SAFE
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SAFE
บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
5.25
0.05 (0.94%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 3 ปี 2566

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13302 out_tok=2575 at=2026-07-26T03:22:02 --> # SAFE Q3/2566 โชว์กำไรสุทธิโต 13.7% รับแรงหนุนรายได้บริการรักษาผู้มีบุตรยาก-ตรวจพันธุกรรมพุ่ง ## รายได้รวมโต 13.6% ดันกำไรสุทธิ 148 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนบริการเพิ่มตามสัดส่วน บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SAFE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 148.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.72% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายและให้บริการที่เติบโตขึ้น 13.03% เป็น 629.19 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนบริการเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่า ทำให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SAFE ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการให้บริการรักษาผู้มีบุตรยาก และรายได้จากการให้บริการตรวจพันธุกรรมของตัวอ่อนและทำรกในครรภ์** ซึ่งเป็นสองกลุ่มธุรกิจหลักที่สร้างรายได้ให้กับบริษัท ### 1) หัวใจคืออะไร ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ SAFE เติบโต 13.72% มาจาก **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการรักษาผู้มีบุตรยาก 5.39%** และ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการให้บริการตรวจพันธุกรรมของตัวอ่อนและทำรกในครรภ์ถึง 52.00%** การเติบโตนี้ส่งผลโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น 13.66% และเมื่อรวมกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ทำได้ดี ทำให้กำไรสุทธิปรับตัวสูงขึ้น ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **รายได้จากการให้บริการรักษาผู้มีบุตรยาก:** การเพิ่มขึ้นของรายได้ในส่วนนี้เป็นผลมาจากการที่ **จำนวน treatment cycle ของคนไข้ชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น** ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของการเดินทางและการท่องเที่ยวหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย * **รายได้จากการให้บริการตรวจพันธุกรรมของตัวอ่อนและทำรกในครรภ์:** การเติบโตที่โดดเด่นมาจาก **จำนวนการทดสอบ NGS และ Qualifi ที่สูงขึ้น** เนื่องจากบริการนี้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์และความสมบูรณ์ของทารก ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญต่อธุรกิจ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้จากการให้บริการตรวจพันธุกรรมของตัวอ่อนและทำรกในครรภ์ เนื่องจากเป็นบริการที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อไป ส่วนรายได้จากการรักษาผู้มีบุตรยากก็มีแนวโน้มดีขึ้นจากการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม การเติบโตในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น การแข่งขันในตลาด การพัฒนาเทคโนโลยี และกำลังซื้อของผู้บริโภค ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ 9 เดือน ปี 2566 เท่ากับ 148.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.72% YoY** * **รายได้รวม 9 เดือน ปี 2566 เท่ากับ 633.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.60% YoY** * **รายได้จากการให้บริการรักษาผู้มีบุตรยากเพิ่มขึ้น 5.39%** จากจำนวน treatment cycle ของคนไข้ต่างชาติที่เพิ่มขึ้น * **รายได้จากการให้บริการตรวจพันธุกรรมของตัวอ่อนและทำรกในครรภ์พุ่งสูง 52.00%** จากจำนวนการทดสอบ NGS และ Qualifi ที่เพิ่มขึ้น * **อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวที่ 55.64%** ขณะที่อัตรากำไรสุทธิปรับเพิ่มขึ้นเป็น 23.53% * **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 11.02%** จากการจ่ายเงินปันผลจำนวนมาก ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 629.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.03% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้หลักมาจากการให้บริการรักษาผู้มีบุตรยากที่เพิ่มขึ้น 5.39% และรายได้จากการให้บริการตรวจพันธุกรรมของตัวอ่อนและทำรกในครรภ์ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 52.00% นอกจากนี้ยังมีรายได้จากการให้บริการด้านผิวหนังและความงามที่เริ่มมีเข้ามาบ้างแล้ว ต้นทุนขายและการให้บริการเพิ่มขึ้น 12.26% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 13.66% และรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ที่ 55.64% ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 39.13% ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของค่าคอมมิชชั่นและค่าโฆษณาและการส่งเสริมการขาย ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 5.42% โดยมีค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานและค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดเก้าเดือนปี 2566 อยู่ที่ 148.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.72% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 23.53% ## โอกาส * **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อรายได้จากการให้บริการรักษาผู้มีบุตรยาก * **ความต้องการบริการตรวจพันธุกรรมที่เพิ่มขึ้น:** บริการตรวจพันธุกรรมของตัวอ่อนและทำรกในครรภ์เป็นบริการที่ได้รับความนิยมและมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง * **การขยายธุรกิจ:** การมีบริษัทย่อยที่ให้บริการสนับสนุน เช่น NGG และ SWC ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มบริษัท * **การบริหารต้นทุนที่ดี:** การควบคุมต้นทุนบริการให้เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่ารายได้ช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้น ## ความเสี่ยง * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจการแพทย์เพื่อการมีบุตรมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ให้บริการในประเทศและต่างประเทศ * **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** กฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์เพื่อการมีบุตรอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้มีผลกระทบมากนัก แต่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลต่อรายได้และต้นทุนบางส่วน * **การบริหารจัดการเงินสด:** การจ่ายเงินปันผลจำนวนมากส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง ซึ่งต้องมีการบริหารจัดการสภาพคล่องอย่างรอบคอบ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มการเติบโตของรายได้จากกลุ่มลูกค้าต่างชาติ:** ติดตามจำนวนนักท่องเที่ยวและกำลังซื้อที่อาจส่งผลต่อการใช้บริการรักษาผู้มีบุตรยาก * **การขยายตัวของบริการตรวจพันธุกรรม:** ประเมินความต้องการของตลาดและศักยภาพในการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด * **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** ตรวจสอบการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ * **การลงทุนในอนาคต:** ติดตามแผนการลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตหรือพัฒนาบริการใหม่ๆ * **การเปลี่ยนแปลงของกฎหมายและข้อบังคับ:** เฝ้าระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อธุรกิจ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) * **รายได้จากการให้บริการรักษาผู้มีบุตรยาก:** เพิ่มขึ้น 5.39% เป็น 497.96 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากการเพิ่มขึ้นของ treatment cycle ของคนไข้ชาวต่างชาติ * **รายได้จากการให้บริการตรวจพันธุกรรมของตัวอ่อนและทำรกในครรภ์:** เติบโตโดดเด่น 52.00% เป็น 127.92 ล้านบาท จากจำนวนการทดสอบ NGS และ Qualifi ที่สูงขึ้น สะท้อนความนิยมที่เพิ่มขึ้นของบริการนี้ * **รายได้จากการให้บริการด้านผิวหนังและความงาม:** เริ่มมีรายได้ 3.13 ล้านบาท จากการดำเนินงานของ SWC ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ * **ต้นทุนจากการให้บริการ:** เพิ่มขึ้น 12.26% เป็น 279.08 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่ายา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์การแพทย์ที่เพิ่มขึ้น * **อัตรากำไรขั้นต้น:** อยู่ที่ 55.64% ซึ่งค่อนข้างคงที่เมื่อเทียบกับปีก่อน แสดงถึงการบริหารต้นทุนที่ดีเมื่อเทียบกับการเติบโตของรายได้ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,364.09 ล้านบาท ลดลง 3.44% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 11.02% เป็น 756.93 ล้านบาท ส่วนหนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 15.87% เป็น 234.58 ล้านบาท โดยมีเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 6.67% เป็น 1,129.51 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการจ่ายเงินปันผลจำนวน 255.75 ล้านบาท แม้ว่าจะมีกำไรสุทธิ 148.02 ล้านบาทเข้ามาเสริมก็ตาม กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 178.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ขณะที่กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 58.67 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการจ่ายเงินล่วงหน้าเพื่อสิทธิการใช้ และการซื้ออาคารและอุปกรณ์ สำหรับกระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินอยู่ที่ 213.24 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการจ่ายเงินปันผล ## สรุปท้าย SAFE ในไตรมาส 3 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยมี "หัวใจกำไร" มาจากการขยายตัวของรายได้ในธุรกิจหลักอย่างการรักษาผู้มีบุตรยากและการตรวจพันธุกรรม ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและเทรนด์ความต้องการบริการด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้นตามการเติบโต แต่การบริหารจัดการต้นทุนบริการที่ดีทำให้สามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ และส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการสภาพคล่องจากการจ่ายเงินปันผลจำนวนมาก และความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวของอุตสาหกรรมนี้.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SAFE ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
169.59 ล้านบาท
↓ 4.3% YoY
กำไรขั้นต้น
95.15 ล้านบาท
↑ 3.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
56.11 %
กำไรสุทธิ
30.12 ล้านบาท
↑ 27.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
17.76 %
D/E Ratio
0.11
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
170
↓ -4.3% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
95
↑ + 3.7% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
30
↑ + 27.4% YoY
D/E Ratio
0.11

