บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
9.90
+0.65 (+7.03%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=44113 out_tok=2795 at=2026-08-06T18:37:12 -->
# PSL กำไรสุทธิ Q2/2569 พุ่งแรง รับอานิสงส์ตลาดขนส่งสินค้าแห้งเทกองฟื้นตัว
## รายได้-กำไรโตเด่น รับอานิสงส์ตลาดเรือแห้งเทกองฟื้นตัว ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นปัจจัยบวกจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งและอุปทานที่จำกัด
บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกจากขาดทุนสุทธิในปีก่อนมามีกำไรสุทธิรวม 521.50 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของตลาดขนส่งสินค้าแห้งเทกอง ประกอบกับขนาดกองเรือที่ใหญ่ขึ้น ส่งผลให้รายได้จากการเดินเรือสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ฝ่ายจัดการยังคงจับตาปัจจัยเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PSL ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของตลาดเรือขนส่งสินค้าแห้งเทกอง (Dry Bulk Shipping)** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการเดินเรือสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทฯ พลิกจากขาดทุนสุทธิรวม 43.31 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2568 มาเป็นกำไรสุทธิรวม 521.50 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2569
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดเรือขนส่งสินค้าแห้งเทกองฟื้นตัว ประกอบด้วย:
* **อุปสงค์ที่แข็งแกร่ง:** การเติบโตของเศรษฐกิจจีนที่ขับเคลื่อนจากการบริโภคภายในประเทศ การเกิดขึ้นของแหล่งสินค้าโภคภัณฑ์ใหม่ เช่น เหมืองแร่เหล็ก Simandou และความต้องการถ่านหินที่เพิ่มขึ้นจากภาวะขาดแคลนก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ล้วนส่งผลให้อุปสงค์ในการขนส่งสินค้าแห้งเทกองเพิ่มสูงขึ้น
* **อุปทานที่จำกัด:** การเติบโตของกองเรือที่อยู่ในระดับต่ำ (ประมาณ 1%) ประกอบกับการที่เรือจำนวนมากต้องออกจากตลาดเพื่อเข้ารับการตรวจสอบพิเศษ (Special Survey) และข้อจำกัดด้านกำลังเครื่องยนต์ตามข้อกำหนด EEXI รวมถึงราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นทำให้เรือต้องลดความเร็วในการเดินเรือ ส่งผลให้อุปทานเรือในตลาดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการค้า:** แนวคิด "Just in Time" ถูกแทนที่ด้วย "Just in Case" ทำให้ความต้องการด้านความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเอื้อประโยชน์ต่อเรือขนาดเล็กที่บริษัทฯ ดำเนินการอยู่
นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ มีขนาดกองเรือที่ใหญ่ขึ้นจากการเข้าซื้อเรือบรรทุกน้ำมันลำที่สอง (เรือ High Tide) ก็มีส่วนช่วยเสริมรายได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าตลาดเรือขนส่งสินค้าแห้งเทกองจะยังคงแข็งแกร่งต่อไปในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ สภาวะด้านอุปทานที่ยังคงเอื้ออำนวย โดยการเติบโตของกองเรือที่แท้จริงอยู่ในระดับใกล้เคียงศูนย์ ขณะที่อุปสงค์ยังคงแข็งแกร่งในสินค้าหลักอย่างแร่เหล็ก บอกไซต์ และถ่านหิน สัญญาณเบื้องต้นของกิจกรรมที่ Simandou ที่เพิ่มขึ้น และการสนับสนุนจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจส่งผลต่อสภาพอากาศ ก็เป็นปัจจัยบวกเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงที่ต้องจับตา ได้แก่ ความเป็นไปได้ในการออกมาตรการจำกัดโควตาการส่งออกของบางประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการเรือขนส่งสินค้าแห้งเทกอง และความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจมหภาคชะลอตัวที่อาจเกิดขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกโตแรง:** บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวม 521.50 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2569 เทียบกับขาดทุนสุทธิ 43.31 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2568
* **รายได้จากการเดินเรือสุทธิพุ่งสูง:** เพิ่มขึ้น 667.46 ล้านบาท หรือ 58% YoY เป็นผลจากตลาดขนส่งสินค้าแห้งเทกองที่แข็งแกร่งขึ้นและขนาดกองเรือที่ใหญ่ขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายเดินเรือเพิ่มขึ้น:** เพิ่มขึ้น 79.76 ล้านบาท หรือ 16% YoY จากต้นทุนวัสดุสิ้นเปลือง อะไหล่ และค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เรือหัทยา นารี และเรือบรรทุกน้ำมัน
