บริษัท ศิรกร จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.54
+0.01 (+1.89%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6626 out_tok=2339 at=2026-07-26T04:51:08 -->
# SK กำไร Q1/2566 พุ่ง 2,423% รับต้นทุนวัสดุลด-ราคาขายทรงตัว
## รายได้รวมหด 44% แต่กำไรสุทธิโตแรง จากการบริหารต้นทุนและราคาขายที่แข็งแกร่ง
บริษัท ศิรกร จำกัด (มหาชน) หรือ SK รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 4.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 2,423.81% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะลดลง 44.58% เป็น 136.35 ล้านบาท ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนกำไรมาจากต้นทุนขายและบริการที่ลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะต้นทุนวัสดุหลักประเภทเหล็กและลวดพีซี ประกอบกับการแข่งขันด้านราคาในตลาดที่ทรงตัว ทำให้บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ดี
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ SK ในไตรมาส 1 ปี 2566 เติบโตอย่างก้าวกระโดด คือ **การบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะต้นทุนวัสดุหลักประเภทเหล็กและลวดพีซี ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก แม้รายได้รวมจะลดลงถึง 44.58% ก็ตาม โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 0.20 ล้านบาทในปีก่อน เป็น 4.88 ล้านบาทในไตรมาสนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ต้นทุนขายและบริการลดลง มาจากการ **ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องของวัสดุหลักประเภทเหล็กและลวดพีซี** ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในการผลิตผลิตภัณฑ์ของบริษัท นอกจากนี้ การแข่งขันด้านราคาในตลาดที่เริ่มทรงตัว ทำให้บริษัทสามารถคงราคาขายผลิตภัณฑ์ไว้ได้ ส่งผลให้ **กำไรขั้นต้นจากการขายเพิ่มขึ้น** แม้ปริมาณการขายผลิตภัณฑ์ให้กับ กฟภ. จะเพิ่มขึ้น แต่รายได้จากการก่อสร้างลดลง 53.11% เนื่องจากงานส่วนใหญ่ได้ดำเนินการแล้วในปี 2565 ทำให้รายได้รวมลดลง อย่างไรก็ตาม การควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพได้ชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่ลดลง และส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตได้ดี
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าการปรับตัวลดลงของต้นทุนวัสดุหลักประเภทเหล็กและลวดพีซี จะเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนกำไรในไตรมาสนี้ แต่เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มราคาวัสดุในอนาคต รวมถึงแผนการดำเนินงานหรือการเปิดโครงการใหม่ๆ ที่จะส่งผลต่อรายได้ในระยะยาว การที่รายได้จากการก่อสร้างลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่างานในมือ (Backlog) อาจจะทยอยรับรู้รายได้หมดไป และต้องพึ่งพางานใหม่ๆ ที่จะเข้ามา ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 2,423.81% YoY:** จาก 0.20 ล้านบาท เป็น 4.88 ล้านบาท
* **รายได้รวมลดลง 44.58% YoY:** อยู่ที่ 136.35 ล้านบาท โดยรายได้จากการก่อสร้างลดลง 53.11%
* **ต้นทุนขายและบริการลดลง 52.37% YoY:** เป็น 106.26 ล้านบาท จากการลดลงของราคาวัสดุหลัก
* **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น:** คิดเป็น 22.07% ของรายได้ จาก 17.80% ในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 9.24% YoY:** เป็น 24.11 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากค่าใช้จ่ายขนส่งและซ่อมบำรุง
* **EBITDA ไตรมาส 1/2566 อยู่ที่ 8.71 ล้านบาท**
* **มูลค่างานระหว่างก่อสร้าง ณ 1 เม.ย. 2566 อยู่ที่ 5.07 ล้านบาท**
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทมีรายได้รวม 136.35 ล้านบาท ลดลง 44.58% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 7.33% เป็น 97.64 ล้านบาท จากปริมาณการขายผลิตภัณฑ์ให้กับ กฟภ. ที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่รายได้จากการก่อสร้างลดลง 53.11% เป็น 36.12 ล้านบาท เนื่องจากงานส่วนใหญ่ได้ดำเนินการไปแล้วในปี 2565 ต้นทุนขายและบริการรวมลดลง 52.37% เป็น 106.26 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 30.09 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 22.07% เพิ่มขึ้นจาก 17.80% ในปีก่อน ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 9.24% เป็น 24.11 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดสามเดือนเพิ่มขึ้น 2,423.81% เป็น 4.88 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายผลิตภัณฑ์ให้กับ กฟภ.:** เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนรายได้จากการขาย
* **การทรงตัวของราคาขายในตลาด:** ช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้น
* **การลดลงของต้นทุนวัสดุหลัก:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มกำไร
## ความเสี่ยง
* **รายได้จากการก่อสร้างลดลงอย่างมีนัยสำคัญ:** บ่งชี้ถึงปริมาณงานในมือที่ลดลง และอาจส่งผลกระทบต่อรายได้รวมในอนาคต
* **มูลค่างานระหว่างก่อสร้างที่ต่ำ:** ณ วันที่ 1 เมษายน 2566 อยู่ที่ 5.07 ล้านบาท ซึ่งค่อนข้างน้อย อาจไม่เพียงพอต่อการสร้างรายได้ในระยะถัดไป
