บริษัท สยามภัณฑ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
11.40
+0.10 (+0.88%)
สรุปสั้น
1. รายได้จากการขายลดลง 389.39 ล้านบาท หรือ 12.94% สาเหตุหลักเกิดจากเศรษฐกิจทั่วโลกและภายในประเทศที่ถดถอย จากผลของ COVID-19
2. ต้นทุนขายมีสัดส่วนลดลงจาก 71.45% เป็น 65.35% ลดลง 6.1% เป็นเพราะต้นทุนวัตถุดิบหลัก Base oil ราคาลดลง
3. ต้นทุนที่ลดลงมากกว่ารายได้จากการขายที่ลดลง ทำให้กำไรขั้นต้นมีอัตราสูงขึ้นจาก 28.55% เป็น 34.65%
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3623 out_tok=1681 at=2026-07-27T12:52:08 -->
# SPG กำไร Q2/2564 พุ่ง 25% รับอานิสงส์ราคาเหล็ก-ออเดอร์ล้น
## รายได้โต 12% หนุนกำไรสุทธิโตตามคาด ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยบวกต่อเนื่อง
บริษัท สยามภัณฑ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 137.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.45 ล้านบาท หรือ 24.98% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย 83.16 ล้านบาท หรือ 11.97%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
หัวใจกำไรของ SPG ในไตรมาส 2 ปี 2564 มาจาก **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจาก **ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (เหล็ก) ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง** และ **ปริมาณคำสั่งซื้อที่มากกว่าปกติ**
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำใหกำไรสุทธิของ SPG เติบโต 24.98% มาจากการที่ **รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 11.97%** โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญคือราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (เหล็ก) ที่ปรับตัวสูงขึ้น และปริมาณคำสั่งซื้อที่มากกว่าปกติ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **ราคาน้ำมันพื้นฐานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง** ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ในขณะเดียวกัน **ลูกค้ายังคงมีคำสั่งซื้อเข้ามามากกว่าปกติ** ซึ่งช่วยผลักดันให้รายได้จากการขายของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ต้นทุนขายจะปรับเพิ่มขึ้นตามวัตถุดิบ แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายก็สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ และส่งผลให้กำไรขั้นต้น (Gross Profit) เพิ่มขึ้น 14.78%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่า **ราคาน้ำมันพื้นฐานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง** และ **ลูกค้ายังมีคำสั่งซื้อมากกว่าปกติ** ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลดีต่อรายได้จากการขายของบริษัทในปัจจุบัน และมีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อเนื่องไปในอนาคตอันใกล้ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบและปริมาณคำสั่งซื้อยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโต 24.98%** แตะ 137.34 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2564 เทียบกับปีก่อน
* **รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 11.97%** เป็น 777.58 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้น (Gross Profit) ปรับเพิ่มขึ้น 14.78%** สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายที่ได้ผล
* ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจาก **ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (เหล็ก) ที่สูงขึ้น** และ **ปริมาณคำสั่งซื้อที่มากกว่าปกติ**
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท สยามภัณฑ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขาย 777.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.97% เมื่อเทียบกับ 694.43 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2563 ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 10.48% เป็น 500.17 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 14.78% เป็น 277.42 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารค่อนข้างทรงตัว โดยมีกำไรก่อนภาษี 171.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.17% และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 137.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.98%
## โอกาส
* **ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (เหล็ก) ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง** เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้และมูลค่าของสินค้าที่บริษัทจำหน่าย
* **ปริมาณคำสั่งซื้อที่มากกว่าปกติ** บ่งชี้ถึงความต้องการสินค้าที่แข็งแกร่งในตลาด ซึ่งอาจส่งผลดีต่อการดำเนินงานในระยะต่อไป
* การบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายที่สามารถผลักดันให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นได้
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (เหล็ก)** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบและอัตรากำไรหากไม่สามารถปรับราคาขายได้ทันท่วงที
* **การพึ่งพิงคำสั่งซื้อจากลูกค้า** อาจทำให้ผลประกอบการมีความผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจและความต้องการของตลาด
* **อัตราแลกเปลี่ยน** แม้ในเอกสารจะไม่ได้ระบุผลกระทบโดยตรง แต่การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินอาจส่งผลต่อต้นทุนนำเข้าหรือรายได้จากการส่งออกหากมี
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบ (เหล็ก) ในไตรมาสถัดไป
* ปริมาณคำสั่งซื้อใหม่ที่จะเข้ามา และระดับ Backlog ของบริษัท
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้น
* ผลกระทบจากปัจจัยมหภาค เช่น อัตราเงินเฟ้อ และภาวะเศรษฐกิจโลก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในไตรมาส 2 ปี 2564 SPG ได้รับประโยชน์จาก **การเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบหลัก (เหล็ก)** ซึ่งส่งผลให้ **รายได้จากการขายเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยมีปริมาณคำสั่งซื้อที่สูงกว่าปกติเข้ามาอย่างต่อเนื่อง การที่บริษัทสามารถรักษา **กำไรขั้นต้น (GPM) ให้เพิ่มขึ้นได้ถึง 14.78%** แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังราคาขายให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับธุรกิจในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมที่ต้องเผชิญกับความผันผวนของราคาวัตถุดิบ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
SPG โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 แข็งแกร่ง ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตถึง 24.98% เป็นผลมาจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 11.97% ซึ่งขับเคลื่อนโดยราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (เหล็ก) ที่สูงขึ้นและการมีคำสั่งซื้อมากกว่าปกติ แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นให้เติบโตได้ ซึ่งเป็นสัญญาณบวก อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและปริมาณคำสั่งซื้อในระยะต่อไป เพื่อประเมินความต่อเนื่องของปัจจัยบวกเหล่านี้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPG ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
583.08
ล้านบาท
↓ 4% YoY
กำไรขั้นต้น
188.04
ล้านบาท
↑ 11.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
32.25
%
กำไรสุทธิ
78.85
ล้านบาท
↑ 91.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
13.52
%
D/E Ratio
0.08
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
583
↓ -4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
188
↑ + 11.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
79
↑ + 91.9%
YoY
D/E Ratio
0.08
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.08
ROE (%)
5.62
ROA (%)
6.64
Book Value/หุ้น
16.59
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-566
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+805
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-566.27
-743.71%
|
87.97
-162.27%
|
-141.28
-73.81%
|
-539.42
-38.14%
|
-872.05
-254.81%
|
563.30
-25.55%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
804.89
+48.82%
|
540.83
+321.37%
|
128.35
-105.93%
|
-2,165.29
-533.79%
|
499.16
-307.96%
|
-240.03
-64.97%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
140.58
-49.54%
|
278.58
|
0.00
-100.00%
|
171.76
+5,568.65%
|
3.03
-101.23%
|
-246.43
+2.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
407.26
-50.70%
|
826.07
-7,270.75%
|
-11.52
-99.55%
|
-2,538.73
+582.88%
|
-371.77
-588.66%
|
76.08
-144.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,275.59
+178.83%
|
457.48
+10.89%
|
412.57
-33.29%
|
618.43
-35.63%
|
960.69
+8.60%
|
884.61
-16.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
361.54
-71.66%
|
1,275.59
+178.83%
|
457.48
+10.89%
|
412.57
-33.29%
|
618.43
-35.63%
|
960.69
+8.60%
|