บริษัท อาร์พีซีจี จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
0.37
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3331 out_tok=2089 at=2026-07-26T03:06:17 -->
# RPC พลิกขาดทุนเป็นกำไร 8 ล้านบาทใน Q3/2565 รับแรงหนุนราคาน้ำมันโลกพุ่ง
## รายได้โต 64% จากราคาน้ำมันและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยบวกมีแนวโน้มต่อเนื่อง
บริษัท อาร์พีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ RPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 8 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุนสุทธิ 16 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นการลดลงของผลขาดทุนถึง 149% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากรายได้จากการขายที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 64% ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ RPC ในไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกจากขาดทุนเป็นกำไร คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายน้ำมันแบบค้าปลีก** ซึ่งเติบโตถึง 64% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีมูลค่า 2,081 ล้านบาท เทียบกับ 1,272 ล้านบาทในปี 2564 ปัจจัยนี้ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้ 8 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 16 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายน้ำมันเป็นผลมาจากสองปัจจัยหลักที่ฝ่ายจัดการระบุไว้ คือ **1) ราคาน้ำมันในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์ราคาพลังงานโลก** และ **2) ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น** โดยบริษัทฯ มีการจำหน่ายน้ำมันผ่านสถานีบริการน้ำมันของบริษัท เพียวพลังงานไทย จำกัด (PTEC) ซึ่งเป็นบริษัทแกนหลัก การที่ราคาน้ำมันโลกอยู่ในระดับสูงส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศปรับตัวตามไปด้วย ประกอบกับการที่ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น ทำให้รายได้รวมของบริษัทฯ เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง แม้ว่าต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนรายได้ก็ตาม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** จากการที่ฝ่ายจัดการระบุว่าราคาน้ำมันในประเทศปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์ราคาพลังงานโลก ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ยังคงมีความผันผวนและมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อราคาขายต่อไป ประกอบกับการที่ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรักษาฐานลูกค้าและอาจมีการขยายฐานลูกค้าเพิ่มเติม ซึ่งหากปัจจัยด้านราคาและปริมาณยังคงอยู่ในทิศทางบวก จะส่งผลดีต่อผลประกอบการของบริษัทฯ ในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไร:** บริษัทฯ พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 8 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565 จากที่ขาดทุน 16 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้เติบโตโดดเด่น:** รายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น 64% YoY เป็น 2,081 ล้านบาท
* **ปัจจัยขับเคลื่อนหลัก:** การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันในประเทศตามราคาโลก และปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายบริหารคงที่:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเพียง 6% YoY เป็น 102 ล้านบาท
* **การตั้งสำรองหนี้:** มีการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 10 ล้านบาทในไตรมาสนี้
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท อาร์พีซีจี จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายทั้งสิ้น 2,081 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 810 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้นร้อยละ 64 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2564 ที่มีรายได้ 1,272 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากราคาน้ำมันในประเทศที่สูงขึ้นตามสถานการณ์ราคาพลังงานโลก และปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนรายได้ เป็น 1,961 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 767 ล้านบาท หรือร้อยละ 64 เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 8 ล้านบาท พลิกจากที่ขาดทุนสุทธิ 16 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564
## โอกาส
* **ราคาน้ำมันโลก:** สถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่ยังคงอยู่ในระดับสูง เป็นโอกาสในการรักษาอัตรากำไรจากการขายน้ำมัน
* **ปริมาณการขาย:** การที่ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น แสดงถึงศักยภาพในการเติบโตของธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน
* **การบริหารต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่ารายได้ เป็นปัจจัยบวกต่อผลกำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมัน:** แม้ราคาน้ำมันจะเป็นปัจจัยบวกในปัจจุบัน แต่ความผันผวนของราคาพลังงานโลกยังคงเป็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้หากราคาลดลงอย่างรวดเร็ว
