บริษัท สยามภัณฑ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
11.40
+0.10 (+0.88%)
สรุปสั้น
1. รายได้จากการขายลดลง 389.39 ล้านบาท หรือ 12.94% สาเหตุหลักเกิดจากเศรษฐกิจทั่วโลกและภายในประเทศที่ถดถอย จากผลของ COVID-19
2. ต้นทุนขายมีสัดส่วนลดลงจาก 71.45% เป็น 65.35% ลดลง 6.1% เป็นเพราะต้นทุนวัตถุดิบหลัก Base oil ราคาลดลง
3. ต้นทุนที่ลดลงมากกว่ารายได้จากการขายที่ลดลง ทำให้กำไรขั้นต้นมีอัตราสูงขึ้นจาก 28.55% เป็น 34.65%
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3945 out_tok=2321 at=2026-07-26T05:39:45 -->
# SPG กำไร Q3/2566 พุ่ง 16.14% รับยอดขายโตแกร่ง-ต้นทุนคุมได้
## รายได้รวมโต 31.56% หนุนกำไรจากการดำเนินงาน ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่ม 1.47% หลังหักรายการพิเศษ
บริษัท สยามภัณฑ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPG รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวม 628.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของปริมาณการขายสินค้าหลักทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 20.07% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.47% เนื่องจากมีรายการพิเศษที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SPG ในไตรมาส 3/2566 คือ **การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นถึง 31.80%** ซึ่งส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักภาษีเงินได้ปรับตัวสูงขึ้น 20.07% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเพียง 1.47% เนื่องจากมีรายการพิเศษที่ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**การเติบโตของรายได้** มาจากปริมาณการขายสินค้าหลัก ได้แก่ น้ำมันหล่อลื่นและจาระบี ที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น โดยตลาดในประเทศเติบโต 13.55% และตลาดชายแดนและต่างประเทศเติบโตสูงถึง 77.31% ปัจจัยสนับสนุนมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนที่เริ่มทรงตัว และสถานการณ์การเมืองภายในประเทศที่คลี่คลายลง ทำให้บรรยากาศการค้าดีขึ้น
ในส่วนของ **กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่าการเติบโตของรายได้** นั้น เกิดจากรายการพิเศษในปี 2565 ที่มีกำไรจำนวน 9.06 ล้านบาท ในขณะที่ปี 2566 มีรายการพิเศษเพียง 827,000 บาท ซึ่งส่งผลให้ฐานเปรียบเทียบของกำไรสุทธิในปี 2565 ค่อนข้างสูง นอกจากนี้ เอกสารยังระบุถึงการหยุดสายการผลิตสินค้าแบตเตอรี่ตั้งแต่ 31 พฤษภาคม 2566 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตโดยรวม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าปัจจัยภายนอกที่สนับสนุนการขายจะเริ่มคลี่คลาย แต่ความสามารถในการรักษาอัตราการเติบโตของปริมาณการขายในตลาดต่างประเทศที่สูงถึง 77.31% จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา นอกจากนี้ การหยุดสายการผลิตแบตเตอรี่อาจส่งผลกระทบต่อ GPM ในระยะยาว หากไม่สามารถปรับปรุงกระบวนการผลิตหรือหาสินค้าทดแทนได้ทันท่วงที
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2566 เติบโต 31.56%** แตะ 628.36 ล้านบาท
* **กำไรจากการดำเนินงานก่อนภาษีเพิ่มขึ้น 20.07%** อยู่ที่ 88.50 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 1.47%** อยู่ที่ 66.96 ล้านบาท
* **ปริมาณขายสินค้าหลักในตลาดต่างประเทศพุ่งสูงถึง 77.31%** หนุนรายได้
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 40.61%** สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 SPG มีรายได้รวม 628.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 150.72 ล้านบาท หรือ 31.56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายมีสัดส่วน 98.64% ของรายได้รวม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 118.81 ล้านบาท หรือ 40.61% ส่งผลให้กำไรขั้นต้น (Gross Profit) เพิ่มขึ้น 118.81 ล้านบาท หรือ 40.61% อยู่ที่ 411.34 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 65.46% เพิ่มขึ้นจาก 61.25% ในปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 17.12 ล้านบาท หรือ 15.37% อยู่ที่ 128.52 ล้านบาท ทำให้กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 14.79 ล้านบาท หรือ 20.07% อยู่ที่ 88.50 ล้านบาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้น 33.40% กำไรจากการดำเนินงานต่อเนื่องสุทธิอยู่ที่ 66.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.19 ล้านบาท หรือ 16.14%
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณากำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น พบว่าเพิ่มขึ้นเพียง 969,000 บาท หรือ 1.47% อยู่ที่ 66.96 ล้านบาท เนื่องจากในปี 2565 มีกำไรจากรายการพิเศษจำนวนมากถึง 9.06 ล้านบาท ในขณะที่ปี 2566 มีรายการพิเศษเพียง 827,000 บาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของตลาดต่างประเทศ:** ปริมาณการขายที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในตลาดชายแดนและต่างประเทศ บ่งชี้ถึงโอกาสในการขยายส่วนแบ่งการตลาดและเพิ่มยอดขายในภูมิภาคดังกล่าว
* **เสถียรภาพทางการเมือง:** การคลี่คลายของสถานการณ์การเมืองภายในประเทศช่วยสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมบรรยากาศการลงทุนและการบริโภค
