RT
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
RT
บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
0.30
+0.01 (+3.45%)

สรุป Opportunity Day

วิเคราะห์ผลประกอบการโดย AI

1. สรุป OPPDAY (Q&A)
```html

RITE Turnaround: สรุป Oppday หุ้น RT ปี 2568 กับโอกาสเติบโตในตลาด Infra Structure


สวัสดีท่านนักลงทุนและสื่อมวลชนทุกท่าน ในนามบริษัท Right Tunnelling จำกัด (มหาชน) หรือ RT ขอต้อนรับทุกท่านเข้ามารับฟังการสรุปผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2567 รวมถึงทิศทางธุรกิจของปี 2568 ในงาน Oppday วันนี้ โดยผู้ให้ข้อมูลคือคุณชัยยา วงศ์รัพย์พานิช กรรมการผู้จัดการ และคุณปรเมศวชิมา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานบัญชีและการเงิน



ภาพรวมธุรกิจ Right Tunnelling


บริษัท Right Tunnelling ก่อตั้งในปี 2000 (พ.ศ. 2543) ปีนี้เป็นปีที่ 25 ของ RT เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านงานขุดเจาะอุโมงค์ ทั้งงานเจาะอุโมงค์ในชั้นหินแข็งและชั้นดินอ่อน รวมถึงงานวิศวกรรมโยธาและงานธรณีเทคนิคครบวงจร แบ่งกลุ่มธุรกิจของบริษัทออกเป็น 5 กลุ่มหลักๆ ดังนี้:



  1. กลุ่มอุโมงค์หรือชาร์ป (รายได้หลักของบริษัทตลอด 25 ปี)

    • งานอุโมงค์รถไฟ (งบประมาณภาครัฐส่วนนี้มีปริมาณค่อนข้างมากและต่อเนื่องอีก 5-10 ปี)

    • งานอุโมงค์สำหรับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ

    • งานอุโมงค์สำหรับท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินในกรุงเทพมหานคร

    • งานอุโมงค์การประปาของการประปานครหลวง

    • งานอุโมงค์บำบัดน้ำเสียและระบายน้ำท่วม



  2. กลุ่มงานก่อสร้างเขื่อนและระบบชลประทาน

    • การก่อสร้างเขื่อนและชลประทานในไทย

    • ผู้ว่าจ้างหลักคือกรมชลประทาน, กรมทรัพยากรน้ำ, และการไฟฟ้าฝ่ายผลิต



  3. กลุ่มงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำ

  4. กลุ่มงาน Pipe Jacking กับ HDD (Horizontal Directional Drilling)

    • ท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่



  5. กลุ่มงานซ่อมสร้าง (งานซ่อมเป็นหลัก)

    • งานป้องกันลาดไหล่เขา (Slope Stabilization)

    • งานขุดดินและขุดหิน

    • งานสำรวจเจาะสำรวจธรณีวิทยา

    • งานปรับปรุงฐานรากเขื่อน (ทั้งเขื่อนใหม่และเขื่อนเก่า)

    • งานถนนสะพานและการเหมืองแร่ รวมถึงงานรถไฟ

    • มีแนวคิดจะให้บริการ Service ในงานซ่อมอุโมงค์ (กลุ่มงานระยะสั้น เก็บเงินเร็ว)





ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview)


ผลกระทบเชิงบวก: ธุรกิจของ RT ได้รับผลกระทบเชิงบวกจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการอุโมงค์รถไฟ ซึ่งมีงบประมาณจำนวนมากและต่อเนื่องในระยะยาว นอกจากนี้ การปรับกลยุทธ์เน้นงานระยะสั้นและการให้บริการซ่อมบำรุงยังช่วยเสริมสภาพคล่องของกิจการ


ผลกระทบเชิงลบ: ในปี 2565 บริษัทได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้รายได้ลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ปรับตัวและฟื้นตัวกลับมาได้ในปี 2566 และ 2567



โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities)


RT มีโอกาสทางธุรกิจจากการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทย โดยเฉพาะงานอุโมงค์รถไฟและระบบขนส่งสาธารณะ บริษัทมีแผนจะประมูลงานโครงการใหญ่ๆ เช่น โครงการอุโมงค์กะทู้ป่าตองที่ภูเก็ต, โครงการอุโมงค์รถไฟรางคู่ปากน้ำโพ-เด่นชัย และโครงการอุโมงค์ในดินของการไฟฟ้านครหลวง


นอกจากนี้ บริษัทยังมองเห็นโอกาสในการให้บริการซ่อมบำรุงอุโมงค์ ซึ่งเป็นตลาดที่ยังมีการแข่งขันน้อยและมีศักยภาพในการเติบโต



ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges)


ความเสี่ยงหลักที่ RT เผชิญคือความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้างและพลังงาน บริษัทมีแผนรับมือโดยการทำสัญญาซื้อขายระยะยาวกับซัพพลายเออร์ และการเจรจาต่อรองราคาเพื่อให้ได้ต้นทุนที่ต่ำที่สุด



วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation)


