บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
149.00
+0.50 (+0.34%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=30940 out_tok=3023 at=2026-07-26T01:38:44 -->
# PTTEP กำไร Q3/2564 พุ่ง 32% รับราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น
## รายได้และกำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นจากราคาพลังงานที่ฟื้นตัว ขณะที่ปริมาณขายลดลงเล็กน้อยจากการปิดซ่อมบำรุง
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 292 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาพลังงานในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขายเฉลี่ยต่อวันปรับลดลงเล็กน้อยจากการปิดซ่อมบำรุงประจำปีของโครงการในอ่าวไทย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PTTEP ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การปรับตัวสูงขึ้นของราคาขายเฉลี่ย (Average Selling Price - ASP)** ซึ่งเพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 44.25 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ ปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าปริมาณการขายเฉลี่ยจะลดลง 6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เหลือ 417,167 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การปรับตัวสูงขึ้นของราคาขายเฉลี่ยเป็นผลโดยตรงจาก **ภาวะตลาดพลังงานที่ฟื้นตัว** โดยราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยในไตรมาส 3 อยู่ที่ 71.68 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า และสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการใช้พลังงานที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจากการกระตุ้นเศรษฐกิจและการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ประกอบกับการผลิตน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากกลุ่ม OPEC+ แต่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ และผลกระทบจากพายุเฮอริเคนไอดาที่ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังทั่วโลกลดลงต่ำกว่าระดับเฉลี่ย 5 ปี นอกจากนี้ ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ยังปรับตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ซึ่งส่งผลต่อราคาขายเฉลี่ยโดยรวมของบริษัท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยเสี่ยง** จากแนวโน้มที่ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าในช่วงไตรมาส 4 อุปทานน้ำมันดิบมีแนวโน้มที่จะไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้เพียงพอกับอุปสงค์ที่กำลังฟื้นตัว อาจทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นในระดับ 75-85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้าในเอเชีย และความคืบหน้าของการฉีดวัคซีน รวมถึงนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลต่อค่าเงินบาทและต้นทุนทางการเงิน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2564 เติบโต 32% YoY** อยู่ที่ 292 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 230 ล้านดอลลาร์สหรัฐใน Q3/2563
* **รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 42% YoY** อยู่ที่ 1,744 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 1,228 ล้านดอลลาร์สหรัฐใน Q3/2563
* **ราคาขายเฉลี่ย (ASP) ปรับสูงขึ้น 14% YoY** อยู่ที่ 44.25 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ
* **ปริมาณการขายเฉลี่ยลดลง 6% QoQ** อยู่ที่ 417,167 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เนื่องจากมีการปิดซ่อมบำรุงประจำปีในอ่าวไทย
* **ต้นทุนต่อหน่วยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย** อยู่ที่ 29.39 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ ส่วนใหญ่จากการตัดจำหน่ายหลุมสำรวจที่ไม่พบศักยภาพ
* **การเข้าซื้อสัดส่วนการลงทุนในโครงการแอลจีเรีย ฮาสสิ เบอร์ราเคซ** เพิ่มขึ้นเป็น 49% และการขายเงินลงทุนในโครงการโปติกัวร์ ประเทศบราซิล
* **ความคืบหน้าโครงการ G1/61 (แหล่งเอราวัณ)** ยังไม่สามารถเข้าพื้นที่ติดตั้งแท่นผลิตได้ตามแผน ส่งผลกระทบต่อการผลิตก๊าซธรรมชาติ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 PTTEP มีกำไรสุทธิ 292 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (222 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และเพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (230 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) การเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิส่วนใหญ่มาจาก **การลดลงของผลขาดทุนจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ** โดยเฉพาะผลขาดทุนจากเครื่องมือทางการเงินที่ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
เมื่อพิจารณา **กำไรจากการดำเนินงานปกติ** พบว่าลดลง 4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (335 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับ 349 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) แม้ว่ารายได้จากการขายจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น โดยหลักจากค่าใช้จ่ายในการสำรวจปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้นจากการตัดจำหน่ายหลุมสำรวจ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากการซ่อมบำรุง อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า กำไรจากการดำเนินงานปกติเพิ่มขึ้นถึง 72% (335 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับ 195 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นผลจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปริมาณการขายและราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น
สำหรับงวดเก้าเดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 890 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (639 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น และการรับรู้กำไรจากการซื้อธุรกิจในราคาต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรมของโครงการโอมาน แปลง 61
## โอกาส
* **ราคาพลังงานมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง:** คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบจะยังคงอยู่ในระดับสูงในช่วงไตรมาส 4 ปี 2564 จากอุปทานที่ตึงตัวและอุปสงค์ที่ฟื้นตัว
* **การขยายธุรกิจในพื้นที่ยุทธศาสตร์:** PTTEP ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกกลาง รวมถึงการลงทุนในธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยี
