บริษัท อาร์พีซีจี จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
0.37
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3560 out_tok=2604 at=2026-07-26T02:20:16 -->
# RPC กำไรสุทธิ Q1/2566 พลิกบวก 182% รับรายได้น้ำมัน-อสังหาฯ หนุน
## รายได้น้ำมัน-อสังหาฯ โตแรง ดันกำไร RPC พลิกฟื้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายพุ่งกระทบมาร์จิ้น
บริษัท อาร์พีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ RPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 12.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 182.64% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 14.78 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้ได้รับแรงหนุนหลักจากการเติบโตของรายได้จากการจำหน่ายน้ำมัน และการรับรู้รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มเข้ามา อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ RPC ในไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 12.22 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 27.00 ล้านบาท หรือ 182.64% YoY) มาจาก **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการจำหน่ายน้ำมัน และการรับรู้รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนประเภทเงินลงทุน** อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่กดดันอัตรากำไรคือ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการจำหน่ายน้ำมัน:** บริษัทฯ มีรายได้จากการจำหน่ายน้ำมันผ่านสถานีบริการน้ำมัน PTEC เพิ่มขึ้น 45.51% เป็น 2,187.71 ล้านบาท โดยมีปริมาณขายเพิ่มขึ้น 16 ล้านลิตร ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของความต้องการใช้น้ำมันและ/หรือการบริหารจัดการสต็อกที่ดีขึ้น
* **รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** การเปลี่ยนประเภทเงินลงทุนในบริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) จากบริษัทร่วมเป็นบริษัทย่อย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 ทำให้บริษัทฯ มีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 334.15 ล้านบาท และรายได้จากการให้บริการและค่าเช่าอีก 52.29 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มแหล่งรายได้ใหม่เข้ามา
* **ต้นทุนขาย:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนรายได้จากการจำหน่ายน้ำมันและอสังหาริมทรัพย์ โดยต้นทุนขายน้ำมันเพิ่มขึ้น 44.29% และต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 251.94 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มขึ้นถึง 132.77% เป็น 194.69 ล้านบาท โดยหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ และค่าเช่าสถานีบริการน้ำมัน นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อีก 3.7 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายนี้ส่งผลให้แม้รายได้จะเติบโต แต่กำไรสุทธิอาจไม่เติบโตตามสัดส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** การเติบโตของรายได้จากการจำหน่ายน้ำมันมีแนวโน้มขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจและราคาน้ำมันในอนาคต ส่วนการรับรู้รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะต่อเนื่องหรือไม่ขึ้นอยู่กับแผนการดำเนินงานและการโอนโครงการของบริษัท สัมมากรฯ ในระยะต่อไป ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็นปัจจัยกดดันที่ฝ่ายจัดการต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิดเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกบวก 182.64% YoY:** จากขาดทุน 14.78 ล้านบาทใน Q1/2565 เป็นกำไร 12.22 ล้านบาทใน Q1/2566
* **รายได้รวมเติบโต 45.51% YoY:** มาจากปริมาณขายน้ำมันที่เพิ่มขึ้น 16 ล้านลิตร และการรับรู้รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
* **รายได้จากการขายน้ำมันเพิ่ม 684.26 ล้านบาท:** สะท้อนการดำเนินงานปกติของธุรกิจหลัก
* **รายได้จากอสังหาริมทรัพย์เพิ่ม 386.44 ล้านบาท:** จากการเปลี่ยนประเภทเงินลงทุนในบริษัท สัมมากรฯ
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารพุ่ง 132.77%:** เป็น 194.69 ล้านบาท จาก 83.64 ล้านบาทในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2566 เท่ากับ 12.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.00 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้นร้อยละ 182.64 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2565 ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 14.78 ล้านบาท รายได้จากการขายรวมในไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 2,187.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 684.26 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้นร้อยละ 45.51 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2565 ที่มีรายได้จากการขาย 1,503.45 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณขายน้ำมัน 16 ล้านลิตร และการรับรู้รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 334.15 ล้านบาท รวมถึงรายได้จากการให้บริการและค่าเช่า 52.29 ล้านบาท
ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนรายได้ โดยต้นทุนขายในไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 2,070.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 635.62 ล้านบาท หรือร้อยละ 44.29 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2565 ที่มีจำนวน 1,435.08 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 194.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 111.05 ล้านบาท หรือร้อยละ 132.77 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2565 ที่มีจำนวน 83.64 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาโครงการของกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และค่าเช่าสถานีบริการน้ำมัน นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายทางการเงินจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 3.7 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจน้ำมัน:** ปริมาณการขายน้ำมันที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภค ซึ่งเป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้และกำไรจากธุรกิจหลัก
