บริษัท ศิรกร จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.54
+0.01 (+1.89%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6684 out_tok=2741 at=2026-07-26T05:18:09 -->
# SK Q3/2564 กำไรสุทธิโต 0.56% รับแรงหนุนยอดขายคอนกรีตภาครัฐ-เอกชน
## รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 64 พุ่ง 16.97% แต่ต้นทุนวัตถุดิบเหล็กลวดพีซีพุ่งสูงกระทบกำไรขั้นต้น
บริษัท ศิรกร จำกัด (มหาชน) หรือ SK รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 14.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2564 จะเติบโตถึง 16.97% เป็น 477.52 ล้านบาท แต่ต้นทุนขายและบริการที่ปรับตัวสูงขึ้น 19.75% จากราคาวัตถุดิบหลักประเภทเหล็กลวดพีซีที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SK ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์คอนกรีตที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะการขายให้กับหน่วยงานรัฐ เช่น กฟภ. และบริษัทเอกชนที่ได้รับงานจากภาครัฐ ซึ่งช่วยชดเชยรายได้จากการก่อสร้างที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยกดดันสำคัญคือ **ต้นทุนวัตถุดิบหลักประเภทเหล็กลวดพีซีที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก** ส่งผลให้ต้นทุนขายและต้นทุนการผลิตปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์คอนกรีตมาจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการได้รับอานิสงส์จากโครงการของภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการดำเนินงานปกติ อย่างไรก็ตาม การที่ต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างเหล็กลวดพีซีปรับตัวสูงขึ้น เป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนขายและบริการ ทำให้แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น แต่อัตรากำไรขั้นต้นอาจไม่เติบโตตามสัดส่วนที่ควรจะเป็น
สำหรับรายได้จากการก่อสร้างที่ลดลงนั้น เป็นผลมาจากการที่งานก่อสร้างหลายโครงการได้มีการรับรู้รายได้ส่วนใหญ่ไปแล้วในปี 2563 และงานที่เพิ่งได้มาเริ่มดำเนินการในไตรมาส 3/2564 ทำให้ยังไม่สามารถรับรู้รายได้เต็มที่
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าการขายผลิตภัณฑ์คอนกรีตให้กับหน่วยงานรัฐและเอกชนที่ได้งานจากภาครัฐจะเป็นปัจจัยบวกที่อาจมีโอกาสต่อเนื่อง หากภาครัฐยังคงมีโครงการลงทุนอย่างต่อเนื่อง แต่การปรับตัวสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบหลักอย่างเหล็กลวดพีซี เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและอัตรากำไรในระยะต่อไป หากราคายังคงอยู่ในระดับสูง หรือปรับตัวสูงขึ้นอีก
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2564 เพิ่มขึ้น 16.97%** เป็น 477.52 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2564 เพิ่มขึ้น 0.56%** เป็น 14.38 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์คอนกรีตเพิ่มขึ้น 38.67%** จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการขายให้หน่วยงานรัฐและเอกชนที่ได้งานจากภาครัฐ
* **ต้นทุนขายและบริการรวมเพิ่มขึ้น 19.75%** จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นและราคาวัตถุดิบหลัก (เหล็กลวดพีซี) ที่สูงขึ้น
* **ต้นทุนงานก่อสร้างลดลง 8.32%** เนื่องจากงานส่วนใหญ่รับรู้รายได้ไปแล้วในปี 2563
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 5.92%** จากค่าน้ำมันรถขนส่งและค่าธรรมเนียมเงินค้ำประกันงานประกวดราคา
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 39.36 ล้านบาท** ส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้การค้าและมูลค่างานระหว่างก่อสร้างที่ยังไม่ได้เรียกเก็บ
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 34.17 ล้านบาท** ส่วนใหญ่เป็นหนี้สินหมุนเวียนและเงินกู้ยืมระยะยาว
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีรายได้รวม 477.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.97% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์คอนกรีตเพิ่มขึ้น 38.67% เป็น 297.80 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการก่อสร้างลดลง 7.40% เป็น 176.80 ล้านบาท ต้นทุนขายและบริการรวมเพิ่มขึ้น 19.75% เป็น 387.97 ล้านบาท ทำให้มีกำไรขั้นต้น 89.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.29% คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 18.75% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 5.92% เป็น 70.99 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดเก้าเดือนอยู่ที่ 14.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
เมื่อพิจารณาเฉพาะไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 34.94% จากไตรมาส 2 เป็น 29.43 ล้านบาท และรายได้จากการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 68.68% จากไตรมาส 2 เป็น 29.21 ล้านบาท ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 968.18% จากไตรมาส 2 เป็น 10.65 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้ในไตรมาส 3 ที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น
## โอกาส
* **การเติบโตของยอดขายผลิตภัณฑ์คอนกรีต:** การขายผลิตภัณฑ์คอนกรีตให้กับหน่วยงานรัฐและบริษัทเอกชนที่ได้งานจากภาครัฐ เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มรายได้และสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง หากภาครัฐยังคงมีโครงการลงทุน
* **การฟื้นตัวของภาคการก่อสร้าง:** หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย และภาครัฐเร่งรัดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน จะส่งผลดีต่อธุรกิจรับเหมาก่อสร้างของบริษัท
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ดียิ่งขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น เหล็กลวดพีซี มีความผันผวนสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรของบริษัท
