บริษัท พรีเมียร์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
11.80
+0.10 (+0.85%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลงโดยหลักเกิดจาก รายได้ลดลงจากปีก่อน 590.9 ล้านบาทหรือลดลงร้อยละ 36.3 จากสถานการณ์ของโควิด 19 ส่งผลให้กระบวนการผลิตสินค้าประเภทไอทีหลายประเภท โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่ม Network ใช้เวลาในการรอสินค้านานกว่า 4 เดือนในช่วงครึ่งหลังของปี
การเข้าดําเนินการติดตั้งและการส่งมอบงาน บางโครงการล่าช้าออกไปจากการปฏิบัติงานนอกสถานที่ (Work From Home) และ การลงทุนในโครงการขนาด ใหญ่ที่ลดลง ผลกระทบของสถานการณ์โควิด 19 ต่อกลุ่มลูกค้าในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมต่างๆ ยังได้รับ ผลกระทบต่อเนื่องจากปี 2563 ในกลุ่มของธุรกิจโรงแรม และสถาบันการศึกษา ทําให้กําลังซื้อลดลง และมีอัตรากําไรขั้นต้นจากการขายอยู่ที่ร้อยละ 15.0 ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 3.1
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4210 out_tok=2140 at=2026-07-26T01:45:48 -->
# PT กำไร Q3/2565 พุ่ง 56.4% รับแรงหนุนบริการคอมพิวเตอร์-รายได้อื่น
## รายได้บริการโตเด่นดันกำไรสุทธิพุ่ง ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารต้นทุนและรายได้สนับสนุน
บริษัท พรีเมียร์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ PT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 37.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.6 ล้านบาท หรือ 56.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการให้บริการคอมพิวเตอร์และระบบงานคอมพิวเตอร์ รวมถึงรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการลงทุนของลูกค้า
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ PT ในไตรมาส 3 ปี 2565 ให้เติบโตถึง 56.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการให้บริการคอมพิวเตอร์และระบบงานคอมพิวเตอร์** โดยเฉพาะบริการประเภท Software as a Service (SaaS) และรายได้จากงานบำรุงรักษา (Maintenance) ที่เพิ่มขึ้นถึง 17.2% คิดเป็น 44.0 ล้านบาท ประกอบกับ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้อื่น** ซึ่งส่วนใหญ่มาจากส่วนลดรับและเงินสนับสนุนการตลาดจากผู้ผลิต
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้จากการให้บริการคอมพิวเตอร์และระบบงานคอมพิวเตอร์เป็นผลมาจากการที่ลูกค้ากลับมาให้ความสำคัญกับการลงทุนในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้น หลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย โดยเฉพาะบริการ SaaS ที่มีลักษณะเป็นรายได้ประจำ (Recurring Revenue) และงานบำรุงรักษาที่ช่วยสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของรายได้อื่นจากส่วนลดรับและเงินสนับสนุนการตลาดจากผู้ผลิต ยังช่วยเสริมอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมให้ดีขึ้น โดยอัตรากำไรขั้นต้นจากการให้บริการอยู่ที่ 27.4% เพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่ารายได้จากการขายโครงการจะมีขนาดเล็กลง แต่การบริหารต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่ารายได้ที่เติบโต รวมถึงการกลับรายการขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ทางการเงิน ยังเป็นปัจจัยบวกที่ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวสูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้จากการให้บริการ เนื่องจากแนวโน้มการลงทุนในเทคโนโลยีสารสนเทศของลูกค้ามีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องตามที่ระบุในผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2565 ที่กล่าวถึงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่อนคลายทำให้กิจกรรมและการลงทุนของลูกค้ากลับเข้ามา อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้อื่นที่มาจากส่วนลดรับและเงินสนับสนุนการตลาด อาจมีความผันผวนขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้ผลิตแต่ละราย
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่น:** กำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 37.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.4% YoY
* **รายได้บริการหนุน:** รายได้จากการขายและให้บริการเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และระบบงานคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้น 17.2% YoY
* **รายได้อื่นก้าวกระโดด:** รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 20.2 ล้านบาท จากส่วนลดรับและเงินสนับสนุนการตลาด
* **อัตรากำไรขั้นต้นบริการดีขึ้น:** อยู่ที่ 27.4% เพิ่มขึ้น 0.8% YoY
* **รายได้ขายโครงการลดลง:** รายได้จากการขายโครงการลดลง 35.9 ล้านบาท เนื่องจากขนาดงานเล็กลง
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 4.0 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายบุคลากร
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท พรีเมียร์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและให้บริการเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และระบบงานคอมพิวเตอร์รวม 505.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.1 ล้านบาท หรือ 1.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้จากการให้บริการ 299.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.2% และรายได้จากการขาย 205.9 ล้านบาท ลดลง 14.9% ขณะที่รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 20.2 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการให้บริการเพิ่มขึ้น และอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมอยู่ที่ 27.4% เพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารจะปรับเพิ่มขึ้น แต่การบริหารจัดการรายการขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ทางการเงินและการลดลงของต้นทุนทางการเงิน ช่วยหนุนให้กำไรสุทธิสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 อยู่ที่ 37.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.4%