* **ความคืบหน้าโครงการใหม่:** โครงการซาราวัก เอสเค 417 ในมาเลเซียเริ่มเจาะหลุมสำรวจที่ 2 และคาดว่าจะทราบผลในไตรมาส 4 นี้ รวมถึงโครงการแอลจีเรีย ฮาสสิ เบอร์ราเคซ ที่บริษัทได้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนเป็น 49%
* **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** บริษัทคาดว่าจะสามารถรักษาต้นทุนต่อหน่วยได้ที่ประมาณ 28-29 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบในปี 2564
## ความเสี่ยง
* **ความล่าช้าในการเข้าพื้นที่โครงการ G1/61 (แหล่งเอราวัณ):** ยังคงส่งผลกระทบต่อการผลิตก๊าซธรรมชาติให้ได้ตามสัญญา และอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตโดยรวม
* **ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์:** แม้แนวโน้มราคาพลังงานจะดี แต่ยังคงมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
* **สถานการณ์โควิด-19 และความไม่สงบในเมียนมา:** ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในบางกิจกรรมของโครงการในเมียนมา และอาจทำให้เกิดความล่าช้า
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงส่งผลกระทบต่อผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น
* **กฎระเบียบด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม:** การเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและการดำเนินงาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าการเข้าพื้นที่โครงการ G1/61 (แหล่งเอราวัณ):** การแก้ไขปัญหาและแผนการชดเชยปริมาณการผลิตที่หายไป
* **แนวโน้มราคาพลังงานในไตรมาส 4 ปี 2564:** การคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบที่ 75-85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และสถานการณ์ LNG ที่ตึงตัว
* **ผลการเจาะสำรวจในโครงการซาราวัก เอสเค 417:** การค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติม
* **การดำเนินงานในเมียนมา:** การติดตามสถานการณ์ความไม่สงบและผลกระทบต่อโครงการ
* **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** ความคืบหน้าของการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน และเทคโนโลยี AI & Robotics
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ราคาขายเฉลี่ย (ASP):** ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ YoY และ QoQ โดยได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบดูไบที่สูงขึ้น และราคา LNG ที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
* **ปริมาณการขาย:** ลดลงเล็กน้อย QoQ จากการปิดซ่อมบำรุงโครงการในอ่าวไทย แต่เพิ่มขึ้น YoY จากการรับรู้รายได้จากโครงการโอมาน แปลง 61 และโครงการมาเลเซีย
* **ต้นทุนต่อหน่วย:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อย QoQ และ YoY ส่วนใหญ่จากการตัดจำหน่ายหลุมสำรวจที่ไม่พบศักยภาพเชิงพาณิชย์ แต่ยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ โดยคาดว่าจะรักษาต้นทุนต่อหน่วยในปี 2564 ไว้ที่ 28-29 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ
* **โครงการลงทุน:** มีความคืบหน้าในการเข้าซื้อสัดส่วนโครงการแอลจีเรีย ฮาสสิ เบอร์ราเคซ และการขายโครงการโปติกัวร์ในบราซิล ขณะที่โครงการ G1/61 (เอราวัณ) ยังคงเผชิญความท้าทายในการเข้าพื้นที่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 PTTEP มีสินทรัพย์รวม 23,226 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หนี้สินรวม 11,157 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และส่วนของผู้ถือหุ้น 12,069 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.32 เท่า ซึ่งสะท้อนถึงโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่ง
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสำหรับงวดเก้าเดือนอยู่ที่ 2,375 ล้านดอลลาร์สหรัฐ EBITDA Margin อยู่ที่ 74% บริษัทมีสภาพคล่องสูงและต้นทุนทางการเงินต่ำที่ 3.43% โดยไม่มีภาระเงินกู้ที่ต้องชำระในปี 2564
## สรุปท้าย
PTTEP ในไตรมาส 3 ปี 2564 แสดงผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากการปรับตัวขึ้นของราคาขายเฉลี่ยตามภาวะตลาดพลังงานโลกที่ฟื้นตัว แม้ปริมาณการขายจะลดลงเล็กน้อยจากการซ่อมบำรุง แต่บริษัทมีแนวโน้มที่ดีจากราคาพลังงานที่คาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูง และความคืบหน้าของโครงการลงทุนใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากความล่าช้าในโครงการ G1/61 (เอราวัณ) และปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและต้นทุนทางการเงิน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PTTEP ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
73,831.94
ล้านบาท
↓ 7.4% YoY
กำไรขั้นต้น
73,295.65
ล้านบาท
↓ 8.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
99.27
%
กำไรสุทธิ
17,501.83
ล้านบาท
↓ 4.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
23.70
%
D/E Ratio
0.80
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
73,832
↓ -7.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
73,296
↓ -8.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
17,502
↓ -4.4%
YoY
D/E Ratio
0.80
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PTTEP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.80
ROE (%)
11.43
ROA (%)
12.34
Book Value/หุ้น
134.15
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PTTEP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-97,370
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+186,571
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PTTEP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-97,369.59
+37.51%
|
-70,808.14
+2,190.59%
|
-3,091.26
-98.95%
|
-294,389.93
+979.99%
|
-27,258.55
-122.60%
|
120,634.24
+10.51%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
186,571.31
+6,960.81%
|
2,642.35
-601.19%
|
-527.21
-100.77%
|
68,896.16
-8.44%
|
75,251.10
-324.53%
|
-33,515.42
+11,759.25%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
26,640.40
+691.14%
|
3,367.35
+330.11%
|
782.90
-98.88%
|
69,927.16
+509.41%
|
11,474.62
-143.35%
|
-26,469.33
+54.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
53,893.37
-228.18%
|
-42,045.96
-7,536.50%
|
565.40
-100.83%
|
-67,869.77
-190.40%
|
75,077.82
+181.30%
|
26,689.54
+10,521.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
133,849.58
+3,230.45%
|
4,018.96
+13.55%
|
3,539.22
+38.29%
|
2,559.19
-97.70%
|
111,257.37
+30.70%
|
85,121.64
-17.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|