SKN
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SKN
บริษัท ส.กิจชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
4.90
0.20 (3.92%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นสาเหตุหลัก จากรายได้เพิ่มขึ้น 41.44% ราคาขายสินค้าปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับค่าเงินอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2563 ส่วนรายได้อื่นของบริษัทในไตรมาส 1 ปี 2565 เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นสัดส่วนร้อย ละ 242.21 มีสาเหตุหลักมาจากกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายในการบริหารสําหรับไตรมาส 1 ปี 2565 ลดลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564 คิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 12.92 สาเหตุมาจากการที่บริษัทย่อย คือ บจก. เอส.คลีเบอร์ เคมีคอล มีค่าใช้จ่ายในการดําเนินการก่อสร้างลดลง จาก การที่บริษัทย่อยทําการก่อสร้างแล้วเสร็จ และทําการผลิตสินค้าเพื่อขายเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2564 ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4808 out_tok=2357 at=2026-07-26T05:18:29 --> # SKN Q3/2564 กำไรพุ่งเกือบ 5 เท่า รับแรงหนุนราคาขายและค่าเงินบาท ## รายได้-กำไรโตแรงจากราคาขายที่สูงขึ้นและค่าเงินบาทอ่อนค่า ขณะที่ต้นทุนบางส่วนปรับเพิ่ม บริษัท ส.กิจชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SKN รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 200.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 497.49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ส่งผลให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ SKN ในไตรมาส 3 ปี 2564 เติบโตอย่างก้าวกระโดด มาจากปัจจัยด้านราคาขายสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ประกอบกับการอ่อนค่าของเงินบาท ซึ่งส่งผลดีต่อรายได้จากการขายสินค้าที่รับรู้ ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักของผลประกอบการที่เติบโตอย่างโดดเด่นในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของราคาขายสินค้า** และ **ผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน (ค่าเงินบาทอ่อนค่า)** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้นถึง 34.36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าปริมาณการขายสินค้าจะลดลงก็ตาม ปัจจัยเหล่านี้ได้ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นที่สูงถึง 185.88% และกำไรสุทธิที่พุ่งสูงขึ้นถึง 497.49% ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของราคาขายสินค้าเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนรายได้ในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ การที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ยังเป็นปัจจัยเสริมที่ช่วยเพิ่มมูลค่ารายได้จากการขายสินค้าที่รับรู้เป็นสกุลเงินบาทให้สูงขึ้น แม้ว่าปริมาณการขายสินค้าจะลดลงก็ตาม ในขณะเดียวกัน ต้นทุนขายสำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 กลับลดลง 10.91% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณการขายที่ลดลง แม้ว่าราคาวัตถุดิบหลักจะปรับเพิ่มขึ้นก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลงนี้ ประกอบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากราคาขายและค่าเงินบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าราคาขายสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นจะเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ แต่การที่ปริมาณการขายสินค้าลดลงในไตรมาสนี้ อาจเป็นสัญญาณที่ต้องจับตา นอกจากนี้ ปัจจัยเรื่องค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงนั้น เป็นปัจจัยภายนอกที่อาจผันผวนได้ ฝ่ายจัดการไม่ได้ระบุถึงแนวโน้มราคาขายสินค้าหรือค่าเงินบาทในระยะถัดไปอย่างชัดเจน ดังนั้น ความต่อเนื่องของปัจจัยบวกเหล่านี้จึงยังมีความไม่แน่นอนสูง ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิพุ่งแรง:** กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 200.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 497.49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน * **รายได้จากการขายเติบโต:** รายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น 34.36% เป็น 869.77 ล้านบาท แม้ปริมาณขายลดลง * **กำไรขั้นต้นก้าวกระโดด:** กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 185.88% เป็น 425.72 ล้านบาท * **ค่าใช้จ่ายในการขายพุ่งสูง:** ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 90.53% เป็น 149.14 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากค่าขนส่งทางเรือที่สูงขึ้น * **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่ม:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 62.82% เป็น 50.88 ล้านบาท จากผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนและค่าตอบแทนพนักงาน ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวดเก้าเดือนแรกของปี 2564 บริษัท ส.กิจชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 2,584.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นและราคาขายสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการขายสินค้าตามเงื่อนไข CNF ที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่กำไรสุทธิสำหรับงวดเก้าเดือนอยู่ที่ 460.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 267.26% เมื่อเทียบกับปีก่อน ในส่วนของไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 872.