บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
34.75
+1.25 (+3.73%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3478 out_tok=2156 at=2026-07-26T05:39:53 -->
# SPI กำไรสุทธิ Q3/2566 ลดลง 12% รับผลกระทบต้นทุนการเงิน-ขาดทุนเครื่องมือทางการเงิน
## รายได้-กำไรสุทธิปรับตัวตามการลงทุน ขณะที่ฝ่ายจัดการชี้ต้นทุนการเงินและขาดทุนจากการวัดมูลค่าสินทรัพย์เป็นปัจจัยกดดันหลัก
บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 490.21 ล้านบาท ลดลง 12.09% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น และผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินอื่นที่สูงขึ้น แม้ว่าจะมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าเพิ่มขึ้นก็ตาม สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 กำไรสุทธิอยู่ที่ 2,026.77 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.55% จากปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ SPI ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลง 12.09% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจาก **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 28.72 ล้านบาท** และ **ขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินอื่นเพิ่มขึ้น 117.36 ล้านบาท** แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้นถึง 209.01 ล้านบาทก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินอาจเกิดจากการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น หรืออัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายทางการเงินของบริษัทฯ ส่วนการขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินอื่นที่เพิ่มขึ้น บ่งชี้ว่ามูลค่าของสินทรัพย์ทางการเงินที่บริษัทฯ ถือครองอยู่ (เช่น หุ้น, ตราสารอนุพันธ์) มีมูลค่าลดลงตามสภาวะตลาด ณ วันที่ประเมิน ซึ่งรายการนี้เป็นรายการที่รับรู้ตามมูลค่ายุติธรรมและอาจมีความผันผวนได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าปัจจัยเหล่านี้จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** เนื่องจากไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุที่แท้จริงของการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน หรือลักษณะของสินทรัพย์ทางการเงินที่ทำให้เกิดผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรม อย่างไรก็ตาม การที่ฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของรายการเหล่านี้ที่นักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิดในงบการเงินรอบถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 ลดลง 12.09% YoY:** อยู่ที่ 490.21 ล้านบาท จาก 557.60 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2566 ทรงตัว:** อยู่ที่ 2,026.77 ล้านบาท ลดลงเพียง 0.55% จาก 2,037.99 ล้านบาทในปีก่อน
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนเพิ่มขึ้น:** ใน Q3/2566 เพิ่มขึ้น 209.01 ล้านบาท และใน 9 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 492.03 ล้านบาท (เงินปันผลรับ) และ 802.59 ล้านบาท (ส่วนแบ่งกำไร)
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น:** ใน Q3/2566 เพิ่มขึ้น 28.72 ล้านบาท และใน 9 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 92.06 ล้านบาท
* **ขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมสินทรัพย์การเงินอื่นเพิ่มขึ้น:** ใน Q3/2566 เพิ่มขึ้น 117.36 ล้านบาท และใน 9 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 296.10 ล้านบาท
* **รายการพิเศษในปีก่อน:** งวด 9 เดือนปีก่อนมีกำไรจากการต่อรองราคาซื้อ 951.15 ล้านบาท และขาดทุนจากการเปลี่ยนประเภทเงินลงทุน 271.05 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิ 490.21 ล้านบาท ลดลง 67.39 ล้านบาท หรือ 12.09% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีกำไรสุทธิ 557.60 ล้านบาท การลดลงนี้เป็นผลมาจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 28.72 ล้านบาท และขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินอื่นที่เพิ่มขึ้น 117.36 ล้านบาท แม้ว่าจะมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 209.01 ล้านบาท
ส่วนผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวม 2,026.77 ล้านบาท ลดลง 11.22 ล้านบาท หรือ 0.55% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 2,037.99 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากเงินปันผลรับและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้นรวม 1,294.62 ล้านบาท แต่ถูกหักล้างด้วยต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 92.06 ล้านบาท ขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินอื่นที่เพิ่มขึ้น 296.10 ล้านบาท และรายได้อื่นลดลง 181.36 ล้านบาท นอกจากนี้ ในงวดก่อนยังมีรายการพิเศษคือ กำไรจากการต่อรองราคาซื้อ 951.15 ล้านบาท และขาดทุนจากการเปลี่ยนประเภทเงินลงทุน 271.05 ล้านบาท รวมถึงกำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์ 40.16 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้า:** การที่ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของธุรกิจที่บริษัทฯ เข้าไปลงทุน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการในระยะยาว
