บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
0.29
+0.01 (+3.57%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวม เพิ่มขึ้นจากปี 2562 จำนวน 497.67 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.06 เป็นผลมาจากปริมาณงานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น
โดยรายได้หลักที่สำคัญ ได้แก่ รายได้จากการก่อสร้างจำนวนเงิน 2,823.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2562 จำนวน 518.42 ล้านบาท หรือคิด เป็นร้อยละ 2.49 นอกจากนี้บริษัทได้รับรู้รายได้จากการขายวัสดุก่อสร้าง กำไรจากอัตราแสกเปลี่ยนและรายได้ อื่นรวม จำนวนเงิน 37.46 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5662 out_tok=2632 at=2026-07-26T03:06:57 -->
# RT Q3/2565: กำไรสุทธิหดตัวแรง เหตุต้นทุนพุ่ง-โควิดกระทบต่อเนื่อง
## รายได้ทรงตัวแต่ต้นทุนบานปลาย กดดันอัตรากำไรขั้นต้นวูบหนัก
บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ RT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้รวม 604.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.86% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้หลักจากการรับเหมาก่อสร้างจะทรงตัว แต่ภาพรวมกำไรสุทธิกลับขาดทุนถึง 45.13 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีกำไร 11.47 ล้านบาท โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากต้นทุนก่อสร้างที่สูงขึ้นและผลกระทบจากโควิด-19 ที่ยังคงส่งผลต่อการดำเนินงาน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ RT ในไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนในการรับเหมาก่อสร้าง** ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) หดตัวลงอย่างรุนแรงจาก 10.50% ในไตรมาส 3 ปี 2564 มาอยู่ที่ 4.24% ในไตรมาส 3 ปี 2565 แม้รายได้จากการรับเหมาก่อสร้างจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.13% ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของต้นทุนในการรับเหมาก่อสร้างเป็นผลมาจาก **ผลกระทบของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงมีผลต่อเนื่องมาในปี 2565** ทำให้การดำเนินการก่อสร้างบางโครงการชะลอตัว ซึ่งส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานและอาจทำให้ต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้น นอกจากนี้ โครงสร้างของกำไรในแต่ละโครงการที่แตกต่างจากปีก่อนก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้นโดยรวม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ฝ่ายจัดการจะระบุว่าผลกระทบจากโควิด-19 ยังคงมีต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มต้นทุนในอนาคต หรือแผนการบริหารจัดการต้นทุนที่เข้มข้นขึ้น การที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และภาพรวมกำไรสุทธิพลิกเป็นขาดทุน บ่งชี้ถึงความเปราะบางของผลประกอบการต่อปัจจัยภายนอกและโครงสร้างต้นทุน การติดตามการบริหารจัดการต้นทุนและสถานการณ์โครงการต่างๆ ในไตรมาสถัดไปจะเป็นสิ่งสำคัญ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมทรงตัว:** ไตรมาส 3 ปี 2565 รายได้รวมอยู่ที่ 604.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.86% YoY โดยรายได้หลักจากการรับเหมาก่อสร้างอยู่ที่ 592.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.13% YoY
* **กำไรสุทธิพลิกขาดทุน:** ขาดทุนสุทธิ 45.13 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีกำไร 11.47 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวรุนแรง:** ลดลงจาก 10.50% ใน Q3/64 เหลือ 4.24% ใน Q3/65
* **ต้นทุนก่อสร้างพุ่ง:** ต้นทุนในการรับเหมาก่อสร้างเพิ่มขึ้น 7.13% YoY เป็น 567.35 ล้านบาท
* **ผลกระทบโควิด-19 ต่อเนื่อง:** ฝ่ายจัดการระบุว่าการระบาดของโควิด-19 ยังคงส่งผลให้การก่อสร้างบางโครงการชะลอตัว
* **การออกหุ้นกู้:** บริษัทมีการออกหุ้นกู้เพื่อจำหน่ายแก่ผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ มูลค่า 580.70 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 604.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.86% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการรับเหมาก่อสร้าง 592.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.13% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนในการรับเหมาก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้น 7.13% มาอยู่ที่ 567.35 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 10.50% เหลือ 4.24% ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 7.78% ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 35.40 ล้านบาท และเมื่อรวมรายการทางการเงินและภาษี ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 45.13 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 11.47 ล้านบาท
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 1,695.96 ล้านบาท ลดลง 12.34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการรับเหมาก่อสร้างลดลง 12.33% มาอยู่ที่ 1,674.66 ล้านบาท ต้นทุนในการรับเหมาก่อสร้างลดลง 6.36% มาอยู่ที่ 1,547.65 ล้านบาท แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมากจาก 13.48% เหลือ 7.58% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมลดลง 50.66% และบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนที่ 70.23 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 55.99 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการก่อสร้าง:** หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลายลงอย่างต่อเนื่อง และภาครัฐมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อาจส่งผลดีต่อภาคการก่อสร้างและการลงทุนในโครงการต่างๆ
