บริษัท ส.กิจชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
5.20
+0.05 (+0.97%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นสาเหตุหลัก จากรายได้เพิ่มขึ้น 41.44% ราคาขายสินค้าปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับค่าเงินอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2563 ส่วนรายได้อื่นของบริษัทในไตรมาส 1 ปี 2565 เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นสัดส่วนร้อย ละ 242.21 มีสาเหตุหลักมาจากกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
ค่าใช้จ่ายในการบริหารสําหรับไตรมาส 1 ปี 2565 ลดลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564 คิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 12.92 สาเหตุมาจากการที่บริษัทย่อย คือ บจก. เอส.คลีเบอร์ เคมีคอล มีค่าใช้จ่ายในการดําเนินการก่อสร้างลดลง จาก การที่บริษัทย่อยทําการก่อสร้างแล้วเสร็จ และทําการผลิตสินค้าเพื่อขายเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2564 ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4808 out_tok=2357 at=2026-07-26T05:18:29 -->
# SKN Q3/2564 กำไรพุ่งเกือบ 5 เท่า รับแรงหนุนราคาขายและค่าเงินบาท
## รายได้-กำไรโตแรงจากราคาขายที่สูงขึ้นและค่าเงินบาทอ่อนค่า ขณะที่ต้นทุนบางส่วนปรับเพิ่ม
บริษัท ส.กิจชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SKN รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 200.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 497.49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ส่งผลให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ SKN ในไตรมาส 3 ปี 2564 เติบโตอย่างก้าวกระโดด มาจากปัจจัยด้านราคาขายสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ประกอบกับการอ่อนค่าของเงินบาท ซึ่งส่งผลดีต่อรายได้จากการขายสินค้าที่รับรู้
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการที่เติบโตอย่างโดดเด่นในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของราคาขายสินค้า** และ **ผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน (ค่าเงินบาทอ่อนค่า)** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้นถึง 34.36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าปริมาณการขายสินค้าจะลดลงก็ตาม ปัจจัยเหล่านี้ได้ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นที่สูงถึง 185.88% และกำไรสุทธิที่พุ่งสูงขึ้นถึง 497.49%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของราคาขายสินค้าเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนรายได้ในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ การที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ยังเป็นปัจจัยเสริมที่ช่วยเพิ่มมูลค่ารายได้จากการขายสินค้าที่รับรู้เป็นสกุลเงินบาทให้สูงขึ้น แม้ว่าปริมาณการขายสินค้าจะลดลงก็ตาม ในขณะเดียวกัน ต้นทุนขายสำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 กลับลดลง 10.91% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณการขายที่ลดลง แม้ว่าราคาวัตถุดิบหลักจะปรับเพิ่มขึ้นก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลงนี้ ประกอบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากราคาขายและค่าเงินบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าราคาขายสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นจะเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ แต่การที่ปริมาณการขายสินค้าลดลงในไตรมาสนี้ อาจเป็นสัญญาณที่ต้องจับตา นอกจากนี้ ปัจจัยเรื่องค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงนั้น เป็นปัจจัยภายนอกที่อาจผันผวนได้ ฝ่ายจัดการไม่ได้ระบุถึงแนวโน้มราคาขายสินค้าหรือค่าเงินบาทในระยะถัดไปอย่างชัดเจน ดังนั้น ความต่อเนื่องของปัจจัยบวกเหล่านี้จึงยังมีความไม่แน่นอนสูง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่งแรง:** กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 200.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 497.49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **รายได้จากการขายเติบโต:** รายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น 34.36% เป็น 869.77 ล้านบาท แม้ปริมาณขายลดลง
* **กำไรขั้นต้นก้าวกระโดด:** กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 185.88% เป็น 425.72 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายในการขายพุ่งสูง:** ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 90.53% เป็น 149.14 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากค่าขนส่งทางเรือที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่ม:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 62.82% เป็น 50.88 ล้านบาท จากผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนและค่าตอบแทนพนักงาน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดเก้าเดือนแรกของปี 2564 บริษัท ส.กิจชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 2,584.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นและราคาขายสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการขายสินค้าตามเงื่อนไข CNF ที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่กำไรสุทธิสำหรับงวดเก้าเดือนอยู่ที่ 460.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 267.26% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ในส่วนของไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 872.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากราคาขายสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง แม้ว่าปริมาณการขายจะลดลงก็ตาม ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 497.49% มาอยู่ที่ 200.78 ล้านบาท
## โอกาส
* **ราคาขายสินค้าที่สูงขึ้น:** หากแนวโน้มราคาขายสินค้ายังคงอยู่ในระดับสูง จะเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้และกำไรของบริษัท
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การที่ต้นทุนขายในไตรมาส 3 ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ราคาวัตถุดิบจะสูงขึ้น แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุน
