บริษัท อาร์พีซีจี จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
0.37
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5566 out_tok=2654 at=2026-07-26T01:55:59 -->
# RPC Q2/2566 กำไรสุทธิหดตัว 12.5% รับต้นทุนพุ่ง-ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่ม แม้รายได้ค้าปลีกน้ำมันโต
## รายได้รวมโต 3.8% จากธุรกิจน้ำมัน แต่กำไรสุทธิลดลง 4 ล้านบาท เหตุต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายบริหารพุ่งสูงขึ้น
บริษัท อาร์พีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ RPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 28 ล้านบาท ลดลง 4 ล้านบาท หรือ 12.52% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายรวมจะเพิ่มขึ้น 3.82% เป็น 2,144.48 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้ธุรกิจค้าปลีกน้ำมันที่เติบโต แต่ถูกหักล้างด้วยต้นทุนขายที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ RPC ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวลดลง 12.52% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สูงกว่ารายได้ และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** แม้ว่ารายได้จากการขายธุรกิจค้าปลีกน้ำมันจะเติบโตได้ 3.82% และมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เข้ามาเสริม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้:** รายได้จากการขายน้ำมันค้าปลีกเพิ่มขึ้น 78.94 ล้านบาท (3.82%) เป็น 2,144.48 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณขายเพิ่มขึ้น 5 ล้านลิตร แต่ต้นทุนขายกลับเพิ่มขึ้นถึง 95.78 ล้านบาท (4.94%) เป็น 2,035.64 ล้านบาท ทำให้ส่วนต่างของต้นทุนขายต่อรายได้เพิ่มสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารพุ่งสูง:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 202.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 108.12 ล้านบาท (113.95%) เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มี 94.88 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายพนักงาน และค่าเช่าสถานีบริการน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขาย การตลาดและบริหารของกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นจากการรวมงบการเงินของบริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว / ยังไม่ชัด ต้องติดตาม**
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 471.95 ล้านบาท และรายได้จากการให้บริการ ค่าเช่า อาหารและเบเกอรี่ 61.98 ล้านบาท เป็นผลจากการเปลี่ยนประเภทเงินลงทุนของบริษัท สัมมากรฯ ซึ่งจะส่งผลต่อรายได้และต้นทุนในงวดถัดไป อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นี้ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะสั้น หากยังไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือหากรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด ส่วนธุรกิจน้ำมันค้าปลีก ปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยบวก แต่การบริหารต้นทุนขายจะยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 12.52%:** ไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 28 ล้านบาท เทียบกับ 32 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเติบโต 3.82%:** อยู่ที่ 2,144.48 ล้านบาท จากปริมาณขายน้ำมันค้าปลีกที่เพิ่มขึ้น 5 ล้านลิตร
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 4.94%:** สูงกว่าการเติบโตของรายได้ ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารพุ่ง 113.95%:** เป็นปัจจัยหลักกดดันกำไรสุทธิ โดยมีสาเหตุจากการดำเนินงานปกติและผลจากการรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
* **รับรู้รายได้อสังหาริมทรัพย์:** จากการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนในบริษัท สัมมากรฯ เป็นบริษัทย่อย
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท อาร์พีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ RPC รายงานผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 28 ล้านบาท ลดลง 4 ล้านบาท หรือ 12.52% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 32 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายรวม 2,144.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78.94 ล้านบาท หรือ 3.82% จากปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณขายน้ำมันค้าปลีก 5 ล้านลิตร อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายได้เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนรายได้ โดยมีจำนวน 2,035.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 95.78 ล้านบาท หรือ 4.94% นอกจากนี้ การเปลี่ยนประเภทเงินลงทุนในบริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) ทำให้บริษัทฯ มีรายได้เพิ่มขึ้นจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 471.95 ล้านบาท และรายได้จากการให้บริการ ค่าเช่า อาหารและเบเกอรี่ 61.98 ล้านบาท แต่ก็มีต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 352.36 ล้านบาท และต้นทุนการให้บริการ ค่าเช่า อาหารและเบเกอรี่ 42.60 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 202.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 108.12 ล้านบาท หรือ 113.95% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน:** ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายฐานลูกค้าและส่วนแบ่งทางการตลาด
* **การรับรู้รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** การรวมบริษัท สัมมากรฯ เป็นบริษัทย่อย จะช่วยเพิ่มแหล่งรายได้และกระจายความเสี่ยงให้กับบริษัทฯ
* **การขยายธุรกิจบริการ:** รายได้จากการให้บริการ ค่าเช่า อาหารและเบเกอรี่ เป็นโอกาสในการสร้างรายได้เสริมและเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายและราคาขายปลีก ซึ่งอาจกระทบต่อส่วนต่างกำไร
