บริษัท ร็อคเทค โกลบอล จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
0.67
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10264 out_tok=2784 at=2026-07-26T02:52:10 -->
# ROCTEC Q1/2565 กำไรสุทธิพุ่ง 147.2% รับแรงหนุนธุรกิจขนส่ง-โลจิสติกส์เคมีภัณฑ์
## รายได้-กำไรโตต่อเนื่องแตะสถิติใหม่ ฝ่ายบริหารมั่นใจครึ่งปีหลังโตเท่าปี 2563
บริษัท ทริพเพิลไอโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ROCTEC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 85.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 147.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 10.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ผลประกอบการครึ่งปีแรก 2565 มีกำไรสุทธิรวม 163.2 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 185.2% และมากกว่ากำไรทั้งปี 2563 แล้ว แม้เศรษฐกิจยังเผชิญความท้าทายจากโควิด-19 แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการและสร้างผลกำไรได้โดดเด่นจากทุกกลุ่มธุรกิจหลัก โดยเฉพาะธุรกิจขนส่งระหว่างประเทศที่สอดคล้องกับมูลค่าการส่งออก-นำเข้าที่สูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก product mix, recurring revenue, ลูกค้าหลัก, margin, ค่าใช้จ่าย R&D/ขาย, หรือสัญญาใหม่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ ROCTEC ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 85.1% YoY และกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น 94.9% YoY** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่พุ่งสูงขึ้น 147.2% YoY ปัจจัยหลักมาจาก **การขยายตัวของธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ โดยเฉพาะบริการ Cargo Flight และการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขนส่งสินค้าทางทะเลและทางอากาศในกลุ่มโลจิสติกส์สำหรับสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์ รวมถึงการให้บริการคลังสินค้าสำหรับสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์ที่มีความต้องการอย่างต่อเนื่อง**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้และกำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของมูลค่าการส่งออกและนำเข้าของประเทศไทยที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการเชิงรุกของบริษัทฯ ในการขยายธุรกิจ:
* **ธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ:** การให้บริการ Cargo Flight ที่เริ่มตั้งแต่ปลายปี 2563 ได้รับการตอบรับที่ดี และมีการเพิ่มเส้นทางและเที่ยวบินเพื่อรองรับความต้องการที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจโลจิสติกส์สำหรับสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์:** ปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศและทางทะเล รวมถึงการให้บริการคลังสินค้าสำหรับสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์ มีความต้องการสูงอย่างต่อเนื่อง
* **ธุรกิจขนส่งสินค้าทางทะเล:** ได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของค่าระวางสินค้าทางทะเล โดยบริษัทร่วมทุนอย่าง บริษัท เอ็กคู่ เวิลด์ไวด์ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท ซีเคไลน์ (ประเทศไทย) จำกัด สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดี
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน:** บริษัทร่วมทุนและบริษัทร่วมค้า เช่น กลุ่มบริษัท คอนเทนเนอร์ โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด และ Packaging Pte., Ltd. ยังคงสร้างผลตอบแทนที่ดี นอกจากนี้ การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนใน บริษัท เอ.ที.พี. เฟรนด์ เซอร์วิส จำกัด (ATP) ตั้งแต่ต้นไตรมาส 2/2564 ก็สามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามเป้าหมาย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายบริหารคาดการณ์ว่าในไตรมาส 3/2564 จะเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ และสถานการณ์การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางที่ปรับตัวขึ้นสูงต่อเนื่อง จะส่งผลดีต่อธุรกิจการเป็นตัวแทนสายเรือและธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ นอกจากนี้ การเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจที่บริษัทฯ เข้าไปลงทุน เช่น ShipSmile และ Makesend ซึ่งบริษัทฯ มีแผนเข้าลงทุนเพิ่มใน ATP เพื่อขยายธุรกิจขนส่งพัสดุภายในประเทศ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q1/2565 พุ่ง 147.2% YoY แตะ 85.7 ล้านบาท** จากรายได้รวม 641.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 85.1% YoY
