บริษัท พรีเมียร์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
11.80
+0.10 (+0.85%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลงโดยหลักเกิดจาก รายได้ลดลงจากปีก่อน 590.9 ล้านบาทหรือลดลงร้อยละ 36.3 จากสถานการณ์ของโควิด 19 ส่งผลให้กระบวนการผลิตสินค้าประเภทไอทีหลายประเภท โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่ม Network ใช้เวลาในการรอสินค้านานกว่า 4 เดือนในช่วงครึ่งหลังของปี
การเข้าดําเนินการติดตั้งและการส่งมอบงาน บางโครงการล่าช้าออกไปจากการปฏิบัติงานนอกสถานที่ (Work From Home) และ การลงทุนในโครงการขนาด ใหญ่ที่ลดลง ผลกระทบของสถานการณ์โควิด 19 ต่อกลุ่มลูกค้าในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมต่างๆ ยังได้รับ ผลกระทบต่อเนื่องจากปี 2563 ในกลุ่มของธุรกิจโรงแรม และสถาบันการศึกษา ทําให้กําลังซื้อลดลง และมีอัตรากําไรขั้นต้นจากการขายอยู่ที่ร้อยละ 15.0 ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 3.1
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4151 out_tok=2236 at=2026-07-27T11:53:11 -->
# PT กำไรสุทธิ Q2/64 หดตัว 35% รับรายได้ขายวูบ เหตุโควิดกระทบหนัก
## รายได้จากการขายและบริการลดลงตามสถานการณ์โควิด ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น
บริษัท พรีเมียร์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ PT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 22.2 ล้านบาท ลดลง 12.3 ล้านบาท หรือ 35.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวสูงขึ้นจากทั้งรายได้จากการขายและบริการก็ตาม โดยปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพรวมของบริษัท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ PT ในไตรมาส 2 ปี 2564 ปรับตัวลดลง มาจาก **รายได้จากการขายและให้บริการเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และระบบงานคอมพิวเตอร์ที่ลดลงอย่างมากถึง 28.5%** โดยเฉพาะรายได้จากการขายที่หดตัว 126.7 ล้านบาท แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายจะเพิ่มขึ้นจาก 15.1% เป็น 21.5% และอัตรากำไรขั้นต้นจากการบริการเพิ่มขึ้นจาก 24.7% เป็น 30.3% ก็ตาม แต่ไม่สามารถชดเชยปริมาณรายได้ที่หายไปได้ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยลบจากรายการขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ทางการเงินที่เพิ่มขึ้น และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19** เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน โดยทำให้การลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ลดลง การเข้าดำเนินการติดตั้งและส่งมอบงานบางโครงการล่าช้าออกไป รวมถึงกระทบต่อกลุ่มลูกค้าในภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมต่างๆ ธุรกิจโรงแรม และสถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักที่สร้างรายได้จากการขาย ทำให้รายได้จากการขายลดลงตามไปด้วย สำหรับรายได้จากการบริการที่ลดลง 2.4% เป็นผลต่อเนื่องจากรายได้จากการขายที่ลดลง ทำให้งานบริการที่เกี่ยวเนื่องลดลงตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม งานบริการประเภท Subscription มีรายได้สูงขึ้นกว่าปีก่อน ซึ่งเป็นส่วนที่ช่วยประคองอัตรากำไรขั้นต้นจากการบริการให้เพิ่มขึ้นได้
นอกจากนี้ การที่บริษัทมี **ขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ทางการเงิน (ตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ) เพิ่มขึ้น 8.9 ล้านบาท** เป็น 6.5 ล้านบาท เนื่องจากลูกค้าบางรายประสบปัญหาด้านสภาพคล่องและขอชะลอการชำระหนี้ ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่กดดันกำไรสุทธิของบริษัท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสเป็นลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตามสถานการณ์โควิด-19 อย่างใกล้ชิด** ฝ่ายจัดการระบุว่าผลกระทบส่วนใหญ่มาจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก หากสถานการณ์คลี่คลาย การลงทุนในโครงการขนาดใหญ่และการดำเนินงานต่างๆ อาจกลับมาฟื้นตัวได้ อย่างไรก็ตาม การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงความเปราะบางของลูกค้าบางกลุ่ม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องหากเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 35.6% YoY:** อยู่ที่ 22.2 ล้านบาท จาก 34.5 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2563
* **รายได้จากการขายและบริการหดตัว 15.9% YoY:** รวม 585.1 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายลดลง 28.5% และรายได้จากการบริการลดลง 2.4%
* **อัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้น:** GPM จากการขายเพิ่มเป็น 21.5% (จาก 15.1%) และ GPM จากบริการเพิ่มเป็น 30.3% (จาก 24.7%)
* **ขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้น:** ตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ 6.5 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนโอนกลับ 2.1 ล้านบาท
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง:** ส่งผลให้รายได้อื่นลดลง 7.2 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท พรีเมียร์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 585.1 ล้านบาท ลดลง 108.2 ล้านบาท หรือ 15.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายอยู่ที่ 317.1 ล้านบาท ลดลง 126.7 ล้านบาท (28.5%) และรายได้จากการบริการอยู่ที่ 268.0 ล้านบาท ลดลง 6.5 ล้านบาท (2.4%) แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายจะเพิ่มขึ้น 6.4% และจากการบริการเพิ่มขึ้น 5.6% แต่กำไรขั้นต้นรวมลดลงตามปริมาณรายได้
