดันผลประกอบการคือการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายจากต้นทุนขนส่ง และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้นจากการกลับรายการทางบัญชีในปีที่แล้ว ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก แม้กำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้นก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มต้นทุนการขนส่งและกลยุทธ์การบริหารค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ ในระยะต่อไป เพื่อประเมินโอกาสในการฟื้นตัวของกำไรในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
163.11
ล้านบาท
↑ 3.7% YoY
กำไรขั้นต้น
44.69
ล้านบาท
↓ 7.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.40
%
กำไรสุทธิ
10.64
ล้านบาท
↑ 2.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.52
%
D/E Ratio
1.13
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
163
↑ + 3.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
45
↓ -7.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
11
↑ + 2.6%
YoY
D/E Ratio
1.13
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.13
ROE (%)
1.32
ROA (%)
1.86
Book Value/หุ้น
0.67
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-23
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+12
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-23.25
-43.53%
|
-41.17
+795.00%
|
-4.60
-88.12%
|
-38.71
-8.23%
|
-42.18
-258.45%
|
26.62
-12.06%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
12.38
-70.77%
|
42.36
+34.26%
|
31.55
-47.36%
|
59.93
-972.34%
|
-6.87
-65.37%
|
-19.84
+5.81%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
8.69
-207.68%
|
-8.07
-72.36%
|
-29.20
+19.28%
|
-24.48
-149.86%
|
49.10
-314.60%
|
-22.88
-646.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2.20
-67.98%
|
-6.87
+205.33%
|
-2.25
-30.77%
|
-3.25
-6,600.00%
|
0.05
-100.31%
|
-16.10
-202.48%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2.11
+91.82%
|
1.10
+144.44%
|
0.45
-73.05%
|
1.67
+8.44%
|
1.54
-91.27%
|
17.64
+813.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1.52
-27.96%
|
2.11
+91.82%
|
1.10
+144.44%
|
0.45
-73.05%
|
1.67
+8.44%
|
1.54
-91.27%
|