บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
0.29
+0.01 (+3.57%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวม เพิ่มขึ้นจากปี 2562 จำนวน 497.67 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.06 เป็นผลมาจากปริมาณงานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น
โดยรายได้หลักที่สำคัญ ได้แก่ รายได้จากการก่อสร้างจำนวนเงิน 2,823.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2562 จำนวน 518.42 ล้านบาท หรือคิด เป็นร้อยละ 2.49 นอกจากนี้บริษัทได้รับรู้รายได้จากการขายวัสดุก่อสร้าง กำไรจากอัตราแสกเปลี่ยนและรายได้ อื่นรวม จำนวนเงิน 37.46 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4978 out_tok=2014 at=2026-07-26T02:34:11 -->
# RT กำไรสุทธิหดกว่า 851% ใน Q4/2565 รับต้นทุนพุ่ง-รายได้ก่อสร้างวูบ
## รายได้รวมวูบ 17.6% กดดันต้นทุนพุ่ง ทำขาดทุนสุทธิ 312.15 ล้านบาท
บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ RT รายงานผลประกอบการปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 312.15 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีกำไร 41.54 ล้านบาท คิดเป็นการลดลงกว่า 851.48% โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการรับเหมาก่อสร้างที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นติดลบ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ RT พลิกจากบวกเป็นลบ และส่งผลให้ขาดทุนสุทธิจำนวนมากในปี 2565 คือ **การปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการรับเหมาก่อสร้าง ควบคู่ไปกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัสดุก่อสร้าง** โดยรายได้รวมลดลง 17.60% มาอยู่ที่ 2,053.45 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นติดลบถึง -3.87% จากปีก่อนที่ 12.80% และส่งผลให้ขาดทุนสุทธิ 312.15 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **รายได้จากการรับเหมาก่อสร้างที่ลดลง** เป็นผลมาจากการระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินการก่อสร้างในบางโครงการในปี 2564 ซึ่งผลกระทบยังคงต่อเนื่องมาถึงปี 2565 และการปรับลดมูลค่าสัญญาบางโครงการตามที่ได้รับแจ้งจากผู้ว่าจ้าง ทำให้การรับรู้รายได้ในปี 2565 ลดลง นอกจากนี้ **ต้นทุนค่าวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น** โดยเฉพาะราคาน้ำมันและเหล็ก ได้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการรับเหมาก่อสร้าง แม้ว่าต้นทุนรวมจะลดลงตามรายได้ที่ลดลง แต่เมื่อคิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้รวมกลับเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ความสามารถในการทำกำไรขั้นต้นลดลงอย่างมาก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากผลกระทบของโควิด-19 ที่ส่งผลต่อการดำเนินงานและมูลค่าสัญญา ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจคลี่คลายลงได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม การที่ต้นทุนวัสดุก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้นนั้น อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าจะมีแนวโน้มทรงตัวหรือปรับลดลงเมื่อใด ซึ่งจะส่งผลต่ออัตรากำไรในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมลดลง 17.60%** มาอยู่ที่ 2,053.45 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้จากการรับเหมาก่อสร้างที่ลดลง 17.91%
* **อัตรากำไรขั้นต้นติดลบ -3.87%** จากปีก่อนที่ 12.80% เนื่องจากต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น
* **พลิกขาดทุนสุทธิ 312.15 ล้านบาท** จากปีก่อนที่มีกำไร 41.54 ล้านบาท
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 35.16%** เป็น 3,485.18 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการออกหุ้นกู้
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 22.92%** เป็น 1,030.22 ล้านบาท เนื่องจากการขาดทุนสุทธิ
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทมีรายได้รวม 2,053.45 ล้านบาท ลดลง 17.60% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยรายได้หลักจากการรับเหมาก่อสร้างอยู่ที่ 2,024.63 ล้านบาท ลดลง 17.91% ซึ่งเป็นผลมาจากผลกระทบต่อเนื่องจากการระบาดของโควิด-19 และการปรับลดมูลค่าสัญญาบางโครงการ ในขณะที่ต้นทุนรวมลดลง 1.56% มาอยู่ที่ 2,357.27 ล้านบาท แต่เมื่อพิจารณาเป็นสัดส่วนต่อรายได้กลับเพิ่มขึ้น เนื่องจากต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นติดลบที่ -3.87% และทำให้บริษัทขาดทุนสุทธิ 312.15 ล้านบาท
## โอกาส
* การลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับโครงการใหม่ อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในอนาคต
* การออกและเสนอขายหุ้นกู้ อาจช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินสำหรับการดำเนินงานและโครงการใหม่
## ความเสี่ยง
* ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะราคาน้ำมันและเหล็ก ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุน
* ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การระบาดของโรคติดต่อ และผลกระทบต่อการดำเนินงานก่อสร้าง