* **การเข้าซื้อเรือบรรทุกน้ำมันลำที่สอง:** เรือ High Tide มีกำหนดส่งมอบระหว่างเดือนสิงหาคมถึงพฤศจิกายน 2569 เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของกองเรือ
* **เหตุการณ์เรือมยุรี นารี:** ได้รับค่าสินไหมทดแทนจากการประกันภัยความเสี่ยงสงคราม 10.98 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากเหตุการณ์โจมตีในอ่าวเปอร์เซีย
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวม 521.50 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับขาดทุนสุทธิรวม 43.31 ล้านบาทสำหรับไตรมาสสองของปี 2568 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการเดินเรือสุทธิ 667.46 ล้านบาท (58%) เนื่องจากตลาดขนส่งสินค้าแห้งเทกองที่แข็งแกร่งขึ้นและขนาดกองเรือที่ใหญ่ขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการเดินเรือเพิ่มขึ้น 79.76 ล้านบาท (16%) จากต้นทุนวัสดุสิ้นเปลือง ค่าใช้จ่ายพิเศษจากเหตุการณ์เรือหัทยา นารี และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับเรือบรรทุกน้ำมัน (เรือธาริณี นารี) นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายทางการเงินยังเพิ่มขึ้น 57.46 ล้านบาทจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการเข้าซื้อเรือ
สำหรับงวด 6 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวม 629.68 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนสุทธิรวม 183.55 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการเดินเรือสุทธิ 975.99 ล้านบาท (45%) จากตลาดขนส่งสินค้าแห้งเทกองที่แข็งแกร่งขึ้นและรายได้จากเรือบรรทุกน้ำมัน
## โอกาส
* **ตลาดเรือขนส่งสินค้าแห้งเทกองแข็งแกร่งต่อเนื่อง:** อุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจากปัจจัยต่างๆ เช่น การเติบโตของเศรษฐกิจจีน แหล่งสินค้าโภคภัณฑ์ใหม่ และความต้องการถ่านหินที่สูงขึ้น ประกอบกับอุปทานที่จำกัด จะช่วยหนุนอัตราค่าระวางให้ทรงตัวในระดับสูง
* **การขยายกองเรือ:** การเข้าซื้อเรือบรรทุกน้ำมันลำใหม่จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้และกระจายความเสี่ยงของธุรกิจ
* **การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่พึ่งพาตนเอง:** แนวคิด "Just in Case" และการให้ความสำคัญกับความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน จะเป็นปัจจัยบวกต่อการขนส่งทางทะเล โดยเฉพาะเรือขนาดเล็ก
* **ปรากฏการณ์เอลนีโญ:** อาจส่งผลดีต่อการขนส่งสินค้าเกษตรและถ่านหิน ซึ่งจะเพิ่มอุปสงค์ในการขนส่ง
## ความเสี่ยง
* **ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง:** การปิดช่องแคบฮอร์มุซอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ และอาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจมหภาคชะลอตัว
* **มาตรการจำกัดโควตาการส่งออก:** หากรัฐบาลบางประเทศออกมาตรการจำกัดปริมาณการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการเรือขนส่งสินค้าแห้งเทกอง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมัน:** ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการเดินเรือและอุปสงค์โดยรวม
* **เหตุการณ์ไม่คาดฝัน:** เช่น เหตุการณ์เรือมยุรี นารี ที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีในอ่าวเปอร์เซีย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตราค่าระวางเรือขนส่งสินค้าแห้งเทกอง:** การเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์และอุปทานในตลาด
* **สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง:** ผลกระทบต่อราคาน้ำมันและห่วงโซ่อุปทาน
* **การออกมาตรการจำกัดโควตาการส่งออก:** ของประเทศผู้ผลิตสินค้าโภคภัณฑ์รายใหญ่
* **ผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ:** ต่อปริมาณการผลิตและการขนส่งสินค้าเกษตรและถ่านหิน
