บริษัท สยามภัณฑ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
11.40
+0.10 (+0.88%)
สรุปสั้น
1. รายได้จากการขายลดลง 389.39 ล้านบาท หรือ 12.94% สาเหตุหลักเกิดจากเศรษฐกิจทั่วโลกและภายในประเทศที่ถดถอย จากผลของ COVID-19
2. ต้นทุนขายมีสัดส่วนลดลงจาก 71.45% เป็น 65.35% ลดลง 6.1% เป็นเพราะต้นทุนวัตถุดิบหลัก Base oil ราคาลดลง
3. ต้นทุนที่ลดลงมากกว่ารายได้จากการขายที่ลดลง ทำให้กำไรขั้นต้นมีอัตราสูงขึ้นจาก 28.55% เป็น 34.65%
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3887 out_tok=1613 at=2026-07-26T05:35:39 -->
# SPG กำไรสุทธิ Q3/2565 หดตัว 21.7% รับต้นทุนพุ่ง-ออเดอร์หด
## รายได้-กำไรปรับตามต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูง ขณะที่ฝ่ายจัดการชี้ออเดอร์จากลูกค้าในประเทศลดลง 40%
บริษัท สยามภัณฑ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPG รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 65.99 ล้านบาท ลดลง 18.30 ล้านบาท หรือ 21.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลง 10.96% และต้นทุนขายที่ปรับสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการลดลงของกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น SPG ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้น ประกอบกับ **ยอดสั่งซื้อสินค้าจากลูกค้าในประเทศที่ลดลงอย่างมาก**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า สาเหตุหลักมาจาก **สถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน** ที่ส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และพลังงานในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นปี 2565 ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันให้ต้นทุนวัตถุดิบของบริษัทสูงขึ้นตามไปด้วย ทำให้บริษัทจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาขายสินค้าเพื่อสะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ปัญหาภายในประเทศที่ทำให้ต้นทุนแรงงานสูงขึ้น ส่งผลให้ลูกค้าในประเทศมีกำลังซื้อลดลง โดยมียอดสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทลดลงถึงร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อรายได้จากการขายของบริษัท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มที่จะดีขึ้นได้หากสถานการณ์สงครามคลี่คลายลงและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวลดลง ซึ่งจะส่งผลดีต่อต้นทุนวัตถุดิบของบริษัท อย่างไรก็ตาม ปัญหาต้นทุนแรงงานภายในประเทศและกำลังซื้อของผู้บริโภคอาจยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น:** 65.99 ล้านบาท ลดลง 21.71% YoY
* **รายได้จากการขาย:** 553.98 ล้านบาท ลดลง 10.96% YoY
* **ต้นทุนขาย:** 362.38 ล้านบาท ลดลง 10.14% YoY
* **กำไรขั้นต้น:** 191.59 ล้านบาท ลดลง 12.47% YoY
* **ปัจจัยกดดันหลัก:** ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานสูงขึ้นจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน และยอดสั่งซื้อจากลูกค้าในประเทศลดลง 40%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท สยามภัณฑ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPG มีรายได้จากการขายรวม 553.98 ล้านบาท ลดลง 10.96% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 622.17 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนขายอยู่ที่ 362.38 ล้านบาท ลดลง 10.14% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 191.59 ล้านบาท ลดลง 12.47% เมื่อเทียบกับปีก่อน กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 65.99 ล้านบาท ลดลง 21.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* การปรับขึ้นราคาขายสินค้าเพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น อาจช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ในระดับหนึ่ง
* การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและภายในประเทศในระยะยาว อาจส่งผลดีต่อยอดสั่งซื้อสินค้า
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์และพลังงาน:** สงครามรัสเซีย-ยูเครนและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์อื่นๆ อาจส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบยังคงอยู่ในระดับสูง
* **กำลังซื้อของผู้บริโภคภายในประเทศ:** ปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศและต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้น อาจกดดันยอดสั่งซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของค่าเงินอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบและรายได้จากการส่งออก (หากมี)
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาสินค้าโภคภัณฑ์และพลังงานในตลาดโลก
* มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเพื่อเพิ่มกำลังซื้อภายในประเทศ
* ความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนและปรับราคาขายให้เหมาะสม
* การเปลี่ยนแปลงของยอดสั่งซื้อจากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate)
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าคงค้างของคำสั่งซื้อ (Order Book) แต่ระบุว่ายอดสั่งซื้อจากลูกค้าในประเทศลดลง 40%
* **ราคาวัตถุดิบ:** ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และพลังงานสูงขึ้น
* **GPM (Gross Profit Margin):** ลดลงจาก 35.18% ใน Q3/2564 เป็น 34.59% ใน Q3/2565
* **การส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับการส่งออกโดยตรง แต่กล่าวถึงผลกระทบจากสงครามที่ทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์สูงขึ้น
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับระดับสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท
## สรุปท้าย
SPG เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นจากปัจจัยภายนอก ประกอบกับยอดสั่งซื้อจากลูกค้าในประเทศที่ลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 หดตัวลง แม้บริษัทจะพยายามปรับขึ้นราคาขายเพื่อสะท้อนต้นทุน แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาโภคภัณฑ์และกำลังซื้อภายในประเทศยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPG ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
583.08
ล้านบาท
↓ 4% YoY
กำไรขั้นต้น
188.04
ล้านบาท
↑ 11.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
32.25
%
กำไรสุทธิ
78.85
ล้านบาท
↑ 91.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
13.52
%
D/E Ratio
0.08
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
583
↓ -4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
188
↑ + 11.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
79
↑ + 91.9%
YoY
D/E Ratio
0.08
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.08
ROE (%)
5.62
ROA (%)
6.64
Book Value/หุ้น
16.59
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-566
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+805
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-566.27
-743.71%
|
87.97
-162.27%
|
-141.28
-73.81%
|
-539.42
-38.14%
|
-872.05
-254.81%
|
563.30
-25.55%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
804.89
+48.82%
|
540.83
+321.37%
|
128.35
-105.93%
|
-2,165.29
-533.79%
|
499.16
-307.96%
|
-240.03
-64.97%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
140.58
-49.54%
|
278.58
|
0.00
-100.00%
|
171.76
+5,568.65%
|
3.03
-101.23%
|
-246.43
+2.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
407.26
-50.70%
|
826.07
-7,270.75%
|
-11.52
-99.55%
|
-2,538.73
+582.88%
|
-371.77
-588.66%
|
76.08
-144.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,275.59
+178.83%
|
457.48
+10.89%
|
412.57
-33.29%
|
618.43
-35.63%
|
960.69
+8.60%
|
884.61
-16.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
361.54
-71.66%
|
1,275.59
+178.83%
|
457.48
+10.89%
|
412.57
-33.29%
|
618.43
-35.63%
|
960.69
+8.60%
|