บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
24.20
0.20 (0.82%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้ที่เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นจากไตรมาส เดียวกันของปีก่อน 1,748 ล้านบาทหรือร้อยละ 28.4 มาจากสินค้าทุกกลุ่ม ยกเว้นกลุ่มสินค้าเชิงพาณิชย์ เนื่องจากสินค้าขาดตลาดโดยเฉพาะสินค้าประเภทโน็ตบุ๊ค เป็นต้น
และ มีขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ทางการเงินลดลง 84 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4188 out_tok=2605 at=2026-07-26T04:50:28 -->
# SIS กำไรสุทธิ Q1/2566 ร่วง 30% รับแรงกดดันตลาดผู้บริโภคซบเซา-การแข่งขันสูง
## รายได้หด 16% เหตุสินค้ากลุ่มผู้บริโภค-โทรศัพท์ยอดวูบ แม้กลุ่มลูกค้าองค์กรยังเติบโต
บริษัท เอสไอเอสดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SIS รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิรวม 135 ล้านบาท ลดลง 30.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 6,811 ล้านบาท ลดลง 15.9% เป็นผลมาจากภาพรวมตลาดผู้บริโภคที่ยังคงซบเซา กำลังซื้อไม่ฟื้นตัว ประกอบกับการแข่งขันที่สูงขึ้นในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี
หัวใจกำไรของ SIS ในไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ **การหดตัวของรายได้ในกลุ่มสินค้าสำหรับผู้บริโภคและสินค้าโทรศัพท์มือถือ ประกอบกับการแข่งขันที่สูงขึ้นและต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรและกำไรสุทธิของ SIS ในไตรมาส 1/2566 ปรับตัวลดลง คือ **รายได้รวมที่ลดลง 15.9%** โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสินค้าสำหรับผู้บริโภค (-9.80%) และสินค้าโทรศัพท์ (-62.1%) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของรายได้ ขณะเดียวกัน **กำไรขั้นต้นลดลง 7.5%** และ **ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 20 ล้านบาท** รวมถึง **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น 5 ล้านบาท** จากอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของรายได้ในกลุ่มสินค้าสำหรับผู้บริโภคและสินค้าโทรศัพท์มาจาก **กำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัวต่อเนื่องจากปี 2565** เนื่องจากต้นทุนค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคมุ่งเน้นซื้อสินค้าที่จำเป็น แม้จะมีมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ นอกจากนี้ ตลาดโทรศัพท์มือถือโดยรวมหดตัว และสินค้ารุ่นใหม่ยังไม่ตอบโจทย์ตลาด
ในทางกลับกัน **รายได้จากสินค้าเชิงพาณิชย์ สินค้ามูลค่าเพิ่ม และส่วนงานอื่นที่จำหน่ายให้องค์กร เติบโตขึ้น** เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย องค์กรต่างๆ กลับมาทำงานที่สำนักงานมากขึ้น จึงมีความต้องการลงทุนในสินค้าไอที โครงการดิจิทัล อุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ และบริการเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม **กำไรขั้นต้นที่ลดลง** เป็นผลมาจากยอดขายที่ลดลงในภาพรวมและการแข่งขันที่สูงขึ้นในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว ขณะที่ **ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น** มาจากค่าใช้จ่ายส่วนพนักงานที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการขยายธุรกิจกลุ่มใหม่ และค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้นเพื่อรับมือกับการแข่งขันที่สูงขึ้น
ส่วน **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง 15 ล้านบาท** และ **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 5 ล้านบาท** จากอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่สูงขึ้น ก็เป็นปัจจัยกดดันกำไรสุทธิเพิ่มเติม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลในเอกสาร **มีแนวโน้มที่แรงกดดันต่อกลุ่มสินค้าผู้บริโภคจะยังคงมีอยู่** เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่ากำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัวต่อเนื่องและต้นทุนค่าครองชีพยังสูง อย่างไรก็ตาม การเติบโตของกลุ่มลูกค้าองค์กรและการลงทุนในโครงการดิจิทัล **มีโอกาสที่จะต่อเนื่อง** หากสถานการณ์เศรษฐกิจและการลงทุนของภาคธุรกิจยังคงเป็นไปในทิศทางบวก ส่วนปัจจัยด้านอัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยน **ยังไม่ชัดเจนว่าจะต่อเนื่องในระดับใด** ต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจมหภาคและนโยบายการเงินต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิรวม Q1/2566 อยู่ที่ 135 ล้านบาท ลดลง 30.4% YoY**