* **ความคืบหน้าในการเข้าซื้อเรือบรรทุกน้ำมันลำใหม่:** และผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทฯ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้เฉลี่ยต่อวันต่อล าเรือ:** สำหรับกองเรือขนส่งสินค้าแห้งเทกองอยู่ที่ 16,442 เหรียญสหรัฐฯ (ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน) ขณะที่เรือบรรทุกน้ำมัน (เรือธาริณี นารี) มีรายได้เฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 25,972 เหรียญสหรัฐฯ
* **ค่าใช้จ่ายในการเดินเรือเฉลี่ยต่อวันต่อล าเรือ:** สำหรับกองเรือขนส่งสินค้าแห้งเทกองอยู่ที่ 5,676 เหรียญสหรัฐฯ และสำหรับเรือบรรทุกน้ำมันอยู่ที่ 6,434 เหรียญสหรัฐฯ
* **การเปรียบเทียบกับดัชนีค่าระวาง:** เรือขนาดแฮนดี้ไซส์ขนาดใหญ่ของบริษัทฯ ทำรายได้สูงกว่าดัชนี BHSI 7.5% ขณะที่เรือขนาดซุปราแมกซ์และอัลตราแมกซ์ยังต่ำกว่าดัชนีเล็กน้อย โดยมีปัจจัยด้านขนาดเรือที่แตกต่างกัน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **EBITDA:** อยู่ที่ 30.38 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 13.34 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปีก่อน
* **กำไรสุทธิ (ไม่รวมรายการพิเศษ):** อยู่ที่ 15.13 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจาก 0.59 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปีก่อน
* **กำไรสุทธิ:** อยู่ที่ 15.87 ล้านเหรียญสหรัฐฯ พลิกจากขาดทุน 1.32 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 57.46 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้เพื่อใช้ในการเข้าซื้อเรือ
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** จำนวน 24.44 ล้านบาทในไตรมาสนี้
## สรุปท้าย
PSL โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตโดดเด่นจากการฟื้นตัวของตลาดเรือขนส่งสินค้าแห้งเทกอง ซึ่งเป็นผลจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งและอุปทานที่จำกัด แม้จะมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและปรากฏการณ์เอลนีโญ แต่แนวโน้มตลาดโดยรวมยังคงสดใส และบริษัทฯ มีการเสริมความแข็งแกร่งด้วยการเข้าซื้อเรือบรรทุกน้ำมันลำใหม่ ซึ่งน่าจะช่วยหนุนผลประกอบการในระยะต่อไปได้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PSL ไตรมาส 2/2569
รายได้รวม
1,487.55
ล้านบาท
↑ 4.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,876.37
ล้านบาท
↓ 26.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
126.14
%
กำไรสุทธิ
249.39
ล้านบาท
↑ 1.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.76
%
D/E Ratio
0.72
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,488
↑ + 4.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,876
↓ -26.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
249
↑ + 1.1%
YoY
D/E Ratio
0.72
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PSL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.72
ROE (%)
2.60
ROA (%)
3.96
Book Value/หุ้น
10.87
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PSL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+670
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,669
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PSL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
670.43
-141.61%
|
-1,611.12
+133.05%
|
-691.33
-82.14%
|
-3,869.80
+14,459.07%
|
-26.58
-101.43%
|
1,863.96
-1.40%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-1,668.88
+32.52%
|
-1,259.34
-754.68%
|
192.36
-79.33%
|
930.82
+3,254.31%
|
27.75
-97.22%
|
997.09
-333.25%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,209.41
-68.48%
|
3,837.26
+119.89%
|
1,745.06
-42.23%
|
3,020.74
+660.68%
|
397.11
-113.56%
|
-2,928.40
+45.74%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-239.38
+497.70%
|
-40.05
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,165.99
-6.44%
|
2,314.98
+119.29%
|
1,055.67
-57.23%
|
2,468.21
+124.28%
|
1,100.49
-6.83%
|
1,181.18
-35.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,261.39
-41.76%
|
2,165.99
-6.44%
|
2,314.98
+119.29%
|
1,055.67
-57.23%
|
2,468.21
+124.28%
|
1,100.49
-6.83%
|