สำหรับงวดเก้าเดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิ 89.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 98.7% YoY โดยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,699.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.0% YoY และมีอัตรากำไรขั้นต้นใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 21.4% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการผ่อนคลายสถานการณ์โควิด-19 ทำให้กิจกรรมและการลงทุนของลูกค้ากลับมา
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการลงทุนด้านเทคโนโลยี:** การที่ลูกค้ากลับมาลงทุนในระบบ IT และการให้บริการต่างๆ เช่น SaaS และ Maintenance เป็นโอกาสในการสร้างรายได้ที่ต่อเนื่อง
* **การสนับสนุนจากผู้ผลิต:** ส่วนลดรับและเงินสนับสนุนการตลาดจากผู้ผลิต เป็นปัจจัยเสริมที่ช่วยเพิ่มอัตรากำไรและรายได้
* **การบริหารต้นทุน:** การบริหารต้นทุนทางการเงินและการกลับรายการขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ทางการเงิน แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย
## ความเสี่ยง
* **ขนาดโครงการขายที่เล็กลง:** รายได้จากการขายโครงการที่ลดลงอาจส่งผลกระทบต่อรายได้รวม หากไม่สามารถชดเชยด้วยรายได้บริการได้
* **ความผันผวนของรายได้อื่น:** รายได้อื่นที่มาจากส่วนลดรับและเงินสนับสนุนการตลาด อาจมีความไม่แน่นอนในระยะยาว
* **ค่าใช้จ่ายบุคลากรที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายบุคลากรที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรหากไม่สามารถเพิ่มรายได้ให้สอดคล้องกันได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของรายได้จากการให้บริการ SaaS และ Maintenance ในไตรมาสถัดไป
* การบริหารจัดการต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายบุคลากร
* การเปลี่ยนแปลงของรายได้อื่นที่มาจากส่วนลดรับและเงินสนับสนุนการตลาด
* ขนาดและมูลค่าของโครงการขายใหม่ที่จะเข้ามาทดแทนโครงการเดิม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
ในส่วนของรายได้จากการขายและให้บริการเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และระบบงานคอมพิวเตอร์ ไตรมาส 3 ปี 2565 มีการเติบโตที่น่าสนใจในส่วนของ **บริการประเภท Software as a Service (SaaS)** ซึ่งเป็นรูปแบบรายได้ประจำ (Recurring Revenue) ที่มีความมั่นคง และ **รายได้จากงานบำรุงรักษา (Maintenance)** ที่สะท้อนถึงความต่อเนื่องในการให้บริการแก่ลูกค้า การที่อัตรากำไรขั้นต้นจากการให้บริการเพิ่มขึ้นเล็กน้อย บ่งชี้ถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนการให้บริการ หรือการปรับปรุง Product Mix ไปสู่บริการที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม **รายได้จากการขายโครงการ** มีขนาดเล็กลง ซึ่งเป็นจุดที่ต้องจับตาว่าจะเป็นแนวโน้มต่อเนื่องหรือไม่ หรือเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงตามรอบของโครงการขนาดใหญ่ การพึ่งพารายได้จากบริการที่เติบโตอย่างต่อเนื่องจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความมั่นคงให้กับธุรกิจ
ในด้าน **รายได้อื่น** ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนใหญ่มาจากส่วนลดรับและเงินสนับสนุนการตลาดจากผู้ผลิต ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเสริมผลประกอบการ แต่ก็มีความเสี่ยงด้านความไม่แน่นอนในระยะยาว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
PT โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่ง 56.4% จากแรงหนุนหลักของรายได้บริการคอมพิวเตอร์ที่เติบโตต่อเนื่อง และรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของตลาดเทคโนโลยี แม้รายได้จากการขายโครงการจะลดลง แต่การบริหารจัดการต้นทุนและรายการพิเศษต่างๆ ช่วยหนุนผลกำไรให้ดีขึ้น โดยมีโอกาสที่การเติบโตของรายได้บริการจะต่อเนื่อง แต่ก็ต้องจับตาความผันผวนของรายได้อื่นและความสามารถในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,082.70
ล้านบาท
↓ 8.4% YoY
กำไรขั้นต้น
218.70
ล้านบาท
↓ 24.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.20
%
กำไรสุทธิ
66.72
ล้านบาท
↓ 55% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.16
%
D/E Ratio
2.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,083
↓ -8.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
219
↓ -24.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
67
↓ -55%
YoY
D/E Ratio
2.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.20
ROE (%)
31.60
ROA (%)
13.20
Book Value/หุ้น
2.61
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-757
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+12
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-757.05
+236.08%
|
-225.26
-81.37%
|
-1,209.36
+295.77%
|
-305.57
-334.44%
|
130.34
-61.86%
|
341.73
+62.77%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
11.94
-121.13%
|
-56.52
-121.10%
|
267.86
+696.25%
|
33.64
-74.34%
|
131.08
-190.50%
|
-144.84
+227.10%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
305.72
-22.07%
|
392.31
-51.17%
|
803.43
+208.53%
|
260.41
-202.06%
|
-255.15
+22.12%
|
-208.93
+26.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-439.26
-497.81%
|
110.42
-179.90%
|
-138.19
+1,087.20%
|
-11.64
-282.16%
|
6.39
-153.12%
|
-12.03
-1,515.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
67.07
-21.01%
|
84.91
+635.79%
|
11.54
-59.31%
|
28.36
+29.09%
|
21.97
-35.38%
|
34.00
+2.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
167.81
+150.20%
|
67.07
-21.01%
|
84.91
+635.79%
|
11.54
-59.31%
|
28.36
+29.09%
|
21.97
-35.38%
|