* **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน:** ธุรกิจค้าปลีกน้ำมันมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร
* **การตั้งสำรองหนี้:** การตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 10 ล้านบาท อาจบ่งชี้ถึงความเสี่ยงด้านเครดิตของลูกค้าบางราย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาน้ำมันโลก:** ติดตามสถานการณ์และปัจจัยที่มีผลต่อราคาน้ำมันดิบและราคาน้ำมันสำเร็จรูป
* **ปริมาณการขาย:** การเติบโตของปริมาณการขายในไตรมาสถัดไป
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* **นโยบายพลังงาน:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านพลังงานของภาครัฐที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ
* **การตั้งสำรองหนี้:** การเปลี่ยนแปลงของการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
ในไตรมาส 3 ปี 2565 RPC มีรายได้หลักจากการจำหน่ายน้ำมันแบบค้าปลีกผ่านสถานีบริการน้ำมันของบริษัท เพียวพลังงานไทย จำกัด (PTEC) ซึ่งเป็นบริษัทแกนหลักของกลุ่ม โดยรายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 2,081 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการที่ราคาน้ำมันในประเทศปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่ผันผวน และปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเดินทางที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนรายได้ เป็น 1,961 ล้านบาท คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 64% เช่นกัน
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 102 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้ แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ โดยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมาจากค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายพนักงาน และค่าเช่าสถานีบริการน้ำมัน นอกจากนี้ บริษัทฯ มีการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 10 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมเท่ากับ 3,936.05 ล้านบาท หนี้สินรวมเท่ากับ 1,570.98 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเท่ากับ 2,365.07 ล้านบาท ข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงโครงสร้างทางการเงินที่ยังคงมีเสถียรภาพ โดยมีสัดส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ประมาณ 0.66 เท่า
## สรุปท้าย
RPC สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการกลับมามีกำไรสุทธิ 8 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากรายได้จากการขายที่เติบโตถึง 64% จากการที่ราคาน้ำมันในประเทศปรับตัวสูงขึ้นตามราคาพลังงานโลก ประกอบกับปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าต้นทุนขายจะปรับตัวสูงขึ้นตาม แต่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้ ทำให้บริษัทฯ สามารถสร้างกำไรได้ ฝ่ายจัดการมองว่าปัจจัยบวกด้านราคาและปริมาณการขายมีโอกาสที่จะส่งผลต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของราคาน้ำมันโลกและความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกน้ำมันเป็นสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RPC ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
2,108.26
ล้านบาท
↑ 4.3% YoY
กำไรขั้นต้น
182.33
ล้านบาท
↑ 9.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.65
%
กำไรสุทธิ
-34.68
ล้านบาท
↓ 14.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1.65
%
D/E Ratio
1.34
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,108
↑ + 4.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
182
↑ + 9.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-35
↓ -14.1%
YoY
D/E Ratio
1.34
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RPC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.34
ROE (%)
-2.28
ROA (%)
0.12
Book Value/หุ้น
1.75
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RPC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-203
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-167
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RPC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-202.93
-138.44%
|
527.91
-5.17%
|
556.72
-996.06%
|
-62.13
-92.52%
|
-830.14
-848.62%
|
110.89
+401.76%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-167.21
-70.74%
|
-571.48
-11.61%
|
-646.56
+476.72%
|
-112.11
-18.57%
|
-137.67
+104.93%
|
-67.18
-225.48%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
384.27
+603.79%
|
54.60
-136.22%
|
-150.76
-206.33%
|
141.78
+1,048.02%
|
12.35
-140.36%
|
-30.60
+64.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
14.14
+28.08%
|
11.04
-104.59%
|
-240.60
+641.22%
|
-32.46
-96.60%
|
-955.46
-7,388.02%
|
13.11
-77.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
186.48
-10.00%
|
207.21
-22.92%
|
268.83
+35.19%
|
198.86
+69.44%
|
117.36
+12.58%
|
104.25
+121.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
276.83
+48.45%
|
186.48
-10.00%
|
207.21
-22.92%
|
268.83
+35.18%
|
0.00
|
0.00
|