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.11
ROE (%)
7.51
ROA (%)
8.43
Book Value/หุ้น
5.44

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SAFE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
1,659.50
-2.51%
1,702.15
+8.33%
1,571.33
+36.87%
1,148.04
+12.94%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
263.85
-13.44%
304.82
-5.42%
322.28
+21.78%
264.64
-5.53%
รวมสินทรัพย์
1,923.35
-4.17%
2,006.97
+5.99%
1,893.60
+34.04%
1,412.69
+8.95%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
99.45
-11.84%
112.80
-10.02%
125.36
+26.46%
99.13
+9.91%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
97.40
-6.26%
103.91
-5.83%
110.34
+6.80%
103.32
-6.43%
รวมหนี้สิน
196.85
-9.17%
216.71
-8.06%
235.71
+16.43%
202.45
+0.92%
รวมส่วนของเจ้าของ
1,726.50
-3.56%
1,790.25
+7.98%
1,657.90
+36.99%
1,210.24
+10.42%
D/E
0.11
0.12
0.14
0.17
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
7.51
9.74
14.12
13.44
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
8.43
11.14
15.17
14.62
อัตราส่วนสภาพคล่อง
16.69
15.09
12.53
11.58
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
4.30
9.92
10.17
8.79
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
13.29
11.30
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
45.00
54.28
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
90.18
82.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด
-31.89
-16.42
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-82
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+650
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SAFE

รายการ 2569 2568 2567 2566
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-82.42
-59.93%
-205.71
-181.39%
252.76
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
649.65
-327.31%
-285.80
+260.95%
-79.18
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
196.77
+249.01%
56.38
-75.14%
226.78
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
764.03
-275.59%
-435.12
-208.68%
400.36
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
1,091.12
-12.78%
1,251.02
+47.06%
850.66
+27.36%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
403.25
-63.04%
1,091.12
-12.78%
1,251.02
+47.06%