บริษัท ศิรกร จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.54
+0.01 (+1.89%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4204 out_tok=2307 at=2026-07-26T05:08:29 -->
# SK Q1/2565: กำไรสุทธิลดลง 2% รับต้นทุนพุ่ง แต่รายได้จากการขายโต 9%
## รายได้จากการขายเติบโต 9% สวนทางต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง ขณะที่ฝ่ายจัดการคาดการณ์การปรับราคาขายจะช่วยหนุนกำไรขั้นต้นในระยะต่อไป
บริษัท ซังโกะ ไดคาซติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SK รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรเบ็ดเสร็จรวม 2.773 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.03% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม หากพิจารณากำไรสุทธิสำหรับงวด จะอยู่ที่ 2.560 ล้านบาท ลดลง 2.09% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนการผลิตและต้นทุนขายปรับตัวสูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อุตสาหกรรม (ชิ้นส่วนยานยนต์)
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: รายได้จากการขาย, ต้นทุนขาย, อัตรากำไรขั้นต้น, คำสั่งซื้อ, ราคาวัตถุดิบ
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ SK ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง แม้รายได้จากการขายจะเติบโตขึ้นก็ตาม**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า การแพร่ระบาดของ COVID-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กระทบต่อรายได้ของบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสนี้ บริษัทฯ มีคำสั่งซื้อและยอดขายเพิ่มขึ้น 9.26% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ในขณะเดียวกัน ต้นทุนการผลิตและต้นทุนขายก็ปรับตัวสูงขึ้นถึง 11.07% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการที่ราคาวัตถุดิบได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายปี 2564 เป็นต้นมา ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 13.52% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 12.09% ในไตรมาสนี้ แม้ว่ากำไรเบ็ดเสร็จรวมจะเพิ่มขึ้น 6.03% แต่เป็นผลจากการรับรู้กำไรเบ็ดเสร็จอื่นสุทธิจากภาษีเงินได้จำนวน 213 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้น แต่คาดว่าจะดีขึ้นในระยะยาว** ฝ่ายจัดการระบุว่า แม้ราคาวัตถุดิบจะปรับสูงขึ้นตามตลาด แต่บริษัทฯ สามารถปรับราคาขายเพื่อเรียกเก็บจากลูกค้าได้ตามสัญญาในงวดต่อไป ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทฯ จะมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นตามยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ อุตสาหกรรมยานยนต์เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งจะทำให้ได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การปรับกลยุทธ์ด้านการตลาด การสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและบริการจัดส่งตรงเวลา รวมถึงการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของยอดขายในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรเบ็ดเสร็จรวมเติบโต 6.03%:** อยู่ที่ 2.773 ล้านบาท โดยมีรายการพิเศษจากกำไรเบ็ดเสร็จอื่นสุทธิจากภาษีเงินได้ 213 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิลดลง 2.09%:** อยู่ที่ 2.560 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนการผลิตและต้นทุนขายที่สูงขึ้น
* **รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 9.26%:** อยู่ที่ 168.637 ล้านบาท จากคำสั่งซื้อและยอดขายที่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 11.07%:** อยู่ที่ 148.255 ล้านบาท เป็นผลจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** จาก 13.52% ในปีก่อน เหลือ 12.09% ในไตรมาสนี้
* **อุตสาหกรรมยานยนต์เริ่มฟื้นตัว:** คาดว่าจะส่งผลดีต่อคำสั่งซื้อในอนาคต
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท ซังโกะ ไดคาซติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 168.637 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 154.344 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 11.07% เป็น 148.255 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 2.31% อยู่ที่ 20.382 ล้านบาท และทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 13.52% เป็น 12.09%
ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 25.80% และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงเล็กน้อย 0.49% ทำให้กำไรจากการดำเนินงานลดลง 3.08% อยู่ที่ 3.513 ล้านบาท เมื่อรวมรายได้ทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 28.11% และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 11.14% ทำให้กำไรสุทธิก่อนภาษีเงินได้ลดลง 3.35% อยู่ที่ 2.528 ล้านบาท
เมื่อรวมรายได้ภาษีเงินได้นิติบุคคล 33 ล้านบาท ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 2.09% อยู่ที่ 2.560 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมกับกำไรเบ็ดเสร็จอื่นสุทธิจากภาษีเงินได้ 213 ล้านบาท ทำให้กำไรเบ็ดเสร็จรวมสำหรับงวดเพิ่มขึ้น 6.03% อยู่ที่ 2.773 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** การที่อุตสาหกรรมยานยนต์เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ จะส่งผลให้ได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **การปรับราคาขาย:** บริษัทฯ สามารถปรับราคาขายเพื่อเรียกเก็บจากลูกค้าได้ตามสัญญาในงวดต่อไป ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำไรขั้นต้น