* **การขยายธุรกิจ:** การที่บริษัทย่อยเริ่มทำการทดลองผลิตและผลิตสินค้าเพื่อขายเชิงพาณิชย์ อาจเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาขายสินค้า:** ราคาขายสินค้าอาจมีการปรับลดลงในอนาคต ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไร
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทเป็นปัจจัยบวกในปัจจุบัน แต่อาจกลับมาเป็นปัจจัยกดดันได้หากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น
* **ต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากค่าขนส่งทางเรือที่ปรับสูงขึ้น อาจเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรในระยะยาว
* **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การบันทึกผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหาร แสดงถึงความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน
* **ปริมาณการขายที่ลดลง:** การที่ปริมาณการขายสินค้าลดลงในไตรมาส 3 อาจเป็นสัญญาณที่ต้องจับตาถึงความต้องการของตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาขายสินค้าในไตรมาสถัดไป
* ทิศทางค่าเงินบาท และผลกระทบต่อรายได้
* การเปลี่ยนแปลงของต้นทุนค่าขนส่งทางเรือ
* ปริมาณการขายสินค้าในอนาคต และความต้องการของตลาด
* ผลการดำเนินงานของบริษัทย่อย (บจก. เอส.คลีเบอร์ เคมีคอล) ในการผลิตเชิงพาณิชย์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
แม้ว่าเอกสารจะระบุกลุ่มธุรกิจเป็นอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง แต่เนื้อหาใน MD&A กลับเน้นไปที่การดำเนินงานด้านการขายสินค้าเป็นหลัก โดยไม่มีการกล่าวถึงตัวเลขสำคัญของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เช่น ยอดขาย (Presale), มูลค่าโครงการที่โอน (Transfer Value), หรือ Backlog อย่างไรก็ตาม มีการกล่าวถึงการขายสินค้าตามเงื่อนไขการขายแบบ CNF (Cost and Freight) ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าไปยังลูกค้าต่างประเทศ
ในส่วนของต้นทุน มีการกล่าวถึงต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยสำหรับ 9 เดือนแรก แต่ลดลงในไตรมาส 3 ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณการขายสินค้าที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวถึงราคาวัตถุดิบหลักที่มีการปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างต้องเผชิญเช่นกัน
ประเด็นที่น่าสนใจคือ ค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 90.53% ในไตรมาส 3 โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาค่าขนส่งทางเรือที่ปรับเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นต้นทุนที่สำคัญสำหรับธุรกิจที่มีการส่งออกสินค้า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงิน เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน หรืออัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) รวมถึงข้อมูลกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงิน อย่างไรก็ตาม มีการกล่าวถึงต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 20.52% สำหรับ 9 เดือนแรก และ 35.80% ในไตรมาส 3 เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลดลง และการคืนเงินต้นตามรอบการจ่ายชำระ ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการภาระหนี้สินที่ดีขึ้น
## สรุปท้าย
SKN ในไตรมาส 3 ปี 2564 โชว์ผลประกอบการที่น่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นเกือบ 5 เท่าตัว "หัวใจกำไร" สำคัญมาจากราคาขายสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ประกอบกับผลบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ซึ่งช่วยชดเชยปริมาณการขายที่ลดลงได้ แม้ว่าจะมีแรงกดดันจากต้นทุนค่าขนส่งทางเรือที่สูงขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลงได้ส่งผลให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิเติบโตอย่างโดดเด่น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาขายสินค้า ปริมาณการขาย และความผันผวนของค่าเงินบาทในระยะต่อไป เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้ยังมีความไม่แน่นอนสูง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SKN ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
728.88
ล้านบาท
↓ 33% YoY
กำไรขั้นต้น
177.05
ล้านบาท
↓ 56.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
24.29
%
กำไรสุทธิ
44.55
ล้านบาท
↓ 76.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.11
%
D/E Ratio
0.38
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
729
↓ -33%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
177
↓ -56.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
45
↓ -76.6%
YoY
D/E Ratio
0.38
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SKN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.38
ROE (%)
9.87
ROA (%)
8.73
Book Value/หุ้น
5.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SKN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+90
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+711
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SKN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
90.04
-137.30%
|
-241.41
-276.12%
|
137.07
-75.14%
|
551.35
|
— |
223.69
+6.11%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
710.81
+1,444.90%
|
46.01
-78.09%
|
210.01
-1,478.92%
|
-15.23
|
— |
-96.02
-23.03%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
516.87
-53.12%
|
1,102.47
+48.39%
|
742.93
-10,593.36%
|
-7.08
|
— |
-65.44
-11.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,317.73
+45.27%
|
907.06
-16.79%
|
1,090.02
+106.04%
|
529.04
|
— |
62.23
+424.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,592.27
+9.68%
|
1,451.77
+26.06%
|
1,151.62
+137.86%
|
484.15
+326.47%
|
— |
71.73
+19.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
625.98
-60.69%
|
1,592.27
+9.68%
|
1,451.77
+26.06%
|
1,151.62
+137.87%
|
— |
0.00
|