* **ผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2565 กำไรสุทธิ 163.2 ล้านบาท สูงกว่าทั้งปี 2563 แล้ว** โต 185.2% YoY
* **ธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ (Cargo Flight) และโลจิสติกส์เคมีภัณฑ์ เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก**
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและบริษัทร่วมค้ายังคงสร้างผลตอบแทนที่ดี**
* **มีแผนขยายธุรกิจโลจิสติกส์ภายในประเทศสำหรับกลุ่มลูกค้าอีคอมเมิร์ซ และพัฒนาสู่การเป็นกลุ่มตัวแทนขายระวางสินค้าสายการบินในระดับภูมิภาค**
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีรายได้รวมในไตรมาส 2/2564 อยู่ที่ 641.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 85.1% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 1.3% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยการเติบโตหลักมาจากกลุ่มธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ (Cargo Flight) และกลุ่มโลจิสติกส์สำหรับสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์ รวมถึงคลังสินค้าสำหรับสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์ สำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกปี 2564 มีรายได้จากการขายและให้บริการ 1,274.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
กำไรขั้นต้นในไตรมาส 2/2564 อยู่ที่ 137.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 94.9% YoY และเพิ่มขึ้น 17.6% QoQ โดยสอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ และการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มขนส่งสินค้าทางอากาศและธุรกิจคลังสินค้าระหว่างประเทศ สำหรับ 6 เดือนแรกปี 2564 กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 254.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 97.3% YoY โดยยังคงรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ประมาณ 19.9%
กำไรสุทธิในไตรมาส 2/2564 อยู่ที่ 85.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 147.2% YoY และเพิ่มขึ้น 10.7% QoQ สำหรับ 6 เดือนแรกปี 2564 กำไรสุทธิอยู่ที่ 163.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 185.2% YoY
## โอกาส
* **ไฮซีซันของการขนส่ง:** ไตรมาส 3/2564 เข้าสู่ช่วงไฮซีซันของการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้และกำไร
* **การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางสูง:** สถานการณ์นี้ยังคงต่อเนื่องและเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจขนส่งทางทะเลและทางอากาศ
* **การเติบโตของอีคอมเมิร์ซ:** การแพร่ระบาดของโควิด-19 หนุนการขนส่งพัสดุภายในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มอีคอมเมิร์ซ ซึ่งบริษัทฯ มีแผนขยายการลงทุนในธุรกิจนี้
* **การเป็นตัวแทนขายระวางสินค้าภูมิภาค:** การปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อเป็นผู้นำในภูมิภาค จะช่วยเพิ่มรายได้และกระจายความเสี่ยง
* **การขยายธุรกิจโลจิสติกส์เคมีภัณฑ์:** การส่งออกเคมีภัณฑ์ที่เติบโต และกฎหมายที่เข้มงวดขึ้น ทำให้ลูกค้ามีความต้องการใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญมากขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19:** แม้จะมีการปรับตัว แต่การระบาดระลอกใหม่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจส่งผลต่ออัตรากำไร
* **ความเสี่ยงด้านกฎหมายและกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งและจัดเก็บสารเคมีอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะไม่มีผลกระทบมากนัก แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลประกอบการในไตรมาส 3/2564:** จะเป็นตัวชี้วัดว่าแนวโน้มการเติบโตจะต่อเนื่องหรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซัน
* **ความคืบหน้าการปรับโครงสร้างธุรกิจตัวแทนขายระวางสินค้าสายการบิน:** การดำเนินการให้แล้วเสร็จตามแผนจะส่งผลต่อการเติบโตในระดับภูมิภาค
* **การลงทุนเพิ่มใน ATP:** การขยายธุรกิจโลจิสติกส์ภายในประเทศสำหรับอีคอมเมิร์ซ จะเป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่สำคัญ
* **การนำเครื่องบิน Freighter มาให้บริการ:** จะช่วยเพิ่มศักยภาพการขนส่งทางอากาศ และรองรับสินค้าได้หลากหลายมากขึ้น
* **สถานการณ์ค่าระวางเรือและค่าขนส่งทางอากาศ:** แนวโน้มจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