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารปรับลดลงตามรายได้ แต่มีสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายต่อรายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 2.2 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีรายการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน 1.1 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนมีกำไร 2.0 ล้านบาท และขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ทางการเงินเพิ่มขึ้น 8.9 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงเหลือ 22.2 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย จะส่งผลดีต่อการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ และการดำเนินงานของลูกค้าในกลุ่มต่างๆ
* **รายได้บริการประเภท Subscription:** การเติบโตของรายได้บริการประเภทนี้ช่วยประคองอัตรากำไรขั้นต้นและสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอ
* **การบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยน:** การบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีขึ้นอาจช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงินในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์โควิด-19:** การระบาดระลอกใหม่ หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของลูกค้าและโครงการต่างๆ ต่อไป
* **ปัญหาการชำระหนี้ของลูกค้า:** ลูกค้าบางรายประสบปัญหาด้านสภาพคล่อง ซึ่งอาจนำไปสู่การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญที่สูงขึ้น
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจกดดันราคาและอัตรากำไรในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการขาย:** การฟื้นตัวของคำสั่งซื้อโครงการขนาดใหญ่ และการกลับมาดำเนินงานติดตั้ง/ส่งมอบงานตามปกติ
* **การบริหารจัดการหนี้เสีย:** ความสามารถในการติดตามและเรียกเก็บหนี้จากลูกค้าที่ประสบปัญหา
* **การเติบโตของรายได้บริการ Subscription:** การขยายฐานลูกค้าและบริการประเภทนี้
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** การบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้มีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับรายได้
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของค่าเงินบาทต่อสกุลเงินต่างประเทศ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
ในไตรมาส 2 ปี 2564 PT เผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้จากการขายและให้บริการ โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องอาศัยการติดตั้งและส่งมอบงานภาคสนาม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของรายได้ การชะลอตัวของภาคธุรกิจโรงแรม การจัดกิจกรรม และสถาบันการศึกษา ทำให้ความต้องการโซลูชันคอมพิวเตอร์และระบบงานลดลง
แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น หรือการปรับส่วนผสมผลิตภัณฑ์ (Product Mix) ไปสู่บริการที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น เช่น Subscription Model ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในระยะยาว แต่ปริมาณรายได้ที่ลดลงก็ทำให้กำไรสุทธิโดยรวมหดตัวลง การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญที่เพิ่มขึ้นบ่งชี้ถึงความเสี่ยงด้านเครดิตของลูกค้าบางราย ซึ่งเป็นผลพวงจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
PT ในไตรมาส 2 ปี 2564 ประสบกับแรงกดดันจากรายได้ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนและดำเนินงานของลูกค้า แม้ว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้นได้ แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะชดเชยปริมาณรายได้ที่หายไป ประกอบกับปัจจัยลบจากรายการขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้บริการ Subscription และการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาว่าจะมีส่วนช่วยประคองผลประกอบการในระยะยาวได้มากน้อยเพียงใด ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจและโควิด-19
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,082.70
ล้านบาท
↓ 8.4% YoY
กำไรขั้นต้น
218.70
ล้านบาท
↓ 24.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.20
%
กำไรสุทธิ
66.72
ล้านบาท
↓ 55% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.16
%
D/E Ratio
2.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,083
↓ -8.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
219
↓ -24.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
67
↓ -55%
YoY
D/E Ratio
2.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.20
ROE (%)
31.60
ROA (%)
13.20
Book Value/หุ้น
2.61
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-757
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+12
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-757.05
+236.08%
|
-225.26
-81.37%
|
-1,209.36
+295.77%
|
-305.57
-334.44%
|
130.34
-61.86%
|
341.73
+62.77%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
11.94
-121.13%
|
-56.52
-121.10%
|
267.86
+696.25%
|
33.64
-74.34%
|
131.08
-190.50%
|
-144.84
+227.10%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
305.72
-22.07%
|
392.31
-51.17%
|
803.43
+208.53%
|
260.41
-202.06%
|
-255.15
+22.12%
|
-208.93
+26.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-439.26
-497.81%
|
110.42
-179.90%
|
-138.19
+1,087.20%
|
-11.64
-282.16%
|
6.39
-153.12%
|
-12.03
-1,515.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
67.07
-21.01%
|
84.91
+635.79%
|
11.54
-59.31%
|
28.36
+29.09%
|
21.97
-35.38%
|
34.00
+2.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
167.81
+150.20%
|
67.07
-21.01%
|
84.91
+635.79%
|
11.54
-59.31%
|
28.36
+29.09%
|
21.97
-35.38%
|