บริษัท ส.กิจชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
5.20
+0.05 (+0.97%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นสาเหตุหลัก จากรายได้เพิ่มขึ้น 41.44% ราคาขายสินค้าปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับค่าเงินอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2563 ส่วนรายได้อื่นของบริษัทในไตรมาส 1 ปี 2565 เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นสัดส่วนร้อย ละ 242.21 มีสาเหตุหลักมาจากกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
ค่าใช้จ่ายในการบริหารสําหรับไตรมาส 1 ปี 2565 ลดลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564 คิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 12.92 สาเหตุมาจากการที่บริษัทย่อย คือ บจก. เอส.คลีเบอร์ เคมีคอล มีค่าใช้จ่ายในการดําเนินการก่อสร้างลดลง จาก การที่บริษัทย่อยทําการก่อสร้างแล้วเสร็จ และทําการผลิตสินค้าเพื่อขายเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2564 ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4663 out_tok=2550 at=2026-07-26T05:36:28 -->
# SKN กำไร Q3/2566 พลิกบวก 13.85% รับปริมาณขายเพิ่ม แม้ต้นทุนสูงขึ้น
## รายได้รวม Q3/2566 เติบโต 6.41% หนุนกำไรสุทธิฟื้นตัว ขณะที่ 9 เดือนแรกกำไรหด 35% จากราคาขายและค่าขนส่งลดลง
บริษัท ส.กิจชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SKN รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 142.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ต้นทุนขายจะปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม โดยปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายสินค้า ขณะที่ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2566 กำไรสุทธิอยู่ที่ 323.72 ล้านบาท ลดลง 35.02% จากปีก่อน เนื่องจากราคาขายสินค้าและค่าขนส่งทางเรือที่ลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ SKN ในไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกกลับมาเติบโตได้ คือ **การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายสินค้าที่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนขายที่สูงขึ้นได้** โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การเติบโตของปริมาณการขายสินค้า** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 6.27% แม้ว่าราคาขายสินค้าจะปรับตัวลดลงก็ตาม ปัจจัยนี้เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้กำไรสำหรับงวด (กำไรสุทธิ) เพิ่มขึ้น 13.85% มาอยู่ที่ 142.37 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2565
อย่างไรก็ตาม หากมองภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2566 ผลประกอบการยังคงเผชิญแรงกดดัน โดยกำไรสำหรับงวดลดลง 35.02% มาอยู่ที่ 323.72 ล้านบาท ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจาก **ราคาขายสินค้าที่ปรับตัวลดลง และราคาค่าขนส่งทางเรือที่ลดลง** แม้ว่าปริมาณการขายสินค้าจะเพิ่มขึ้นก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ในไตรมาส 3 ปี 2566 แม้ว่าต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้น 15.99% โดยมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นและราคาค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น แต่การที่ปริมาณการขายสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญได้ช่วยผลักดันให้รายได้จากการขายเติบโตขึ้น ประกอบกับการที่ค่าใช้จ่ายในการขายลดลงอย่างมากถึง 30.57% เนื่องจากราคาค่าขนส่งทางเรือที่ลดลง และสัดส่วนการขายแบบ FOB ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้นเพียง 3.99% ซึ่งน้อยกว่าการเติบโตของรายได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงเพียง 7.51% และกำไรก่อนภาษีเงินได้กลับมาเติบโตได้ 20.32% และกำไรสุทธิเติบโต 13.85%
สำหรับภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2566 ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 7.34% และค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 36.84% แต่เนื่องจากรายได้จากการขายลดลงถึง 10.11% ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากราคาขายสินค้าที่ลดลง ประกอบกับราคาค่าขนส่งทางเรือที่ลดลง ทำให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 33.37% ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้ลดลง 35.53% และกำไรสุทธิลดลง 35.02%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** จากข้อมูลในเอกสาร ระบุว่าการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายในไตรมาส 3 เป็นปัจจัยหลักที่ช่วยหนุนผลประกอบการ อย่างไรก็ตาม การที่ราคาขายสินค้าและค่าขนส่งทางเรือปรับตัวลดลงเป็นปัจจัยกดดันหลักในช่วง 9 เดือนแรก ซึ่งยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าแนวโน้มนี้จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในอนาคต ปัจจัยด้านราคาค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องจับตาดูผลกระทบต่อต้นทุนขายในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิไตรมาส 3/2566 เติบโต 13.85%** อยู่ที่ 142.37 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **รายได้รวมไตรมาส 3/2566 เพิ่มขึ้น 6.41%** อยู่ที่ 931.00 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2566 ลดลง 35.02%** อยู่ที่ 323.72 ล้านบาท สาเหตุหลักจากราคาขายและค่าขนส่งทางเรือที่ลดลง
* **ต้นทุนขาย 9 เดือนแรกปี 2566 เพิ่มขึ้น 7.34%** และ **ไตรมาส 3/2566 เพิ่มขึ้น 15.99%** โดยมีสาเหตุจากปริมาณขายและค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขาย 9 เดือนแรกปี 2566 ลดลง 36.84%** และ **ไตรมาส 3/2566 ลดลง 30.57%** จากราคาค่าขนส่งทางเรือที่ลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดเก้าเดือนปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 2,556.50 ล้านบาท ลดลง 10.02% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาขายสินค้าและค่าขนส่งทางเรือที่ปรับตัวลดลง แม้ว่าปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้นก็ตาม ส่งผลให้กำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 323.72 ล้านบาท ลดลง 35.02%