* การปรับลดมูลค่าสัญญาจากผู้ว่าจ้าง ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ที่รับรู้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้จากการรับเหมาก่อสร้าง และการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่
* ทิศทางราคาวัสดุก่อสร้าง และผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* การบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ ท่ามกลางภาวะต้นทุนที่สูงขึ้น
* ความสามารถในการบริหารจัดการหนี้สินจากการออกหุ้นกู้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**รายได้จากการรับเหมาก่อสร้าง:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่กระทบต่อการดำเนินงานและมูลค่าสัญญา การที่ต้นทุนวัสดุปรับตัวสูงขึ้นยิ่งซ้ำเติมอัตรากำไรให้ติดลบ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมและแนวทางการบริหารต้นทุนของบริษัท
**ต้นทุนก่อสร้าง:** แม้ต้นทุนรวมลดลงตามรายได้ แต่สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ถึงแรงกดดันจากราคาวัสดุที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นความท้าทายหลักในการบริหารจัดการโครงการ
**Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับ Backlog โดยตรง จึงไม่สามารถประเมินมูลค่าโครงการในอนาคตได้
**การเปิดโครงการใหม่:** มีการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับโครงการใหม่ แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการใหม่ที่กำลังจะเปิด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 4,515.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.33% โดยมีสินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญา-รายได้ที่ยังไม่เรียกชำระเพิ่มขึ้น และที่ดินอาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับโครงการใหม่
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 35.16% เป็น 3,485.18 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการออกและเสนอขายหุ้นกู้ 581.08 ล้านบาท และหนี้สินที่เกิดจากสัญญา-เงินรับล่วงหน้าจากผู้ว่าจ้างเพิ่มขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 22.92% เป็น 1,030.22 ล้านบาท เนื่องจากการขาดทุนสุทธิสำหรับปี 2565 และการจ่ายเงินปันผล แม้จะมีการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ (RT-W1) เพิ่มทุนเข้ามาบ้าง
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากประมาณ 1.93 เท่า ณ สิ้นปี 2564 เป็นประมาณ 3.38 เท่า ณ สิ้นปี 2565 ซึ่งบ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของภาระหนี้สินเมื่อเทียบกับส่วนทุน
## สรุปท้าย
RT เผชิญความท้าทายอย่างหนักในปี 2565 โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการรับเหมาก่อสร้างที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิกว่า 851% และอัตรากำไรขั้นต้นติดลบ แม้ว่าการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับโครงการใหม่ รวมถึงการออกหุ้นกู้จะเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต แต่การบริหารจัดการต้นทุนและหนี้สินที่เพิ่มสูงขึ้นจะเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RT ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
938.10
ล้านบาท
↓ 3.2% YoY
กำไรขั้นต้น
180.43
ล้านบาท
↑ 40.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.23
%
กำไรสุทธิ
53.87
ล้านบาท
↑ 342.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.74
%
D/E Ratio
3.11
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
938
↓ -3.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
180
↑ + 40.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
54
↑ + 342.9%
YoY
D/E Ratio
3.11
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.11
ROE (%)
0.87
ROA (%)
3.27
Book Value/หุ้น
0.93
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+433
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-54
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
432.56
+211.17%
|
139.01
-73.75%
|
529.52
+13,271.72%
|
3.96
-97.33%
|
148.42
-27.88%
|
205.80
-297.58%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-54.32
-143.35%
|
125.31
-25.26%
|
167.67
-234.22%
|
-124.92
-451.69%
|
35.52
-326.39%
|
-15.69
-84.51%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
153.80
-413.17%
|
-49.11
-94.29%
|
-859.78
-678.08%
|
148.73
-615.17%
|
-28.87
-126.08%
|
110.71
-49.92%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
531.87
+147.38%
|
215.00
-232.24%
|
-162.58
-681.27%
|
27.97
-81.94%
|
154.89
-48.58%
|
301.23
+1,842.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
244.93
+641.31%
|
33.04
-71.00%
|
113.95
+59.24%
|
71.56
-79.75%
|
353.39
+577.51%
|
52.16
+42.32%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
127.18
-48.07%
|
244.93
+641.31%
|
33.04
-71.00%
|
113.95
+59.24%
|
71.56
-79.75%
|
353.39
+577.51%
|