* **การขยายฐานลูกค้าและผลิตภัณฑ์ใหม่:** การเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่และการขยายฐานลูกค้าจะช่วยสร้างยอดขายให้เติบโตขึ้น
* **การสร้างมาตรฐานด้านคุณภาพและบริการ:** การรักษามาตรฐานด้านคุณภาพและบริการจัดส่งที่ตรงต่อเวลา จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องยังคงเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19:** แม้จะเริ่มคลี่คลาย แต่การแพร่ระบาดของโรคยังคงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกและอาจกระทบต่อคำสั่งซื้อได้
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 11.14% ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิหากไม่สามารถบริหารจัดการได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** การปรับตัวของราคาวัตถุดิบในตลาดโลกจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อต้นทุนการผลิต
* **ความสามารถในการปรับราคาขาย:** การที่บริษัทฯ จะสามารถปรับราคาขายให้สะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้นได้มากน้อยเพียงใด
* **ปริมาณคำสั่งซื้อจากอุตสาหกรรมยานยนต์:** การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์จะส่งผลโดยตรงต่อยอดขาย
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** การควบคุมต้นทุนทางการเงินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
* **การรับรู้รายการพิเศษ:** การรับรู้กำไรเบ็ดเสร็จอื่นสุทธิจากภาษีเงินได้ในไตรมาสนี้ เป็นรายการพิเศษที่ต้องพิจารณาผลกระทบต่อกำไรปกติ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อุตสาหกรรม)
ในไตรมาส 1 ปี 2565 SK เผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น แม้ว่าบริษัทฯ จะสามารถเพิ่มรายได้จากการขายได้ถึง 9.26% อันเป็นผลมาจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นและการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายที่สูงกว่า (11.07%) ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 13.52% เหลือ 12.09%
ฝ่ายจัดการได้แสดงความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการ โดยระบุว่าสามารถปรับราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้ตามสัญญาในงวดต่อไป ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยฟื้นฟูกำไรขั้นต้นให้กลับมาดีขึ้น การขยายฐานลูกค้าและผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการรักษามาตรฐานคุณภาพและบริการ จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ในระยะยาว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยละเอียดในส่วน MD&A นี้)
## สรุปท้าย
SK ในไตรมาส 1 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ดีจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการมีแนวทางในการปรับราคาขายและขยายฐานลูกค้าเพื่อสร้างการเติบโตของกำไรในอนาคต นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขาย รวมถึงการฟื้นตัวอย่างแท้จริงของอุตสาหกรรมยานยนต์เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SK ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
178.43
ล้านบาท
↑ 21.6% YoY
กำไรขั้นต้น
26.44
ล้านบาท
↓ 43.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
14.82
%
กำไรสุทธิ
1.68
ล้านบาท
↓ 89.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.94
%
D/E Ratio
0.33
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
178
↑ + 21.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
26
↓ -43.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2
↓ -89.6%
YoY
D/E Ratio
0.33
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.33
ROE (%)
5.14
ROA (%)
4.15
Book Value/หุ้น
0.93
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+29
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-49
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
29.47
-175.56%
|
-39.00
-1,264.18%
|
3.35
-82.27%
|
18.89
-41.13%
|
32.09
-184.51%
|
-37.97
-522.83%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-48.89
-1,242.29%
|
4.28
-95.72%
|
100.10
+50.35%
|
66.58
+131.10%
|
28.81
-500.14%
|
-7.20
+5.88%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
21.86
-84.56%
|
141.54
+27.87%
|
110.69
+151.74%
|
43.97
-1,532.25%
|
-3.07
-106.31%
|
48.62
-208.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
49.88
+31.16%
|
38.03
-80.81%
|
198.20
+126.28%
|
87.59
+23.11%
|
71.15
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
202.32
+51.49%
|
133.55
+13.55%
|
117.61
+55.22%
|
75.77
-14.95%
|
89.09
+4.03%
|
85.64
+30.55%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
154.87
-23.45%
|
202.32
+51.49%
|
133.55
+13.55%
|
117.61
+55.22%
|
75.77
-14.95%
|
89.09
+285.34%
|