บริษัท อาร์พีซีจี จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
0.37
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3546 out_tok=2287 at=2026-07-26T02:04:09 -->
# RPC พลิกขาดทุนสุทธิ Q3/2566 รับอานิสงส์ธุรกิจอสังหาฯ เข้าพอร์ต
## รายได้รวมโต 3.06% จากการรวมบริษัทย่อยอสังหาฯ ขณะที่ธุรกิจน้ำมันเผชิญแรงกดดันจากยอดขายที่ลดลง
บริษัท อาร์พีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ RPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกจากกำไรสุทธิ 8 ล้านบาทในปีก่อน มาเป็นขาดทุนสุทธิ 5 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรวมงบการเงินของบริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยด้านอสังหาริมทรัพย์เข้ามา ทำให้รายได้รวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจน้ำมันค้าปลีกยังคงเผชิญความท้าทายจากยอดขายที่ปรับตัวลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ RPC ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การรวมงบการเงินของบริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยด้านอสังหาริมทรัพย์เข้ามาเป็นครั้งแรก** แม้ว่าภาพรวมจะส่งผลให้บริษัทฯ มีขาดทุนสุทธิ 5 ล้านบาท ลดลง 162.50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 8 ล้านบาท แต่หากพิจารณาเฉพาะรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 3.06% เป็น 2,017.34 ล้านบาทนั้น มาจากการรับรู้รายได้ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากการที่บริษัทฯ ได้เปลี่ยนประเภทเงินลงทุนในบริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) จากบริษัทร่วมเป็นบริษัทย่อยนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 เนื่องจากบริษัทฯ มีอำนาจควบคุมโดยพฤตินัย (De Facto Control) ส่งผลให้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 427.55 ล้านบาท และรายได้จากการให้บริการค่าเช่า รวมถึงรายได้จากการขายอาหารและเบเกอรี่อีก 58.82 ล้านบาทเข้ามาในงบการเงินรวม อย่างไรก็ตาม ธุรกิจน้ำมันค้าปลีกผ่านสถานีบริการน้ำมันของบริษัท เพียวพลังงานไทย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทแกนหลักของ RPC กลับมียอดขายลดลง 63.79 ล้านบาท หรือ 3.06% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าปริมาณขายจะเพิ่มขึ้น 2 ล้านลิตร แต่ต้นทุนขายที่ลดลงตามสัดส่วนรายได้ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากยอดขายที่ลดลงได้ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นถึง 103.28% หรือ 104.84 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าเช่าสถานีบริการน้ำมัน และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยผลประกอบการที่ขาดทุนสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2566 นี้ มีปัจจัยหลักมาจากการรวมงบการเงินของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เข้ามา ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้นและการควบคุมกิจการ การรับรู้รายได้และต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะส่งผลต่อภาพรวมของบริษัทฯ ในงวดถัดไป อย่างไรก็ตาม การที่ธุรกิจน้ำมันค้าปลีกมียอดขายลดลงอาจเป็นปัจจัยกดดันที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 5 ล้านบาท:** พลิกจากกำไร 8 ล้านบาทใน Q3/2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการรวมงบการเงินของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เข้ามา
* **รายได้รวมเพิ่ม 3.06%:** อยู่ที่ 2,017.34 ล้านบาท จาก 2,081.13 ล้านบาทใน Q3/2565 โดยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก
* **ธุรกิจน้ำมันเผชิญแรงกดดัน:** รายได้จากการจำหน่ายน้ำมันค้าปลีกลดลง 3.06% แม้ปริมาณขายจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารพุ่งสูง:** เพิ่มขึ้น 103.28% เป็น 206.35 ล้านบาท จาก 101.51 ล้านบาทใน Q3/2565 ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
* **สินทรัพย์รวม 8,876.70 ล้านบาท:** ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีขาดทุนสุทธิ 5 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2566 ลดลง 13 ล้านบาท หรือ 162.50% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิ 8 ล้านบาท รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 2,017.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.06% จาก 2,081.13 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เข้ามา ต้นทุนขายลดลง 2.24% เป็น 1,917.32 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 103.28% เป็น 206.35 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** การรวมบริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) เข้ามาเป็นบริษัทย่อย จะช่วยเสริมรายได้และสร้างโอกาสในการเติบโตให้กับกลุ่ม RPC ในระยะยาว
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** แม้ว่าต้นทุนขายจะลดลงตามสัดส่วนรายได้ในธุรกิจน้ำมัน แต่การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาอัตรากำไร
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในธุรกิจน้ำมัน:** ธุรกิจค้าปลีกน้ำมันยังคงมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณขายและราคาขาย
* **ความผันผวนของราคาพลังงาน:** ราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมมีความผันผวนสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและกำไรของธุรกิจน้ำมัน