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากราคาขายสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง แม้ว่าปริมาณการขายจะลดลงก็ตาม ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 497.49% มาอยู่ที่ 200.78 ล้านบาท ## โอกาส * **ราคาขายสินค้าที่สูงขึ้น:** หากแนวโน้มราคาขายสินค้ายังคงอยู่ในระดับสูง จะเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้และกำไรของบริษัท * **การบริหารจัดการต้นทุน:** การที่ต้นทุนขายในไตรมาส 3 ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ราคาวัตถุดิบจะสูงขึ้น แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุน * **การขยายธุรกิจ:** การที่บริษัทย่อยเริ่มทำการทดลองผลิตและผลิตสินค้าเพื่อขายเชิงพาณิชย์ อาจเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรในอนาคต ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาขายสินค้า:** ราคาขายสินค้าอาจมีการปรับลดลงในอนาคต ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไร * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทเป็นปัจจัยบวกในปัจจุบัน แต่อาจกลับมาเป็นปัจจัยกดดันได้หากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น * **ต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากค่าขนส่งทางเรือที่ปรับสูงขึ้น อาจเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรในระยะยาว * **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การบันทึกผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหาร แสดงถึงความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน * **ปริมาณการขายที่ลดลง:** การที่ปริมาณการขายสินค้าลดลงในไตรมาส 3 อาจเป็นสัญญาณที่ต้องจับตาถึงความต้องการของตลาด ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มราคาขายสินค้าในไตรมาสถัดไป * ทิศทางค่าเงินบาท และผลกระทบต่อรายได้ * การเปลี่ยนแปลงของต้นทุนค่าขนส่งทางเรือ * ปริมาณการขายสินค้าในอนาคต และความต้องการของตลาด * ผลการดำเนินงานของบริษัทย่อย (บจก. เอส.คลีเบอร์ เคมีคอล) ในการผลิตเชิงพาณิชย์ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) แม้ว่าเอกสารจะระบุกลุ่มธุรกิจเป็นอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง แต่เนื้อหาใน MD&A กลับเน้นไปที่การดำเนินงานด้านการขายสินค้าเป็นหลัก โดยไม่มีการกล่าวถึงตัวเลขสำคัญของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เช่น ยอดขาย (Presale), มูลค่าโครงการที่โอน (Transfer Value), หรือ Backlog อย่างไรก็ตาม มีการกล่าวถึงการขายสินค้าตามเงื่อนไขการขายแบบ CNF (Cost and Freight) ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าไปยังลูกค้าต่างประเทศ ในส่วนของต้นทุน มีการกล่าวถึงต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยสำหรับ 9 เดือนแรก แต่ลดลงในไตรมาส 3 ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณการขายสินค้าที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวถึงราคาวัตถุดิบหลักที่มีการปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างต้องเผชิญเช่นกัน ประเด็นที่น่าสนใจคือ ค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 90.53% ในไตรมาส 3 โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาค่าขนส่งทางเรือที่ปรับเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นต้นทุนที่สำคัญสำหรับธุรกิจที่มีการส่งออกสินค้า ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงิน เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน หรืออัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) รวมถึงข้อมูลกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงิน อย่างไรก็ตาม มีการกล่าวถึงต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 20.52% สำหรับ 9 เดือนแรก และ 35.80% ในไตรมาส 3 เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลดลง และการคืนเงินต้นตามรอบการจ่ายชำระ ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการภาระหนี้สินที่ดีขึ้น ## สรุปท้าย SKN ในไตรมาส 3 ปี 2564 โชว์ผลประกอบการที่น่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นเกือบ 5 เท่าตัว "หัวใจกำไร" สำคัญมาจากราคาขายสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ประกอบกับผลบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ซึ่งช่วยชดเชยปริมาณการขายที่ลดลงได้ แม้ว่าจะมีแรงกดดันจากต้นทุนค่าขนส่งทางเรือที่สูงขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลงได้ส่งผลให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิเติบโตอย่างโดดเด่น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาขายสินค้า ปริมาณการขาย และความผันผวนของค่าเงินบาทในระยะต่อไป เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้ยังมีความไม่แน่นอนสูง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SKN ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
728.88 ล้านบาท
↓ 33% YoY
กำไรขั้นต้น
177.05 ล้านบาท
↓ 56.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
24.29 %
กำไรสุทธิ
44.55 ล้านบาท
↓ 76.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.11 %
D/E Ratio
0.38
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
729
↓ -33% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
177
↓ -56.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
45
↓ -76.6% YoY
D/E Ratio
0.38