* **รายได้รวม Q1/2566 อยู่ที่ 6,811 ล้านบาท ลดลง 15.9% YoY**
* **รายได้กลุ่มสินค้าสำหรับผู้บริโภคลดลง 9.80% และสินค้าโทรศัพท์ลดลง 62.1%**
* **รายได้กลุ่มสินค้าเชิงพาณิชย์ (+17.1%), สินค้ามูลค่าเพิ่ม (+18.0%) และส่วนงานอื่น (+2.5%) เติบโต**
* **กำไรขั้นต้นลดลง 7.5% จากยอดขายที่ลดลงและการแข่งขันสูง**
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 20 ล้านบาท**
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 5 ล้านบาท จากอัตราดอกเบี้ยตลาดที่สูงขึ้น**
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวมในไตรมาส 1 ปี 2566 เท่ากับ 6,811 ล้านบาท ลดลง 1,289 ล้านบาท หรือ 15.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 6,807 ล้านบาท ลดลง 1,269 ล้านบาท หรือ 15.7% การลดลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากรายได้ในกลุ่มสินค้าสำหรับผู้บริโภคที่ลดลง 263 ล้านบาท (9.80%) และสินค้าโทรศัพท์ที่ลดลงอย่างมากถึง 1,465 ล้านบาท (62.1%) ซึ่งสะท้อนถึงภาวะตลาดผู้บริโภคที่ซบเซาและกำลังซื้อที่อ่อนแอ
ในทางตรงกันข้าม รายได้จากสินค้าเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้น 279 ล้านบาท (17.1%) สินค้ามูลค่าเพิ่มเพิ่มขึ้น 168 ล้านบาท (18.0%) และส่วนงานอื่นเพิ่มขึ้น 12 ล้านบาท (2.5%) การเติบโตนี้เป็นผลมาจากการที่องค์กรต่างๆ กลับมาลงทุนในสินค้าไอทีและโครงการดิจิทัลมากขึ้นหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย
สำหรับผลกำไรสุทธิรวมจากการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 135 ล้านบาท ลดลง 59 ล้านบาท หรือ 30.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบคือ กำไรขั้นต้นที่ลดลง 36 ล้านบาท (7.5%) จากยอดขายที่ลดลงและการแข่งขันที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น 20 ล้านบาท กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง 15 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 5 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของกลุ่มลูกค้าองค์กร:** การที่องค์กรต่างๆ กลับมาทำงานที่สำนักงานมากขึ้นและมีการลงทุนในโครงการดิจิทัลเพิ่มขึ้น เป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันยอดขายสินค้าเชิงพาณิชย์ สินค้ามูลค่าเพิ่ม และบริการที่เกี่ยวข้อง
* **การขยายธุรกิจกลุ่มใหม่:** การเพิ่มกำลังคนเพื่อรองรับการขยายธุรกิจกลุ่มใหม่ แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการกระจายแหล่งรายได้และมองหาโอกาสการเติบโตในอนาคต
* **การฟื้นตัวของตลาด:** หากกำลังซื้อของผู้บริโภคเริ่มฟื้นตัว หรือมีปัจจัยกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชัดเจน จะส่งผลดีต่อรายได้ในกลุ่มสินค้าสำหรับผู้บริโภคและสินค้าโทรศัพท์
## ความเสี่ยง
* **ภาวะตลาดผู้บริโภคซบเซา:** กำลังซื้อที่อ่อนแอและต้นทุนค่าครองชีพที่สูงยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักต่อรายได้ในกลุ่มสินค้าสำหรับผู้บริโภคและสินค้าโทรศัพท์
* **การแข่งขันที่รุนแรง:** การแข่งขันที่สูงขึ้นในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นและอาจต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายทางการตลาด
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ย:** ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลกระทบต่อกำไร และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเพิ่มภาระต้นทุนทางการเงิน
* **การหดตัวของตลาดโทรศัพท์มือถือ:** ตลาดโทรศัพท์มือถือโดยรวมที่หดตัวและการที่สินค้ารุ่นใหม่อาจไม่ตรงตามความต้องการของตลาด เป็นความเสี่ยงต่อยอดขายในกลุ่มนี้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มกำลังซื้อของผู้บริโภคและการฟื้นตัวของตลาดสินค้าไอทีสำหรับผู้บริโภค
* การเติบโตของรายได้จากกลุ่มลูกค้าองค์กร และความสำเร็จในการขยายธุรกิจกลุ่มใหม่