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร โดยเฉพาะจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นความเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลประกอบการของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** การดำเนินงานและแนวโน้มรายได้-กำไรของบริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) ในไตรมาสถัดไป
* **แนวโน้มยอดขายธุรกิจน้ำมัน:** การฟื้นตัวหรือการปรับตัวลดลงของปริมาณขายและรายได้จากการจำหน่ายน้ำมันค้าปลีก
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายรวม:** ความสามารถในการควบคุมและลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร โดยเฉพาะจากธุรกิจใหม่
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม:** ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อธุรกิจน้ำมัน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
ในไตรมาส 3 ปี 2566 RPC มีรายได้จากการจำหน่ายน้ำมันแบบค้าปลีกผ่านสถานีบริการน้ำมันของบริษัท เพียวพลังงานไทย จำกัด จำนวน 2,017.34 ล้านบาท ลดลง 3.06% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าปริมาณขายจะเพิ่มขึ้น 2 ล้านลิตร แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากราคาขายที่อาจปรับลดลง หรือการแข่งขันที่สูงขึ้นได้ ต้นทุนขายลดลงตามสัดส่วนรายได้ 2.24% เป็น 1,917.32 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่เข้ามามีบทบาทในงบการเงินรวมคือการรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งส่งผลให้มีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 427.55 ล้านบาท และรายได้จากการให้บริการค่าเช่า รวมถึงอาหารและเบเกอรี่อีก 58.82 ล้านบาท แต่ในขณะเดียวกันก็มีต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 319.41 ล้านบาท และต้นทุนการให้บริการให้เช่า รวมถึงอาหารและเบเกอรี่อีก 45.22 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 103.28% เป็น 206.35 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายพนักงาน และค่าเช่าสถานีบริการน้ำมัน แต่ที่สำคัญคือค่าใช้จ่ายในการขาย การตลาด และบริหารของกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นจากการรวมบริษัทย่อยเข้ามา
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมเท่ากับ 8,876.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการรวมสินทรัพย์ของบริษัทย่อยด้านอสังหาริมทรัพย์ หนี้สินรวมอยู่ที่ 5,072.35 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเท่ากับ 3,804.35 ล้านบาท
## สรุปท้าย
RPC ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากการรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เข้ามา ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเติบโต แต่ภาพรวมกลับขาดทุนสุทธิจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น ขณะที่ธุรกิจน้ำมันค้าปลีกยังคงเผชิญความท้าทายจากยอดขายที่ลดลง นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการดำเนินงานของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ ในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RPC ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
2,108.26
ล้านบาท
↑ 4.3% YoY
กำไรขั้นต้น
182.33
ล้านบาท
↑ 9.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.65
%
กำไรสุทธิ
-34.68
ล้านบาท
↓ 14.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1.65
%
D/E Ratio
1.34
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,108
↑ + 4.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
182
↑ + 9.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-35
↓ -14.1%
YoY
D/E Ratio
1.34
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RPC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.34
ROE (%)
-2.28
ROA (%)
0.12
Book Value/หุ้น
1.75
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RPC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-203
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-167
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RPC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-202.93
-138.44%
|
527.91
-5.17%
|
556.72
-996.06%
|
-62.13
-92.52%
|
-830.14
-848.62%
|
110.89
+401.76%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-167.21
-70.74%
|
-571.48
-11.61%
|
-646.56
+476.72%
|
-112.11
-18.57%
|
-137.67
+104.93%
|
-67.18
-225.48%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
384.27
+603.79%
|
54.60
-136.22%
|
-150.76
-206.33%
|
141.78
+1,048.02%
|
12.35
-140.36%
|
-30.60
+64.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
14.14
+28.08%
|
11.04
-104.59%
|
-240.60
+641.22%
|
-32.46
-96.60%
|
-955.46
-7,388.02%
|
13.11
-77.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
186.48
-10.00%
|
207.21
-22.92%
|
268.83
+35.19%
|
198.86
+69.44%
|
117.36
+12.58%
|
104.25
+121.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
276.83
+48.45%
|
186.48
-10.00%
|
207.21
-22.92%
|
268.83
+35.18%
|
0.00
|
0.00
|