* **การปรับตัวต่อสถานการณ์โลก:** การที่สถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนเริ่มทรงตัว อาจส่งผลดีต่อห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนวัตถุดิบบางประเภท
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ว่าสถานการณ์โลกจะเริ่มทรงตัว แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **ผลกระทบจากการหยุดสายการผลิต:** การหยุดสายการผลิตสินค้าแบตเตอรี่ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2566 อาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการผลิตโดยรวมและ GPM หากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การแข่งขันในตลาด:** ธุรกิจสินค้าอุตสาหกรรมมีการแข่งขันสูง การรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านราคาและคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มปริมาณการขายในตลาดต่างประเทศ จะสามารถรักษาอัตราการเติบโตสูงได้ต่อเนื่องหรือไม่
* ผลกระทบจากการหยุดสายการผลิตแบตเตอรี่ต่อ GPM และแผนการดำเนินงานในอนาคต
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ ท่ามกลางความผันผวนของราคา
* ทิศทางของอัตราแลกเปลี่ยน (หากมีผลกระทบต่อต้นทุนหรือรายได้จากการส่งออก)
* แผนการดำเนินงานของฝ่ายบริหารในการรับมือกับความเสี่ยงและสร้างการเติบโตในระยะยาว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การที่ฝ่ายจัดการกล่าวถึงการหยุดสายการผลิตแบตเตอรี่ อาจบ่งชี้ว่า Utilization Rate โดยรวมอาจไม่เต็มที่เท่าที่ควร
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การเติบโตของยอดขายในตลาดต่างประเทศอาจสะท้อนถึงการมีคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่ง
* **ราคาวัตถุดิบ:** ไม่ได้ระบุราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 40.61% สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น อาจบ่งชี้ว่าราคาวัตถุดิบบางส่วนปรับตัวสูงขึ้น หรือปริมาณการใช้วัตถุดิบเพิ่มขึ้นตามการผลิต
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 65.46% เพิ่มขึ้นจาก 61.25% ในปีก่อน ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี
* **การส่งออก:** มีการเติบโตอย่างโดดเด่นในตลาดชายแดนและต่างประเทศ (77.31%)
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้ระบุข้อมูลสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาเป็นเพียงส่วนของงบกำไรขาดทุนและคำอธิบายของฝ่ายจัดการ จึงไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงิน เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) หรือกระแสเงินสด
## สรุปท้าย
SPG โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 ด้วยรายได้รวมที่เติบโตแข็งแกร่ง 31.56% จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในตลาดต่างประเทศ หนุนกำไรจากการดำเนินงานก่อนภาษีให้ปรับตัวขึ้น 20.07% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่า เนื่องจากฐานเปรียบเทียบปีก่อนมีรายการพิเศษสูงกว่า และมีการหยุดสายการผลิตแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะต่อไป ท่ามกลางโอกาสจากการฟื้นตัวของตลาดต่างประเทศและความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPG ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
583.08
ล้านบาท
↓ 4% YoY
กำไรขั้นต้น
188.04
ล้านบาท
↑ 11.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
32.25
%
กำไรสุทธิ
78.85
ล้านบาท
↑ 91.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
13.52
%
D/E Ratio
0.08
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
583
↓ -4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
188
↑ + 11.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
79
↑ + 91.9%
YoY
D/E Ratio
0.08
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.08
ROE (%)
5.62
ROA (%)
6.64
Book Value/หุ้น
16.59
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-566
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+805
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-566.27
-743.71%
|
87.97
-162.27%
|
-141.28
-73.81%
|
-539.42
-38.14%
|
-872.05
-254.81%
|
563.30
-25.55%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
804.89
+48.82%
|
540.83
+321.37%
|
128.35
-105.93%
|
-2,165.29
-533.79%
|
499.16
-307.96%
|
-240.03
-64.97%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
140.58
-49.54%
|
278.58
|
0.00
-100.00%
|
171.76
+5,568.65%
|
3.03
-101.23%
|
-246.43
+2.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
407.26
-50.70%
|
826.07
-7,270.75%
|
-11.52
-99.55%
|
-2,538.73
+582.88%
|
-371.77
-588.66%
|
76.08
-144.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,275.59
+178.83%
|
457.48
+10.89%
|
412.57
-33.29%
|
618.43
-35.63%
|
960.69
+8.60%
|
884.61
-16.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
361.54
-71.66%
|
1,275.59
+178.83%
|
457.48
+10.89%
|
412.57
-33.29%
|
618.43
-35.63%
|
960.69
+8.60%
|