บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
24.20
0.20 (0.82%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้ที่เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นจากไตรมาส เดียวกันของปีก่อน 1,748 ล้านบาทหรือร้อยละ 28.4 มาจากสินค้าทุกกลุ่ม ยกเว้นกลุ่มสินค้าเชิงพาณิชย์ เนื่องจากสินค้าขาดตลาดโดยเฉพาะสินค้าประเภทโน็ตบุ๊ค เป็นต้น
และ มีขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ทางการเงินลดลง 84 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3602 out_tok=1987 at=2026-07-26T04:39:59 -->
# SIS Q2/2565 กำไรสุทธิทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน แม้รายได้รวมหดตัว 4.6%
## รายได้กลุ่มโทรศัพท์วูบแรง ฉุดภาพรวมหดตัว แต่สินค้ามูลค่าเพิ่ม-สินค้าผู้บริโภคเติบโตได้ดี
บริษัท เอสไอเอสดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SIS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวม 7,532 ล้านบาท ลดลง 4.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากสินค้ากลุ่มโทรศัพท์ที่มียอดขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงรักษาผลกำไรสุทธิไว้ได้ที่ 194 ล้านบาท ลดลงเพียง 1.5% สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากสินค้ากลุ่มโทรศัพท์** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทฯ ลดลง 4.6% อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถรักษา **อัตรากำไรสุทธิ** ให้ทรงตัวใกล้เคียงปีก่อนได้ โดยมีกำไรสุทธิลดลงเพียง 1.5%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า รายได้จากสินค้ากลุ่มโทรศัพท์ที่ลดลงนั้น เกิดจาก **ฐานที่สูงในปีก่อน** ซึ่งได้รับแรงหนุนจากโครงการคนละครึ่งของรัฐบาลที่กระตุ้นการซื้อสมาร์ทโฟน รวมถึงการทำงานจากที่บ้านและการเรียนออนไลน์ที่เพิ่มความต้องการอุปกรณ์ดังกล่าว เมื่อสถานการณ์คลี่คลายและมีปัจจัยเรื่องเงินเฟ้อส่งผลต่อกำลังซื้อ ทำให้การซื้อสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่เป็นการทดแทนเครื่องเดิม ส่งผลให้ยอดขายกลับสู่ระดับก่อนโควิด
ในทางกลับกัน สินค้ากลุ่มอื่นมีการเติบโตที่น่าสนใจ ได้แก่ สินค้าสำหรับผู้บริโภคเติบโต 11.5%, สินค้ามูลค่าเพิ่มเติบโต 27.4%, สินค้าเชิงพาณิชย์เติบโต 5.7% และสินค้าอื่นๆ เติบโต 8.5% การเติบโตของสินค้ากลุ่มเหล่านี้ช่วยชดเชยรายได้ที่หายไปจากกลุ่มโทรศัพท์ได้บางส่วน
ส่วนกำไรสุทธิที่ทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน แม้รายได้รวมจะลดลง มาจากการ **ควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย** ที่เพิ่มขึ้นเพียง 19 ล้านบาท แม้บริษัทจะมีการเพิ่มสินค้าใหม่และช่องทางการขาย นอกจากนี้ การบันทึกการด้อยค่าของสินทรัพย์ทางการเงินจำนวน 11 ล้านบาท ก็เป็นปัจจัยที่กดดันกำไรสุทธิเช่นกัน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้รวมลดลง (กลุ่มโทรศัพท์) เนื่องจากเป็นผลจากฐานที่สูงผิดปกติในปีก่อนจากปัจจัยพิเศษ (โครงการรัฐบาล, พฤติกรรมผู้บริโภคช่วงโควิด) และการกลับสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม การเติบโตของสินค้ากลุ่มอื่น เช่น สินค้ามูลค่าเพิ่ม และสินค้าสำหรับผู้บริโภค **มีโอกาสต่อเนื่อง** หากบริษัทสามารถรักษาโมเมนตัมและขยายตลาดได้ดี
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/2565 อยู่ที่ 7,532 ล้านบาท ลดลง 4.6% YoY**
* **กำไรสุทธิ Q2/2565 อยู่ที่ 194 ล้านบาท ลดลง 1.5% YoY**
* **รายได้กลุ่มโทรศัพท์ลดลง 33.4% YoY** จากฐานสูงปีก่อนและกำลังซื้อที่ลดลง
* **สินค้ามูลค่าเพิ่มเติบโตโดดเด่น 27.4% YoY**
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 19 ล้านบาท** จากการขยายสินค้าและช่องทางขาย
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท เอสไอเอสดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 7,532 ล้านบาท ลดลง 365 ล้านบาท หรือ 4.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้ในกลุ่มสินค้าโทรศัพท์จำนวน 966 ล้านบาท หรือ 33.4% ซึ่งเป็นผลจากฐานที่สูงในปีก่อนจากการกระตุ้นของโครงการรัฐบาลและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงโควิด ประกอบกับสถานการณ์เงินเฟ้อที่ส่งผลต่อกำลังซื้อ
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้ในกลุ่มสินค้าอื่นช่วยบรรเทาผลกระทบ โดยสินค้าสำหรับผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 11.5% (246 ล้านบาท), สินค้ามูลค่าเพิ่มเพิ่มขึ้น 27.4% (236 ล้านบาท), สินค้าเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้น 5.7% (88 ล้านบาท) และสินค้าอื่นๆ เพิ่มขึ้น 8.5% (35 ล้านบาท)
สำหรับผลกำไรสุทธิรวมจากการดำเนินงานอยู่ที่ 194 ล้านบาท ลดลงเพียง 3 ล้านบาท หรือ 1.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น 19 ล้านบาท จากการเพิ่มสินค้าใหม่และช่องทางการขาย รวมถึงการบันทึกการด้อยค่าของสินทรัพย์ทางการเงินจำนวน 11 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของสินค้ามูลค่าเพิ่ม:** การเพิ่มขึ้นถึง 27.4% แสดงถึงความต้องการสินค้าและโซลูชันที่มีเทคโนโลยีสูงขึ้นในตลาด