* **ความล่าช้าของโครงการภาครัฐ:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือความล่าช้าในการอนุมัติโครงการของภาครัฐ อาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากการก่อสร้าง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างมีการแข่งขันสูง ทั้งด้านราคาและคุณภาพ ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไร
* **ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19:** การระบาดของโรคโควิด-19 อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน การขนส่ง และความต้องการสินค้าและบริการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก (เหล็กลวดพีซี) และผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* ปริมาณและมูลค่าของงานที่ได้รับจากภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ
* ความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างที่อยู่ระหว่างดำเนินการ และการรับรู้รายได้
* แผนการเปิดโครงการใหม่ (ถ้ามี) และยอดขายรอโอน (Backlog)
* การบริหารจัดการกระแสเงินสดและระดับหนี้สินของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **ยอดโอน (Transfer Value) / Presale:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Presale หรือยอดโอนโดยตรง แต่ระบุว่ารายได้จากการขายผลิตภัณฑ์คอนกรีตเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขาย และรายได้จากการก่อสร้างลดลงเนื่องจากงานส่วนใหญ่รับรู้รายได้ไปแล้วในปี 2563
* **Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Backlog โดยตรง แต่ระบุว่ามีงานก่อสร้างที่ดำเนินงานต่อเนื่องในไตรมาส 3/2564 และมีงานก่อสร้างที่เพิ่งได้มาเริ่มดำเนินการในไตรมาส 3/2564
* **เปิดโครงการใหม่:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับการเปิดโครงการใหม่
* **Occupancy/Rental Yield:** ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักของ SK ในงวดนี้
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** ต้นทุนงานก่อสร้างสำหรับงวด 9 เดือนอยู่ที่ 156.99 ล้านบาท คิดเป็น 88.80% ของรายได้งานก่อสร้าง ลดลงจากปีก่อน 8.32% เนื่องจากงานส่วนใหญ่รับรู้รายได้ไปแล้ว
* **D/E Ratio:** ณ 30 ก.ย. 2564 หนี้สินรวม 182.19 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 5.19 ล้านบาท เป็น 343.90 ล้านบาท (คำนวณจากสินทรัพย์รวม 526.09 ลบ. หนี้สินรวม 182.19 ลบ.) ทำให้ D/E อยู่ที่ประมาณ 0.53 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
* **กระแสเงินสดจากโครงการ:** กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก 9.76 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 526.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.36 ล้านบาท จากปี 2563 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น รวมถึงมูลค่างานระหว่างก่อสร้างที่ยังไม่ได้เรียกเก็บ ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง หนี้สินรวมอยู่ที่ 182.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.17 ล้านบาท จากปี 2563 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของหนี้สินหมุนเวียนและเงินกู้ยืมระยะยาว ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 5.19 ล้านบาท เป็น 343.90 ล้านบาท ทำให้ D/E Ratio อยู่ที่ประมาณ 0.53 เท่า บริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก 9.76 ล้านบาท แต่มีการใช้เงินสดในกิจกรรมลงทุน 16.20 ล้านบาท และกิจกรรมจัดหาเงิน 1.72 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดรวมลดลง
## สรุปท้าย
SK ในไตรมาส 3 ปี 2564 และงวด 9 เดือนแรกปี 2564 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์คอนกรีตที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะการได้รับอานิสงส์จากงานภาครัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งกดดันอัตรากำไร การบริหารจัดการต้นทุนและติดตามแนวโน้มราคาวัตถุดิบจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไป ขณะที่การฟื้นตัวของภาคการก่อสร้างจะเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตเพิ่มเติม
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SK ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
178.43
ล้านบาท
↑ 21.6% YoY
กำไรขั้นต้น
26.44
ล้านบาท
↓ 43.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
14.82
%
กำไรสุทธิ
1.68
ล้านบาท
↓ 89.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.94
%
D/E Ratio
0.33
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
178
↑ + 21.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
26
↓ -43.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2
↓ -89.6%
YoY
D/E Ratio
0.33
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.33
ROE (%)
5.14
ROA (%)
4.15
Book Value/หุ้น
0.93
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+29
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-49
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
29.47
-175.56%
|
-39.00
-1,264.18%
|
3.35
-82.27%
|
18.89
-41.13%
|
32.09
-184.51%
|
-37.97
-522.83%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-48.89
-1,242.29%
|
4.28
-95.72%
|
100.10
+50.35%
|
66.58
+131.10%
|
28.81
-500.14%
|
-7.20
+5.88%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
21.86
-84.56%
|
141.54
+27.87%
|
110.69
+151.74%
|
43.97
-1,532.25%
|
-3.07
-106.31%
|
48.62
-208.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
49.88
+31.16%
|
38.03
-80.81%
|
198.20
+126.28%
|
87.59
+23.11%
|
71.15
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
202.32
+51.49%
|
133.55
+13.55%
|
117.61
+55.22%
|
75.77
-14.95%
|
89.09
+4.03%
|
85.64
+30.55%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
154.87
-23.45%
|
202.32
+51.49%
|
133.55
+13.55%
|
117.61
+55.22%
|
75.77
-14.95%
|
89.09
+285.34%
|