* ทิศทางอัตราดอกเบี้ยและผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัท
* การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในตลาดโทรศัพท์มือถือ และการตอบรับจากผู้บริโภค
* กลยุทธ์การแข่งขันของบริษัทฯ เพื่อรักษาหรือเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
ในไตรมาส 1/2566 SIS เผชิญกับความท้าทายในตลาดผู้บริโภคที่กำลังซื้ออ่อนแอ ส่งผลให้รายได้จากสินค้าสำหรับผู้บริโภคลดลง 9.80% และสินค้าโทรศัพท์ลดลงถึง 62.1% ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยมหภาค เช่น ค่าครองชีพที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัว โดยรายได้จากกลุ่มสินค้าเชิงพาณิชย์ (+17.1%) และสินค้ามูลค่าเพิ่ม (+18.0%) เติบโตได้ดี สะท้อนถึงความต้องการสินค้าไอทีในภาคธุรกิจที่ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อองค์กรต่างๆ กลับมาทำงานที่สำนักงานและเดินหน้าโครงการดิจิทัล
การที่ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการเพิ่มกำลังคนเพื่อรองรับการขยายธุรกิจกลุ่มใหม่ เป็นสัญญาณที่ดีในการมองหาแหล่งรายได้ใหม่ๆ และลดการพึ่งพิงตลาดผู้บริโภคที่ผันผวน อย่างไรก็ตาม การแข่งขันที่สูงขึ้นในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง 7.5% และต้องมีการลงทุนเพิ่มในค่าใช้จ่ายทางการตลาด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
SIS ในไตรมาส 1/2566 เผชิญกับแรงกดดันจากตลาดผู้บริโภคที่ซบเซาและกำลังซื้อที่อ่อนแอ ส่งผลให้รายได้รวมและกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ากลุ่มลูกค้าองค์กรจะยังคงเติบโตได้ดี แต่การแข่งขันที่สูงขึ้นและต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นก็เป็นปัจจัยที่ต้องจับตา บริษัทฯ จำเป็นต้องบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และเร่งสร้างการเติบโตจากกลุ่มลูกค้าองค์กร รวมถึงการขยายธุรกิจกลุ่มใหม่ เพื่อชดเชยผลกระทบจากตลาดผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SIS ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
8,085.98
ล้านบาท
↑ 9.8% YoY
กำไรขั้นต้น
621.80
ล้านบาท
↑ 12.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.69
%
กำไรสุทธิ
264.52
ล้านบาท
↑ 14% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.27
%
D/E Ratio
1.44
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
8,086
↑ + 9.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
622
↑ + 12.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
265
↑ + 14%
YoY
D/E Ratio
1.44
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SIS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.44
ROE (%)
20.19
ROA (%)
10.57
Book Value/หุ้น
13.37
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SIS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-413
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-51
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SIS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-412.79
-64.79%
|
-1,172.51
+209.37%
|
-379.00
-78.34%
|
-1,750.12
+5,018.81%
|
-34.19
-104.41%
|
775.21
-721.86%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-50.58
-30.45%
|
-72.72
+88.30%
|
-38.62
-128.51%
|
135.44
+251.61%
|
38.52
-582.71%
|
-7.98
-269.43%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-731.63
-164.26%
|
1,138.56
+845.02%
|
120.48
-92.89%
|
1,693.48
-667.60%
|
-298.36
-63.30%
|
-813.06
-549.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-1,195.00
+1,020.28%
|
-106.67
-64.10%
|
-297.15
-477.05%
|
78.81
-126.80%
|
-294.03
+541.57%
|
-45.83
-175.35%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
651.23
+94.07%
|
335.57
+41.47%
|
237.20
-43.53%
|
420.02
+59.77%
|
262.89
-14.85%
|
308.72
+24.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
744.60
+14.34%
|
651.23
+94.07%
|
335.57
+41.47%
|
237.20
-43.53%
|
420.02
+59.77%
|
262.89
-14.85%
|