บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
0.29
+0.01 (+3.57%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวม เพิ่มขึ้นจากปี 2562 จำนวน 497.67 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.06 เป็นผลมาจากปริมาณงานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น
โดยรายได้หลักที่สำคัญ ได้แก่ รายได้จากการก่อสร้างจำนวนเงิน 2,823.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2562 จำนวน 518.42 ล้านบาท หรือคิด เป็นร้อยละ 2.49 นอกจากนี้บริษัทได้รับรู้รายได้จากการขายวัสดุก่อสร้าง กำไรจากอัตราแสกเปลี่ยนและรายได้ อื่นรวม จำนวนเงิน 37.46 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6726 out_tok=2679 at=2026-07-26T03:03:18 -->
# RT กำไร Q3/64 พุ่ง 81.5% รับยอดขาย-กำไรขั้นต้นโตแรง
## รายได้รวมโต 27.3% แตะ 6,062.78 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิพุ่ง 81.5% เป็น 340.39 ล้านบาท จากการบริหารต้นทุนและยอดขายที่เพิ่มขึ้น
บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ RT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 6,062.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 340.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 81.5% ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายและการบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น แม้จะเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในบางช่วงเวลา
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ RT ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 27.3% และการปรับตัวขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) จาก 16.5% เป็น 19.6%** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นถึง 81.5% โดยการเติบโตของรายได้มาจากทั้งสาขาเดิมและสาขาใหม่ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นเกิดจากการบริหารจัดการต้นทุนขายที่มีประสิทธิภาพและการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรของสินค้า House Brand
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้มาจากสองส่วนหลัก คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากสาขาเดิม 14.9%** ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของความต้องการสินค้าและบริการ และ **รายได้จากสาขาใหม่** ได้แก่ สาขามาบตาพุด, แหลมฉบัง, บ่อวิน และสาขา Dohome ToGo อีก 4 สาขา ที่เริ่มรับรู้รายได้เข้ามาสนับสนุนภาพรวม ส่วน **อัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น** นั้น มีสาเหตุมาจากการบริหารจัดการต้นทุนขายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรของสินค้าทุกกลุ่ม รวมถึงสินค้าภายใต้ตราสินค้าของกลุ่มบริษัทฯ (House Brand) ที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น นอกจากนี้ รายได้จากการบริหารศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center) ที่สูงกว่าค่าใช้จ่ายก็มีส่วนช่วยลดต้นทุนสินค้าโดยรวม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยปัจจัยสนับสนุนคือการขยายตัวของสาขาใหม่ที่เริ่มรับรู้รายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง และการบริหารจัดการต้นทุนขายที่มีประสิทธิภาพซึ่งเป็นแนวทางที่บริษัทฯ ดำเนินการอยู่ อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้จากสาขาเดิมอาจต้องพิจารณาถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 และมาตรการควบคุมที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการใช้จ่ายของผู้บริโภคในระยะสั้น แต่โดยรวมแล้ว การบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มที่จะรักษามาตรฐานที่ดีไว้ได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/64 เติบโต 27.3% YoY** แตะ 6,062.78 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของรายได้สาขาเดิม 14.9% และรายได้จากสาขาใหม่
* **กำไรสุทธิ Q3/64 พุ่ง 81.5% YoY** สู่ระดับ 340.39 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 5.6% จาก 3.9% ในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 16.5% ใน Q3/63 เป็น 19.6% ใน Q3/64
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) เพิ่มขึ้น 38.2% YoY** เป็น 720.86 ล้านบาท สอดคล้องกับการขยายสาขาและยอดขายที่เพิ่มขึ้น
* **ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 64 เติบโตโดดเด่น** รายได้รวมเพิ่ม 32.8% เป็น 18,592.22 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่ม 190.4% เป็น 1,484.86 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 6,062.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและค่าบริการ 6,034.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.5% ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากสาขาเดิม 14.9% และการรับรู้รายได้จากสาขาใหม่ 4 สาขา ได้แก่ มาบตาพุด, แหลมฉบัง, บ่อวิน และสาขา Dohome ToGo อีก 4 สาขา ขณะที่รายได้อื่นลดลง 5.0% เป็น 28.17 ล้านบาท ส่วนกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 51.1% เป็น 1,183.63 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 16.5% เป็น 19.6%
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 38.2% เป็น 720.86 ล้านบาท เนื่องจากการเปิดสาขาใหม่และการเพิ่มขึ้นของค่าคอมมิชชั่นและค่าขนส่งสินค้า รวมถึงค่าใช้จ่ายพนักงานฝ่ายบริหารที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการเติบโต ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 4.3% เป็น 61.42 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 87.7% เป็น 86.19 ล้านบาท สอดคล้องกับกำไรก่อนภาษีที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 340.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 81.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 18,592.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.8% และมีกำไรสุทธิ 1,484.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 190.4% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 21.3% และอัตรากำไรสุทธิ 8.0%
## โอกาส
* **การขยายสาขาใหม่:** การเปิดสาขาใหม่ในทำเลที่มีศักยภาพ เช่น มาบตาพุด, แหลมฉบัง, บ่อวิน และสาขา Dohome ToGo จะช่วยเพิ่มฐานรายได้และส่วนแบ่งทางการตลาด