ในส่วนของไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 931.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายสินค้า แม้ว่าต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้น 15.99% จากปริมาณขายและค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น แต่การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่ายในการขายถึง 30.57% จากราคาค่าขนส่งทางเรือที่ลดลง ทำให้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้นเพียง 3.99% ส่งผลให้กำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 142.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.85%
## โอกาส
* **การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขาย:** เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนรายได้และผลประกอบการในระยะสั้น โดยเฉพาะในไตรมาส 3 ที่สามารถชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้
* **รายได้ดอกเบี้ยรับที่เพิ่มขึ้น:** รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น 19.33% ใน 9 เดือนแรก และ 59.64% ในไตรมาส 3 จากรายได้ดอกเบี้ยรับ เป็นปัจจัยเสริมเล็กๆ น้อยๆ ต่อผลประกอบการโดยรวม
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาขายสินค้า:** ราคาขายสินค้าที่ลดลงเป็นปัจจัยกดดันหลักต่อรายได้และกำไรในภาพรวม 9 เดือนแรก
* **ความผันผวนของราคาค่าขนส่งทางเรือ:** แม้ว่าราคาค่าขนส่งทางเรือที่ลดลงจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขายในไตรมาส 3 แต่ความผันผวนของราคาดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและรายได้ในอนาคตได้
* **ต้นทุนค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น:** เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนขาย โดยเฉพาะเมื่อปริมาณการขายเพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาโครงการ:** ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการของบริษัทย่อยที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 3 อาจส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการบริหาร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาขายสินค้า:** จะสามารถปรับตัวสูงขึ้นได้หรือไม่ เพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
* **ทิศทางราคาค่าขนส่งทางเรือ:** จะยังคงอยู่ในระดับต่ำ หรือมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น
* **การบริหารจัดการต้นทุนค่าไฟฟ้า:** จะมีมาตรการใดในการลดผลกระทบจากค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น
* **ความคืบหน้าการพัฒนาโครงการของบริษัทย่อย:** จะส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการบริหารในระยะต่อไปอย่างไร
* **ปริมาณการขายสินค้า:** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตต่อเนื่องได้หรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
แม้ว่าเอกสารจะไม่ได้ให้รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างโดยตรง แต่จากข้อมูลที่ปรากฏ SKN เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากไม้ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ หรือการใช้วัสดุที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมก่อสร้าง
* **รายได้จากการขาย:** เป็นรายได้หลักของบริษัท โดยได้รับผลกระทบจากราคาขายและปริมาณการขายสินค้าเป็นสำคัญ
* **ต้นทุนขาย:** ได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบ (เช่น ค่าไฟฟ้า) และปริมาณการผลิต
* **ค่าใช้จ่ายในการขาย:** ได้รับผลกระทบจากค่าขนส่งทางเรือ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 3
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** มีการกล่าวถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการของบริษัทย่อย ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทอาจมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อยู่บ้าง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง อย่างไรก็ตาม มีการกล่าวถึง **ต้นทุนทางการเงิน** ที่ลดลง 13.71% ใน 9 เดือนแรก และ 15.25% ในไตรมาส 3 ซึ่งมีสาเหตุมาจากการคืนเงินต้นตามรอบการจ่ายชำระเงิน แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่อาจมีประสิทธิภาพ
## สรุปท้าย
SKN ในไตรมาส 3 ปี 2566 สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการกลับมาเติบโตได้จากแรงหนุนของปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น แม้จะเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นก็ตาม อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 9 เดือนแรกยังคงได้รับแรงกดดันจากราคาขายและค่าขนส่งที่ลดลง ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาขายและต้นทุน รวมถึงค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SKN ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
728.88
ล้านบาท
↓ 33% YoY
กำไรขั้นต้น
177.05
ล้านบาท
↓ 56.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
24.29
%
กำไรสุทธิ
44.55
ล้านบาท
↓ 76.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.11
%
D/E Ratio
0.38
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
729
↓ -33%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
177
↓ -56.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
45
↓ -76.6%
YoY
D/E Ratio
0.38
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SKN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.38
ROE (%)
9.87
ROA (%)
8.73
Book Value/หุ้น
5.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SKN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+90
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+711
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SKN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
90.04
-137.30%
|
-241.41
-276.12%
|
137.07
-75.14%
|
551.35
|
— |
223.69
+6.11%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
710.81
+1,444.90%
|
46.01
-78.09%
|
210.01
-1,478.92%
|
-15.23
|
— |
-96.02
-23.03%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
516.87
-53.12%
|
1,102.47
+48.39%
|
742.93
-10,593.36%
|
-7.08
|
— |
-65.44
-11.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,317.73
+45.27%
|
907.06
-16.79%
|
1,090.02
+106.04%
|
529.04
|
— |
62.23
+424.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,592.27
+9.68%
|
1,451.77
+26.06%
|
1,151.62
+137.86%
|
484.15
+326.47%
|
— |
71.73
+19.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
625.98
-60.69%
|
1,592.27
+9.68%
|
1,451.77
+26.06%
|
1,151.62
+137.87%
|
— |
0.00
|