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SKN

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
728.88
-33.03%
1,088.32
+50.40%
723.59
-46.59%
1,354.82
-15.29%
1,599.44
+141.03%
663.59
+2.33%
กำไรขั้นต้น —
177.05
-56.78%
409.64
+83.07%
223.76
-51.95%
465.70
-38.19%
753.42
+418.24%
145.38
+46.44%
ค่าใช้จ่ายรวม —
137.65
-28.90%
193.60
+78.70%
108.34
-60.61%
275.06
-29.96%
392.71
+278.47%
103.76
+10.84%
กำไรสุทธิ —
44.55
-76.55%
189.97
+88.03%
101.03
-45.16%
184.23
-41.70%
316.03
+739.29%
37.65
+146.52%
กำไรต่อหุ้น —
0.06
-76.37%
0.24
+88.10%
0.13
-45.22%
0.23
-41.77%
0.40
+740.43%
0.05
+147.37%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
24.29
-35.47%
37.64
+21.73%
30.92
-10.04%
34.37
-27.04%
47.11
+115.02%
21.91
+43.11%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
18.88
+6.13%
17.79
+18.84%
14.97
-26.26%
20.30
-17.31%
24.55
+56.97%
15.64
+8.31%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
6.11
-65.01%
17.46
+25.07%
13.96
+2.65%
13.60
-31.17%
19.76
+248.50%
5.67
+140.25%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%) —
9.87
-37.05%
15.68
+36.11%
11.52
-42.77%
20.13
-28.11%
28.00
+100.57%
13.96
ROA(%) —
8.73
-37.37%
13.94
+36.27%
10.23
-41.14%
17.38
-25.34%
23.28
+76.36%
13.20
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.38
+80.95%
0.21
-27.59%
0.29
+31.82%
0.22
-26.67%
0.30
+66.67%
0.18
P/E —
9.12
+17.53%
7.76
+15.13%
6.74
+41.00%
4.78
-54.21%
10.44
-10.00%
11.60
-28.31%
P/BV —
1.21
+17.48%
1.03
+9.57%
0.94
-16.81%
1.13
-38.25%
1.83
+177.27%
0.66
-8.33%
BV —
5.34
+6.16%
5.03
+10.07%
4.57
+6.28%
4.30
+20.79%
3.56
+14.84%
3.10
+4.73%
YIELD(%) —
6.20
+53.47%
4.04
-51.96%
8.41
+46.01%
5.76
+121.54%
2.60
+73.33%
1.50
-67.32%
ราคาหุ้น —
6.45
+24.04%
5.20
+21.50%
4.28
-11.93%
4.86
-25.23%
6.50
+218.63%
2.04
-4.67%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.38
ROE (%)
9.87
ROA (%)
8.73
Book Value/หุ้น
5.39

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SKN

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
1,263.78
-38.96%
2,070.41
+0.83%
2,053.44
+25.87%
1,631.46
+44.94%
—
509.67
+36.90%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
4,666.22
+55.12%
3,008.19
+7.89%
2,788.12
-0.30%
2,796.62
-6.55%
—
3,118.99
+4.17%
รวมสินทรัพย์ —
5,930.00
+16.76%
5,078.60
+4.90%
4,841.56
+9.34%
4,428.08
+7.52%
—
3,628.66
+7.79%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
1,442.10
+107.17%
696.08
-22.38%
896.76
+57.06%
570.98
-18.39%
—
1,041.44
+54.11%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
177.29
+4.53%
169.60
-10.15%
188.76
-20.68%
237.97
-7.19%
—
201.77
-34.69%
รวมหนี้สิน —
1,619.38
+87.06%
865.69
-20.25%
1,085.52
+34.19%
808.95
-15.39%
—
1,243.21
+26.25%
รวมส่วนของเจ้าของ —
4,310.62
+2.32%
4,212.91
+12.16%
3,756.04
+3.78%
3,619.13
+14.45%
—
2,385.45
+0.15%
D/E —
0.38
0.21
0.29
0.22
—
0.52
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
9.87
15.68
11.52
20.13
—
13.96
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
8.73
13.94
10.23
17.38
—
13.20
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.88
2.97
2.29
2.86
—
3.32
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.53
2.36
1.73
2.16
—
2.38
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
11.46
7.46
0.00
0.00
—
11.87
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
66.34
59.61
0.00
0.00
—
41.12
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
86.40
58.98
0.00
0.00
—
54.40
วงจรเงินสด —
-8.60
8.09
0.00
0.00
—
-1.41
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+90
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+711
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SKN

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
90.04
-137.30%
-241.41
-276.12%
137.07
-75.14%
551.35
—
223.69
+6.11%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
710.81
+1,444.90%
46.01
-78.09%
210.01
-1,478.92%
-15.23
—
-96.02
-23.03%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
516.87
-53.12%
1,102.47
+48.39%
742.93
-10,593.36%
-7.08
—
-65.44
-11.81%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
1,317.73
+45.27%
907.06
-16.79%
1,090.02
+106.04%
529.04
—
62.23
+424.26%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
1,592.27
+9.68%
1,451.77
+26.06%
1,151.62
+137.86%
484.15
+326.47%
—
71.73
+19.83%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
625.98
-60.69%
1,592.27
+9.68%
1,451.77
+26.06%
1,151.62
+137.87%
—
0.00