* **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน:** ตลาดมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อการกำหนดราคาขายและส่วนแบ่งทางการตลาด
* **การบริหารจัดการต้นทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หากไม่สามารถควบคุมได้ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรโดยรวม
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานและข้อกำหนดในการประกอบธุรกิจ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม:** เพื่อประเมินผลกระทบต่อต้นทุนขายและส่วนต่างกำไร
* **ปริมาณการขายน้ำมันค้าปลีก:** การเติบโตต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้
* **ผลการดำเนินงานของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** โดยเฉพาะการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
* **กลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุนขาย:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในภาวะที่ต้นทุนผันผวน
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** โดยเฉพาะการควบคุมค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
ในไตรมาส 2 ปี 2566 RPC มีรายได้จากการขายน้ำมันแบบค้าปลีกผ่านสถานีบริการน้ำมันของบริษัท เพียวพลังงานไทย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทแกนหลัก เพิ่มขึ้น 3.82% เป็น 2,144.48 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณขายจำนวน 5 ล้านลิตร อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายได้เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนรายได้ถึง 4.94% เป็น 2,035.64 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้ส่วนต่างกำไรขั้นต้นได้รับแรงกดดัน แม้ว่าปริมาณขายจะเพิ่มขึ้นก็ตาม
นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงประเภทเงินลงทุนในบริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) จากบริษัทร่วมเป็นบริษัทย่อย ส่งผลให้ RPC รับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 471.95 ล้านบาท และรายได้จากการให้บริการ ค่าเช่า อาหารและเบเกอรี่อีก 61.98 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ก็เพิ่มขึ้นตามมาถึง 352.36 ล้านบาท และต้นทุนการให้บริการ ค่าเช่า อาหารและเบเกอรี่อีก 42.60 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 202.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 113.95% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายพนักงาน และค่าเช่าสถานีบริการน้ำมันที่เพิ่มขึ้นตามการดำเนินงานปกติ และอีกส่วนที่สำคัญคือค่าใช้จ่ายในการขาย การตลาดและบริหารของกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นจากการรวมงบการเงินของบริษัท สัมมากรฯ ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทฯ ในไตรมาสนี้ลดลง 12.52%
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมเท่ากับ 8,634.25 ล้านบาท มีหนี้สินรวมเท่ากับ 4,825.23 ล้านบาท และมีส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเท่ากับ 3,809.02 ล้านบาท เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสด หรืออัตราส่วนทางการเงินอื่นๆ เช่น D/E Ratio หรือสภาพคล่อง
## สรุปท้าย
RPC ในไตรมาส 2 ปี 2566 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แม้ว่ารายได้จากการขายน้ำมันค้าปลีกจะเติบโตได้จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น และมีรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เข้ามาเสริม แต่ปัจจัยด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นได้บั่นทอนผลกำไรสุทธิให้ลดลง 12.52% นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม การบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร รวมถึงผลการดำเนินงานของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในระยะต่อไป เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RPC ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
2,108.26
ล้านบาท
↑ 4.3% YoY
กำไรขั้นต้น
182.33
ล้านบาท
↑ 9.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.65
%
กำไรสุทธิ
-34.68
ล้านบาท
↓ 14.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1.65
%
D/E Ratio
1.34
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,108
↑ + 4.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
182
↑ + 9.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-35
↓ -14.1%
YoY
D/E Ratio
1.34
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RPC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.34
ROE (%)
-2.28
ROA (%)
0.12
Book Value/หุ้น
1.75
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RPC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-203
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-167
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RPC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-202.93
-138.44%
|
527.91
-5.17%
|
556.72
-996.06%
|
-62.13
-92.52%
|
-830.14
-848.62%
|
110.89
+401.76%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-167.21
-70.74%
|
-571.48
-11.61%
|
-646.56
+476.72%
|
-112.11
-18.57%
|
-137.67
+104.93%
|
-67.18
-225.48%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
384.27
+603.79%
|
54.60
-136.22%
|
-150.76
-206.33%
|
141.78
+1,048.02%
|
12.35
-140.36%
|
-30.60
+64.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
14.14
+28.08%
|
11.04
-104.59%
|
-240.60
+641.22%
|
-32.46
-96.60%
|
-955.46
-7,388.02%
|
13.11
-77.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
186.48
-10.00%
|
207.21
-22.92%
|
268.83
+35.19%
|
198.86
+69.44%
|
117.36
+12.58%
|
104.25
+121.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
276.83
+48.45%
|
186.48
-10.00%
|
207.21
-22.92%
|
268.83
+35.18%
|
0.00
|
0.00
|