บริษัทได้ปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการโครงการ, ใช้ Value Engineering เพื่อลดต้นทุน, และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดซื้อวัสดุ นอกจากนี้ บริษัทยังได้ปรับกลยุทธ์เน้นงานระยะสั้นเพื่อเสริมสภาพคล่องและลดความเสี่ยง



แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends)


RT มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีในอนาคต จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ และการขยายตัวของธุรกิจในกลุ่มงานต่างๆ บริษัทมีเป้าหมายที่จะเพิ่มรายได้ 20% ต่อปี และเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นเป็น 15% ภายในปี 2568


บริษัทได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 807 ล้านหุ้น เพื่อรองรับการขยายกิจการในอนาคต และชำระหนี้หุ้นกู้คืนเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ถือหุ้นและผู้ถือหุ้นกู้



Project Overview


ปัจจุบัน Right Tunnelling ดำเนินงานในโครงการต่างๆ ดังนี้:



  • โครงการเด่นชัย-เชียงราย สัญญาที่ 1 (อุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในไทย)

  • โครงการเด่นชัย-เชียงราย สัญญาที่ 2 (อุโมงค์แม่กา, ติดตั้งระบบ Waterproof Membrane)

  • โครงการอุโมงค์ส่งน้ำคลองทวีวัฒนา (กรุงเทพฯ, อุโมงค์ในดิน)

  • โครงการอุโมงค์ส่งน้ำคลองมหาสวัสดิ์ (GTN9A, การประปานครหลวง, อุโมงค์ในดิน)

  • โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าหลวงพระบาง (สปป.ลาว)

  • โครงการประตูระบายน้ำศรีสองรัก (เลย, รูปปั้นผีตาโขน)

  • โครงการคลองแอง จังหวัดตราด (ขุดร่องแกน, ปรับปรุงฐานรากเขื่อน)

  • โครงการอ่างเก็บน้ำคลองโพล้ จังหวัดระยอง

  • โครงการท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดิน สายสีเหลือง (ถนนศรีนครินทร์)

  • โครงการท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดิน สายสีส้ม (ถนนเพชรบุรี)

  • โครงการเสริมความมั่นคงลาดไหล่เขา (แพ็กเกจ 3,4,5) เด่นชัย-เชียงราย สัญญา 2 (พะเยา) และ สัญญา 3 (เชียงราย)

  • โครงการ Slope Protection บนทางหลวงหมายเลข 1150 (แม่จารินหลวง)



Financial Highlights



  • Total Revenue (2567): 3,636 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 15.4% จากปีก่อน)

  • Gross Profit Margin (2567): 14.0%

  • Net Profit Margin (2567): 2% (เป้าหมาย 2-3% ในอนาคต)

  • EBITDA (2567): 458 ล้านบาท (12.6% ของรายได้รวม)

  • D/E Ratio: 3.67 เท่า (ลดลงจาก 4.36 เท่าในปีก่อน)



ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session) [เริ่ม Q&A นาทีที่ 44:18]


คำถาม: ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อกำไรขั้นต้นของบริษัทมีอะไรบ้าง และมีมาตรการจัดการอย่างไร?


คำตอบ: ปัจจัยหลักคือการจัดการบริหารโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ, การใช้ Value Engineering, การวางแผนจัดซื้อวัสดุจำนวนมาก, และการ sourcing จากผู้ผลิตโดยตรงในต่างประเทศ รวมถึงการทำสัญญาซื้อขายระยะยาวเพื่อลดความเสี่ยงจากราคาวัสดุที่ผันผวน


คำถาม: มีแผนประมูลเข้าโครงการใหญ่ๆ อะไรบ้าง?


คำตอบ: โครงการที่ติดตามอยู่คืองานก่อสร้างอุโมงค์ (กะทู้-ป่าตอง ภูเก็ต, รถไฟรางคู่ ปากน้ำโพ-เด่นชัย-เชียงใหม่) และงานอุโมงค์ในดินของการไฟฟ้านครหลวง


คำถาม: เป้าหมายรายได้และการเติบโตในอนาคต?


คำตอบ: ตั้งเป้ารายได้เติบโต 20% และมีกำไรขั้นต้นที่ 14-15% ส่วนกำไรสุทธิมีเป้าหมายที่จะเพิ่มเป็น 2-3%



หัวข้อคำถามและคำตอบ:



  • ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อกำไรขั้นต้น

  • แผนการเข้าประมูลโครงการใหญ่

  • เป้าหมายรายได้และการเติบโตในอนาคต



โดยสรุป Right Tunnelling ได้แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของธุรกิจในปี 2567 และมีแผนการเติบโตที่ชัดเจนในอนาคต โดยเน้นการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน


```
ผู้เขียน: Admin AiO
2. Financial & KPI Analysis — Q4/2567