* **การรับรู้รายได้จากเงินปันผล:** การได้รับเงินปันผลเพิ่มขึ้นสะท้อนถึงผลประกอบการที่ดีของบริษัทที่ SPI ถือหุ้นอยู่
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน:** การขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินอื่นที่เพิ่มขึ้น เป็นความเสี่ยงที่เกิดจากความผันผวนของตลาด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรของบริษัทฯ ได้
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินอาจเป็นสัญญาณของภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น หรือการเพิ่มขึ้นของภาระหนี้สิน ซึ่งจะกดดันอัตรากำไรของบริษัทฯ
* **รายการพิเศษในปีก่อน:** การเปรียบเทียบผลประกอบการกับปีก่อนอาจได้รับผลกระทบจากรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในปี 2565 ซึ่งทำให้การประเมินแนวโน้มการเติบโตที่แท้จริงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนทางการเงิน:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยและโครงสร้างหนี้สินของบริษัทฯ
* **มูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน:** จับตากลไกการเปลี่ยนแปลงมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินที่บริษัทฯ ถือครอง และผลกระทบต่อผลกำไร
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้า:** ประเมินแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจที่ SPI เข้าไปลงทุนอย่างต่อเนื่อง
* **รายได้อื่น:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของรายได้อื่น ซึ่งในงวด 9 เดือนปีนี้ลดลง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
เนื่องจากเอกสารที่ให้มาเป็นเพียงการสรุปผลประกอบการโดยรวม และไม่ได้ลงรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับธุรกิจบริการของ SPI โดยเฉพาะ เช่น รายได้จากการดำเนินงานหลัก (เช่น ค่าเช่า, บริการ), จำนวนสาขา, อัตราการใช้บริการ (utilization), หรือต้นทุนแรงงาน จึงไม่สามารถวิเคราะห์ในส่วนนี้ได้ตามจุดโฟกัสเฉพาะ sector ที่กำหนด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงิน เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
SPI ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน แม้ว่าส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนจะเติบโตได้ดีก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มของปัจจัยเหล่านี้ รวมถึงผลประกอบการของบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้า เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPI ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
770.88
ล้านบาท
↓ 28.9% YoY
กำไรขั้นต้น
112.37
ล้านบาท
↓ 1.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
14.58
%
กำไรสุทธิ
216.62
ล้านบาท
↓ 70.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
28.10
%
D/E Ratio
0.43
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
771
↓ -28.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
112
↓ -1.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
217
↓ -70.1%
YoY
D/E Ratio
0.43
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.43
ROE (%)
4.65
ROA (%)
4.01
Book Value/หุ้น
39.35
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+459
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2,708
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
458.59
+165.14%
|
172.96
-43.57%
|
306.48
-59.87%
|
763.79
+20.14%
|
635.77
+738.41%
|
75.83
-42.23%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-2,708.38
+142.13%
|
-1,118.58
-41.32%
|
-1,906.11
-154.24%
|
3,514.51
+8.62%
|
3,235.72
+94.68%
|
1,662.08
-358.23%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
526.88
-67.66%
|
1,628.99
-16.63%
|
1,953.95
-136.69%
|
-5,325.25
-219.55%
|
4,454.35
+40.82%
|
3,163.17
+472.75%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-1,722.92
-352.11%
|
683.39
+92.87%
|
354.33
-133.84%
|
-1,046.96
-112.57%
|
8,325.85
+69.88%
|
4,901.08
+12,183.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
700.37
-8.18%
|
762.76
+168.35%
|
284.24
+14.02%
|
249.30
-95.16%
|
5,152.53
+1,949.21%
|
251.44
+18.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|