* **การขยายช่องทางการขาย:** การลงทุนเพิ่มในส่วนนี้คาดว่าจะช่วยเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าและสร้างรายได้ในระยะยาว
* **การเพิ่มสินค้าใหม่:** การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและทันสมัยจะช่วยตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพิงรายได้จากกลุ่มโทรศัพท์:** แม้จะมีการกระจายสินค้าแล้ว แต่การลดลงของรายได้กลุ่มนี้ยังคงส่งผลกระทบต่อภาพรวม
* **สถานการณ์เงินเฟ้อและกำลังซื้อ:** ปัจจัยภายนอกเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคในระยะต่อไป
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี:** ตลาดมีการแข่งขันสูง การรักษาความสามารถในการทำกำไรจึงเป็นสิ่งสำคัญ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มรายได้ของกลุ่มสินค้าโทรศัพท์ในไตรมาสถัดไป
* การเติบโตของสินค้ามูลค่าเพิ่มและสินค้าสำหรับผู้บริโภค จะสามารถชดเชยรายได้ที่หายไปได้ต่อเนื่องหรือไม่
* ผลกระทบของค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นต่ออัตรากำไรในระยะยาว
* การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
ในฐานะผู้จัดจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยี SIS ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคและสภาวะเศรษฐกิจ การลดลงของรายได้กลุ่มโทรศัพท์สะท้อนถึงการกลับสู่ภาวะปกติหลังช่วงเร่งตัวของปีก่อน และผลกระทบจากกำลังซื้อที่ลดลงจากเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นแนวโน้มที่พบได้ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีหลายกลุ่ม
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของสินค้ามูลค่าเพิ่ม (Value Added Products) ที่เพิ่มขึ้นถึง 27.4% เป็นสัญญาณที่ดี บ่งชี้ว่าตลาดมีความต้องการโซลูชันและผลิตภัณฑ์ที่มีฟังก์ชันสูงขึ้น หรืออาจรวมถึงสินค้าในกลุ่ม Enterprise หรือ B2B ที่มีมูลค่าต่อหน่วยสูงขึ้น การขยายช่องทางการขายและการเพิ่มสินค้าใหม่ เป็นกลยุทธ์ที่จำเป็นในการรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตในระยะยาว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลส่วนนี้ จึงขอข้ามไป)
## สรุปท้าย
SIS ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญกับความท้าทายจากรายได้กลุ่มโทรศัพท์ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่สามารถรักษาผลกำไรสุทธิไว้ได้ใกล้เคียงปีก่อน จากการเติบโตของสินค้ากลุ่มอื่นและการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ดี การเติบโตของสินค้ามูลค่าเพิ่มเป็นโอกาสสำคัญที่ต้องจับตา ขณะที่ความเสี่ยงจากกำลังซื้อและสภาวะเศรษฐกิจยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SIS ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
8,085.98
ล้านบาท
↑ 9.8% YoY
กำไรขั้นต้น
621.80
ล้านบาท
↑ 12.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.69
%
กำไรสุทธิ
264.52
ล้านบาท
↑ 14% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.27
%
D/E Ratio
1.44
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
8,086
↑ + 9.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
622
↑ + 12.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
265
↑ + 14%
YoY
D/E Ratio
1.44
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SIS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.44
ROE (%)
20.19
ROA (%)
10.57
Book Value/หุ้น
13.37
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SIS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-413
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-51
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SIS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-412.79
-64.79%
|
-1,172.51
+209.37%
|
-379.00
-78.34%
|
-1,750.12
+5,018.81%
|
-34.19
-104.41%
|
775.21
-721.86%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-50.58
-30.45%
|
-72.72
+88.30%
|
-38.62
-128.51%
|
135.44
+251.61%
|
38.52
-582.71%
|
-7.98
-269.43%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-731.63
-164.26%
|
1,138.56
+845.02%
|
120.48
-92.89%
|
1,693.48
-667.60%
|
-298.36
-63.30%
|
-813.06
-549.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-1,195.00
+1,020.28%
|
-106.67
-64.10%
|
-297.15
-477.05%
|
78.81
-126.80%
|
-294.03
+541.57%
|
-45.83
-175.35%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
651.23
+94.07%
|
335.57
+41.47%
|
237.20
-43.53%
|
420.02
+59.77%
|
262.89
-14.85%
|
308.72
+24.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
744.60
+14.34%
|
651.23
+94.07%
|
335.57
+41.47%
|
237.20
-43.53%
|
420.02
+59.77%
|
262.89
-14.85%
|