* **การออกหุ้นกู้เพื่อเสริมสภาพคล่อง:** การออกหุ้นกู้จำนวน 580.70 ล้านบาท ช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินและอาจใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับโครงการในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนการก่อสร้างที่ผันผวน:** ความไม่แน่นอนของราคาวัสดุก่อสร้างและค่าแรง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการในอนาคต
* **ผลกระทบจากโควิด-19 ที่ยังไม่แน่นอน:** การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและการก่อสร้างโครงการต่างๆ อีกครั้ง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ภาคการก่อสร้างมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจกดดันราคาและอัตรากำไรของโครงการ
* **ภาระดอกเบี้ยจ่าย:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน (Financial Costs) ที่สูงขึ้น 35.33% ในงวด 9 เดือน และ 51.92% ในไตรมาส 3 YoY อาจเป็นภาระต่อผลประกอบการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนการก่อสร้าง:** การบริหารจัดการต้นทุนวัสดุและแรงงานในอนาคต จะเป็นปัจจัยสำคัญต่ออัตรากำไร
* **ความคืบหน้าของโครงการ:** การรับรู้รายได้และอัตรากำไรจากโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่
* **การบริหารจัดการสภาพคล่อง:** การใช้เงินทุนจากการออกหุ้นกู้ และการบริหารกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
* **การเปิดโครงการใหม่:** หากมีแผนเปิดโครงการใหม่ จะเป็นสัญญาณบวกต่อการเติบโตในอนาคต
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหาร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้จากการรับเหมาก่อสร้าง:** แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่การที่รายได้หลักจากการรับเหมาก่อสร้างเพิ่มขึ้นเพียง 0.13% YoY ในไตรมาส 3 บ่งชี้ว่าการดำเนินงานยังไม่กลับมาเติบโตเต็มที่ ซึ่งสอดคล้องกับคำอธิบายเรื่องผลกระทบจากโควิด-19 ที่ทำให้โครงการบางส่วนชะลอตัว
* **ต้นทุนการก่อสร้าง:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุน 7.13% YoY ในขณะที่รายได้เพิ่มขึ้นเพียง 0.13% เป็นสัญญาณอันตรายที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมาก
* **Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ทำให้ประเมินรายได้ในอนาคตได้ยาก
* **การโอนโครงการ (Presale/Transfer):** ไม่มีการกล่าวถึงข้อมูลการโอนโครงการใหม่ หรือยอดขายรอโอน (Backlog) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 4,489.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.66% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญาเพิ่มขึ้น 278.07 ล้านบาท และเงินสดเพิ่มขึ้น 84.62 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,239.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.61% จากสิ้นปี 2564 โดยมีการเพิ่มขึ้นของหุ้นกู้ 580.70 ล้านบาท ซึ่งออกเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2565 เพื่อเสริมสภาพคล่อง
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 6.46% มาอยู่ที่ 1,250.21 ล้านบาท เนื่องจากผลขาดทุนเบ็ดเสร็จรวม 70.95 ล้านบาท และการจ่ายเงินปันผล 15.40 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากประมาณ 1.93 เท่า ณ สิ้นปี 2564 เป็นประมาณ 2.59 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 ซึ่งเป็นระดับที่ค่อนข้างสูง
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในงวด 9 เดือน มีการขาดทุนสุทธิ 70.23 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายในการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ
## สรุปท้าย
RT ในไตรมาส 3 ปี 2565 เผชิญความท้าทายครั้งใหญ่จากต้นทุนการก่อสร้างที่พุ่งสูงขึ้น ประกอบกับผลกระทบจากโควิด-19 ที่ยังคงส่งผลต่อการดำเนินงาน ทำให้กำไรขั้นต้นหดตัวอย่างรุนแรงและพลิกเป็นขาดทุนสุทธิ แม้รายได้จะทรงตัว แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าใช้จ่ายทางการเงินเป็นปัจจัยกดดันสำคัญ การออกหุ้นกู้ช่วยเสริมสภาพคล่อง แต่ก็ทำให้ภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการบริหารจัดการต้นทุน ความคืบหน้าของโครงการ และความสามารถในการสร้างกำไรในระยะต่อไปอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RT ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
938.10
ล้านบาท
↓ 3.2% YoY
กำไรขั้นต้น
180.43
ล้านบาท
↑ 40.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.23
%
กำไรสุทธิ
53.87
ล้านบาท
↑ 342.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.74
%
D/E Ratio
3.11
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
938
↓ -3.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
180
↑ + 40.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
54
↑ + 342.9%
YoY
D/E Ratio
3.11
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.11
ROE (%)
0.87
ROA (%)
3.27
Book Value/หุ้น
0.93
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+433
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-54
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
432.56
+211.17%
|
139.01
-73.75%
|
529.52
+13,271.72%
|
3.96
-97.33%
|
148.42
-27.88%
|
205.80
-297.58%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-54.32
-143.35%
|
125.31
-25.26%
|
167.67
-234.22%
|
-124.92
-451.69%
|
35.52
-326.39%
|
-15.69
-84.51%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
153.80
-413.17%
|
-49.11
-94.29%
|
-859.78
-678.08%
|
148.73
-615.17%
|
-28.87
-126.08%
|
110.71
-49.92%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
531.87
+147.38%
|
215.00
-232.24%
|
-162.58
-681.27%
|
27.97
-81.94%
|
154.89
-48.58%
|
301.23
+1,842.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
244.93
+641.31%
|
33.04
-71.00%
|
113.95
+59.24%
|
71.56
-79.75%
|
353.39
+577.51%
|
52.16
+42.32%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
127.18
-48.07%
|
244.93
+641.31%
|
33.04
-71.00%
|
113.95
+59.24%
|
71.56
-79.75%
|
353.39
+577.51%
|