* **การขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** การรวมบริษัท สัมมากรฯ เข้ามาเป็นบริษัทย่อย เปิดโอกาสในการสร้างรายได้และผลกำไรเพิ่มเติมจากการพัฒนาและขายอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงรายได้ค่าเช่า
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** หากสามารถบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นโอกาสในการเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมัน:** ราคาขายน้ำมันมีความสัมพันธ์โดยตรงกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และอัตรากำไรของธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน
* **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน:** ตลาดค้าปลีกน้ำมันมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อส่วนต่างราคาขายและปริมาณการขาย
* **การบริหารจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็นความเสี่ยงที่อาจกดดันความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
* **ความเสี่ยงจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีความเสี่ยงด้านภาวะตลาด การแข่งขัน การขออนุญาตก่อสร้าง และการบริหารโครงการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มปริมาณการขายน้ำมันในไตรมาสถัดไป
* ผลการดำเนินงานและแผนการพัฒนาโครงการของบริษัท สัมมากรฯ
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพื่อควบคุมต้นทุน
* การเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันดิบและอัตราแลกเปลี่ยน
* ทิศทางของอัตราดอกเบี้ยที่อาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
ในไตรมาส 1 ปี 2566 RPC แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของธุรกิจหลักอย่างธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน โดยมีปริมาณขายเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จากการรวมบริษัท สัมมากรฯ เข้ามาเป็นบริษัทย่อย ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่เข้ามาเสริมการเติบโตของรายได้โดยรวม
ประเด็นที่น่าสนใจคือ ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนรายได้นั้นเป็นเรื่องปกติ แต่การที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ (132.77% เทียบกับ 45.51%) เป็นสิ่งที่ฝ่ายจัดการต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นของการดำเนินงานในธุรกิจใหม่นี้ การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายเหล่านี้ให้มีประสิทธิภาพ จะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิในระยะยาว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมเท่ากับ 8,606.10 ล้านบาท หนี้สินรวมเท่ากับ 4,798.08 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเท่ากับ 3,808.02 ล้านบาท ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นถึงโครงสร้างทางการเงินของบริษัทฯ ซึ่งการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์อาจเกี่ยวข้องกับการรวมงบการเงินของบริษัท สัมมากรฯ เข้ามา
(หมายเหตุ: เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดกระแสเงินสด หรือการเปลี่ยนแปลงของ D/E ratio อย่างชัดเจน จึงไม่สามารถวิเคราะห์ในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
RPC ในไตรมาส 1 ปี 2566 สามารถพลิกกลับมามีกำไรได้จากการเติบโตของรายได้ทั้งจากธุรกิจน้ำมันที่ฟื้นตัวและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เข้ามาเสริม อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินความสามารถในการทำกำไรอย่างยั่งยืนในอนาคต นักลงทุนควรติดตามแนวโน้มปริมาณขายน้ำมัน แผนการดำเนินงานของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และการบริหารจัดการต้นทุนของฝ่ายจัดการอย่างต่อเนื่อง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RPC ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
2,108.26
ล้านบาท
↑ 4.3% YoY
กำไรขั้นต้น
182.33
ล้านบาท
↑ 9.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.65
%
กำไรสุทธิ
-34.68
ล้านบาท
↓ 14.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1.65
%
D/E Ratio
1.34
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,108
↑ + 4.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
182
↑ + 9.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-35
↓ -14.1%
YoY
D/E Ratio
1.34
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RPC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.34
ROE (%)
-2.28
ROA (%)
0.12
Book Value/หุ้น
1.75
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RPC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-203
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-167
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RPC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-202.93
-138.44%
|
527.91
-5.17%
|
556.72
-996.06%
|
-62.13
-92.52%
|
-830.14
-848.62%
|
110.89
+401.76%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-167.21
-70.74%
|
-571.48
-11.61%
|
-646.56
+476.72%
|
-112.11
-18.57%
|
-137.67
+104.93%
|
-67.18
-225.48%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
384.27
+603.79%
|
54.60
-136.22%
|
-150.76
-206.33%
|
141.78
+1,048.02%
|
12.35
-140.36%
|
-30.60
+64.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
14.14
+28.08%
|
11.04
-104.59%
|
-240.60
+641.22%
|
-32.46
-96.60%
|
-955.46
-7,388.02%
|
13.11
-77.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
186.48
-10.00%
|
207.21
-22.92%
|
268.83
+35.19%
|
198.86
+69.44%
|
117.36
+12.58%
|
104.25
+121.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
276.83
+48.45%
|
186.48
-10.00%
|
207.21
-22.92%
|
268.83
+35.18%
|
0.00
|
0.00
|