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น:** แม้จะควบคุมได้ แต่ก็เป็นแรงกดดันต่อกำไรสุทธิ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัสดุหลัก:** การลดลงของต้นทุนวัสดุเป็นปัจจัยสำคัญต่อกำไร หากราคากลับมาสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **การรับงานใหม่ๆ:** โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างใหม่ๆ เพื่อทดแทนงานเดิมที่ทยอยแล้วเสร็จ
* **แผนการเปิดโครงการใหม่:** หากมีแผนการเปิดโครงการใหม่ จะเป็นสัญญาณบวกต่อการเติบโตในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นที่ดี
* **การฟื้นตัวของรายได้จากการก่อสร้าง:** หากบริษัทสามารถคว้างานใหม่ๆ ได้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้จากการขาย:** เพิ่มขึ้น 7.33% เป็น 97.64 ล้านบาท จากปริมาณการขายผลิตภัณฑ์ให้กับ กฟภ. ที่เพิ่มขึ้น
* **รายได้จากการก่อสร้าง:** ลดลง 53.11% เป็น 36.12 ล้านบาท เนื่องจากงานส่วนใหญ่ได้ดำเนินการไปแล้วในปี 2565
* **ต้นทุนขายและบริการ:** ลดลง 52.37% เป็น 106.26 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการลดลงของราคาต้นทุนวัสดุหลักประเภทเหล็กและลวดพีซี
* **มูลค่างานระหว่างก่อสร้าง:** ณ วันที่ 1 เมษายน 2566 อยู่ที่ 5.07 ล้านบาท ซึ่งถือว่าค่อนข้างต่ำ
* **การลงทุนในบริษัทร่วม:** เพิ่มขึ้น 44.40 ล้านบาท สะท้อนการขยายการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** 534.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.59 ล้านบาท จากปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลงจากการลดลงของมูลค่างานระหว่างก่อสร้างและเงินสด แต่เพิ่มขึ้นในส่วนของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการลงทุนในบริษัทร่วม
* **หนี้สินรวม:** 176.85 ล้านบาท ลดลง 4.29 ล้านบาท จากปี 2565 โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลงจากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้น แต่เพิ่มขึ้นในส่วนของหนี้สินที่เกิดจากสัญญาหมุนเวียนและเจ้าหนี้การค้า
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** 357.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.88 ล้านบาท จากกำไรสุทธิในไตรมาส 1/2566
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E):** อยู่ที่ 0.49 เท่า ลดลงจาก 0.51 เท่าในปี 2565 แสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น
* **กระแสเงินสด:** สุทธิจากการดำเนินงานติดลบ 4.17 ล้านบาท สุทธิจากกิจกรรมลงทุนติดลบ 50.35 ล้านบาท (ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในบริษัทร่วม) และสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงินติดลบ 17.31 ล้านบาท ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดรวมลดลง
## สรุปท้าย
SK โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 ที่น่าประทับใจด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้รายได้รวมจะหดตัว ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัสดุหลักที่ลดลง และการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ดี อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงอยู่ที่รายได้จากการก่อสร้างที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และมูลค่างานระหว่างก่อสร้างที่ค่อนข้างต่ำ นักลงทุนควรจับตาการรับงานใหม่ๆ และแผนการเปิดโครงการในอนาคต เพื่อประเมินโอกาสการเติบโตของบริษัทในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SK ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
178.43
ล้านบาท
↑ 21.6% YoY
กำไรขั้นต้น
26.44
ล้านบาท
↓ 43.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
14.82
%
กำไรสุทธิ
1.68
ล้านบาท
↓ 89.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.94
%
D/E Ratio
0.33
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
178
↑ + 21.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
26
↓ -43.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2
↓ -89.6%
YoY
D/E Ratio
0.33
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.33
ROE (%)
5.14
ROA (%)
4.15
Book Value/หุ้น
0.93
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+29
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-49
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
29.47
-175.56%
|
-39.00
-1,264.18%
|
3.35
-82.27%
|
18.89
-41.13%
|
32.09
-184.51%
|
-37.97
-522.83%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-48.89
-1,242.29%
|
4.28
-95.72%
|
100.10
+50.35%
|
66.58
+131.10%
|
28.81
-500.14%
|
-7.20
+5.88%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
21.86
-84.56%
|
141.54
+27.87%
|
110.69
+151.74%
|
43.97
-1,532.25%
|
-3.07
-106.31%
|
48.62
-208.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
49.88
+31.16%
|
38.03
-80.81%
|
198.20
+126.28%
|
87.59
+23.11%
|
71.15
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
202.32
+51.49%
|
133.55
+13.55%
|
117.61
+55.22%
|
75.77
-14.95%
|
89.09
+4.03%
|
85.64
+30.55%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
154.87
-23.45%
|
202.32
+51.49%
|
133.55
+13.55%
|
117.61
+55.22%
|
75.77
-14.95%
|
89.09
+285.34%
|