* **การเติบโตของสินค้า House Brand:** การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นของสินค้า House Brand สะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันและการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง
* **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนขายและต้นทุนดำเนินงานที่ดี จะช่วยรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับสูง
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** หากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายและเศรษฐกิจฟื้นตัว จะส่งผลดีต่อกำลังซื้อและการใช้จ่ายของผู้บริโภค
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19:** การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสอาจนำไปสู่มาตรการควบคุมที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและการใช้จ่ายของผู้บริโภค
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งบ้านมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่
* **ต้นทุนสินค้าและค่าขนส่ง:** ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและต้นทุนค่าขนส่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การบริหารจัดการสาขาใหม่:** ความท้าทายในการบริหารจัดการสาขาใหม่ให้มีประสิทธิภาพและทำกำไรตามเป้าหมาย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลการดำเนินงานของสาขาใหม่:** ติดตามการเติบโตของรายได้และอัตรากำไรของสาขาที่เปิดใหม่
* **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น:** จับตาการบริหารจัดการต้นทุนขายและการปรับขึ้นของอัตรากำไรสินค้า House Brand
* **การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ประเมินประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา
* **ผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19:** ติดตามมาตรการควบคุมโรคและผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **แผนการขยายธุรกิจในอนาคต:** การเปิดตัวโครงการใหม่หรือการเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในฐานะผู้ประกอบการในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งบ้าน RT ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและเติบโตท่ามกลางความท้าทาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและค่าบริการ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญในกลุ่มธุรกิจนี้ การเติบโตของรายได้จากสาขาเดิมสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ ขณะที่การขยายสาขาใหม่เป็นการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว
ประเด็นที่น่าสนใจคือการปรับตัวขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนขายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรของสินค้า House Brand ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแบรนด์ของตนเอง การบริหารจัดการศูนย์กระจายสินค้าก็มีส่วนช่วยลดต้นทุนโดยรวมได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นผลมาจากการขยายสาขาใหม่และการสนับสนุนการเติบโต ซึ่งหากการลงทุนดังกล่าวสามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาว ก็ถือเป็นการลงทุนที่สมเหตุสมผล
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง เช่น ยอดหนี้สิน (D/E) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน/ลงทุน/จัดหาเงิน อย่างไรก็ตาม จากการที่บริษัทฯ มีการเปิดสาขาใหม่และมีการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโต อาจมีการกู้ยืมเงินเพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนได้จากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินเล็กน้อยที่ 4.3% ในไตรมาส 3 ปี 2564
## สรุปท้าย
RT โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 เติบโตโดดเด่น โดยมีหัวใจกำไรมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้รวมจากการขยายสาขาและการเติบโตของสาขาเดิม ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์ COVID-19 แต่การลงทุนในสาขาใหม่และการพัฒนาสินค้า House Brand เป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากการแข่งขันและผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจและโรคระบาดที่อาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RT ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
938.10
ล้านบาท
↓ 3.2% YoY
กำไรขั้นต้น
180.43
ล้านบาท
↑ 40.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.23
%
กำไรสุทธิ
53.87
ล้านบาท
↑ 342.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.74
%
D/E Ratio
3.11
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
938
↓ -3.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
180
↑ + 40.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
54
↑ + 342.9%
YoY
D/E Ratio
3.11
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.11
ROE (%)
0.87
ROA (%)
3.27
Book Value/หุ้น
0.93
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+433
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-54
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
432.56
+211.17%
|
139.01
-73.75%
|
529.52
+13,271.72%
|
3.96
-97.33%
|
148.42
-27.88%
|
205.80
-297.58%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-54.32
-143.35%
|
125.31
-25.26%
|
167.67
-234.22%
|
-124.92
-451.69%
|
35.52
-326.39%
|
-15.69
-84.51%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
153.80
-413.17%
|
-49.11
-94.29%
|
-859.78
-678.08%
|
148.73
-615.17%
|
-28.87
-126.08%
|
110.71
-49.92%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
531.87
+147.38%
|
215.00
-232.24%
|
-162.58
-681.27%
|
27.97
-81.94%
|
154.89
-48.58%
|
301.23
+1,842.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
244.93
+641.31%
|
33.04
-71.00%
|
113.95
+59.24%
|
71.56
-79.75%
|
353.39
+577.51%
|
52.16
+42.32%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
127.18
-48.07%
|
244.93
+641.31%
|
33.04
-71.00%
|
113.95
+59.24%
|
71.56
-79.75%
|
353.39
+577.51%
|