ในฐานะบริษัทเทคโนโลยีด้านโลจิสติกส์ ROCTEC แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวและใช้ประโยชน์จากเทรนด์ของอุตสาหกรรม:
* **การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี:** การให้บริการ Cargo Flight และการบริหารจัดการคลังสินค้าสำหรับสินค้าอันตราย แสดงถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพ
* **การขยายตลาดดิจิทัล:** การลงทุนใน ShipSmile และ Makesend สะท้อนการมองเห็นโอกาสในตลาดอีคอมเมิร์ซที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลในการเข้าถึงลูกค้า
* **การพัฒนาโซลูชันครบวงจร:** การบูรณาการระบบสารสนเทศ (IT System) ในการเสนอบริการขนส่งครบวงจร (Last-mile delivery) แสดงถึงการมุ่งเน้นการสร้างโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้าแบบ End-to-End
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,680.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 171.1 ล้านบาทจากไตรมาสก่อนหน้า โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าและบริษัทร่วม หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,171.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.4 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้น ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,508.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 133.7 ล้านบาท จากผลการดำเนินงาน
## สรุปท้าย
ROCTEC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิ 85.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 147.2% YoY จากแรงหนุนของธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศและโลจิสติกส์เคมีภัณฑ์ รวมถึงส่วนแบ่งกำไรที่ดีจากบริษัทร่วมค้า ฝ่ายบริหารมั่นใจแนวโน้มครึ่งปีหลังจะยังคงเติบโตต่อเนื่องจากปัจจัยบวกในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ และแผนการขยายธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะการเจาะตลาดอีคอมเมิร์ซและพัฒนาสู่การเป็นผู้นำด้านตัวแทนขายระวางสินค้าในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากการแข่งขันและปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ROCTEC ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
3,436.23
ล้านบาท
↑ 10.6% YoY
กำไรขั้นต้น
957.36
ล้านบาท
↑ 9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.86
%
กำไรสุทธิ
475.69
ล้านบาท
↑ 39.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
13.84
%
D/E Ratio
0.52
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,436
↑ + 10.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
957
↑ + 9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
476
↑ + 39.9%
YoY
D/E Ratio
0.52
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ROCTEC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.52
ROE (%)
10.71
ROA (%)
8.76
Book Value/หุ้น
0.57
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ROCTEC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+528
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-412
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ROCTEC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2565 | 2561 | 2560 | 2559 | 2558 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
527.65
+18.51%
|
445.25
|
— |
427.78
+71.11%
|
250.00
+0.74%
|
248.17
+870.55%
|
25.57
-78.42%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-412.16
-2,321.89%
|
18.55
|
— |
-1,135.15
+138.39%
|
-476.18
+34.10%
|
-355.10
-398.38%
|
119.01
-215.02%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-251.15
-42.19%
|
-434.41
|
— |
1,162.14
+960.93%
|
109.54
-59.43%
|
269.99
-338.02%
|
-113.43
-15.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
-145.27
-1,197.21%
|
13.24
|
— |
449.49
-484.11%
|
-117.02
-171.70%
|
163.21
+21,955.41%
|
0.74
-100.62%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
1,837.87
+0.73%
|
1,824.63
+33.72%
|
— |
203.24
-34.96%
|
312.50
+109.32%
|
149.29
+0.43%
|
148.65
-44.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
1,692.60
-7.90%
|
1,837.87
+0.73%
|
— |
652.73
+233.93%
|
195.47
-37.45%
|
312.50
+109.32%
|
149.29
+0.43%
|