บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.16
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13012 out_tok=2572 at=2026-07-26T00:34:29 -->
# PPS กำไรสุทธิ Q3/64 ลดลง 26.96% ต้นทุนการเงินพุ่งรับการซื้อกิจการ
## รายได้รวมโต 5.96% แต่ต้นทุนพุ่งฉุดกำไรสุทธิหดตัว ขณะที่ฝ่ายจัดการชี้ต้นทุนทางการเงินจากการกู้ยืมเพื่อซื้อกิจการเป็นปัจจัยหลัก
บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ PPS รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2564 มีรายได้รวม 1,405.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.96% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กำไรสุทธิกลับลดลง 26.96% มาอยู่ที่ 193.03 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจากการกู้ยืมเพื่อขยายธุรกิจ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ PPS ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน** ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยตรง แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตขึ้น 5.96% แต่กำไรสุทธิกลับลดลงถึง 26.96% โดยอัตรากำไรสุทธิ (ROS) ปรับลดลงจาก 19.91% ในปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 13.73% ในปีนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า สาเหตุหลักของการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินมาจาก **การเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินและการออกจำหน่ายหุ้นกู้เพิ่มในระหว่างงวด** ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการ **ซื้อกิจการ** โดยเฉพาะการซื้อธุรกิจช่อง JKN 18 (เดิมคือช่อง New 18) และธุรกิจผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่ม การกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นนี้ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 32.71% หรือ 38.73 ล้านบาท นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเมื่อเทียบกับรายได้รวมปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 12.80% เป็น 19.18% เนื่องจากบริษัทมีการโฆษณาและประชาสัมพันธ์มากขึ้นเพื่อโปรโมทผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เริ่มจัดจำหน่ายในปีนี้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินนี้มีสาเหตุมาจากการซื้อกิจการ ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่อการเติบโตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินในระยะต่อไป หากการลงทุนในธุรกิจใหม่สามารถสร้างรายได้และกำไรได้ตามเป้าหมาย ก็อาจช่วยชดเชยต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นได้ แต่หากการดำเนินงานของธุรกิจใหม่ยังไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ ก็อาจกดดันอัตรากำไรของบริษัทต่อไปได้ ต้องติดตามผลประกอบการของธุรกิจที่ซื้อมาใหม่ในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 1,405.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.96%** จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้ค่าสิทธิจากธุรกิจให้บริการและจำหน่ายลิขสิทธิ์รายการที่เพิ่มขึ้น 1.27% และรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น 100% (เริ่มดำเนินการตั้งแต่เมษายน 2564)
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 193.03 ล้านบาท ลดลง 26.96%** จากปีก่อน
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 32.71%** เป็น 157.14 ล้านบาท จากการกู้ยืมและออกหุ้นกู้เพื่อใช้ในการซื้อกิจการ
* **อัตรากำไรสุทธิ (ROS) ลดลง** จาก 19.91% เป็น 13.73%
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น** จาก 12.80% เป็น 19.18% ของรายได้รวม เนื่องจากการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ใหม่
* **Backlog การจำหน่ายคอนเทนต์ ณ 30 ก.ย. 64 อยู่ที่ 819.77 ล้านบาท** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 300.03 ล้านบาทในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวมเท่ากับ 1,405.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.96% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้ค่าสิทธิจากธุรกิจให้บริการและจำหน่ายลิขสิทธิ์รายการที่เพิ่มขึ้น 1.27% โดยเฉพาะการขายในต่างประเทศที่เติบโต 11.74% จากการขยายตลาดไปยังอียิปต์ บรูไน และศรีลังกา ประกอบกับการเริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 ซึ่งสร้างรายได้ 25.68 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 193.03 ล้านบาท ลดลง 26.96% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน 32.71% หรือ 38.73 ล้านบาท เนื่องจากการกู้ยืมและออกหุ้นกู้เพื่อใช้ในการซื้อกิจการ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเมื่อเทียบกับรายได้รวมเพิ่มขึ้นจาก 12.80% เป็น 19.18% เนื่องจากบริษัทมีการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ใหม่มากขึ้น
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจให้บริการและจำหน่ายลิขสิทธิ์รายการ:** รายได้ค่าสิทธิเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะการขายในต่างประเทศที่ขยายตัวได้ดี และการกลับมาซื้อลิขสิทธิ์ของลูกค้ารายใหญ่ในประเทศ
* **Backlog คอนเทนต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ:** ณ สิ้นไตรมาส 3/64 มีมูลค่า 819.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 300.03 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อรายได้ในอนาคต
* **การขยายธุรกิจใหม่:** การเริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และเครื่องสำอาง สร้างรายได้ใหม่ให้กับบริษัท
* **การซื้อกิจการ:** การเข้าซื้อช่อง JKN 18 และธุรกิจผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่ม เป็นการขยายฐานธุรกิจและสร้างโอกาสในการเติบโตในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การกู้ยืมเพื่อซื้อกิจการส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อกำไรสุทธิหากธุรกิจใหม่ไม่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามเป้า
* **การแข่งขันในธุรกิจโฆษณา:** รายได้จากธุรกิจบริการโฆษณาปรับลดลง 4.54% เนื่องจากหลายบริษัทลดงบประมาณโฆษณาจากผลกระทบ COVID-19 และการปรับผังรายการของช่อง JKN 18
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้บริษัทจะมีการป้องกันความเสี่ยง แต่ความผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **การเรียกเก็บหนี้การค้า:** แม้ผู้บริหารจะมั่นใจ แต่การมีลูกหนี้การค้าค้างชำระเกิน 6 เดือนจำนวน 400.70 ล้านบาท ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลประกอบการของธุรกิจที่ซื้อกิจการมาใหม่:** โดยเฉพาะช่อง JKN 18 และธุรกิจผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่ม ว่าจะสามารถสร้างรายได้และกำไรได้ตามเป้าหมายหรือไม่
* **แนวโน้มต้นทุนทางการเงิน:** การบริหารจัดการหนี้สินและการชำระคืนเงินกู้ยืม
* **การบริหารจัดการ Backlog คอนเทนต์:** การรับรู้รายได้จาก Backlog ที่มีมูลค่าสูง
* **การเติบโตของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์:** การขยายตลาดและสร้างการรับรู้แบรนด์
* **การเรียกเก็บหนี้การค้า:** ความคืบหน้าในการชำระหนี้ของลูกหนี้ที่ค้างชำระ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
*หมายเหตุ: เอกสารที่ได้รับเป็นของบริษัท เจเคเอ็น โกลบอลมีเดีย จำกัด (มหาชน) ซึ่งอยู่ในกลุ่มธุรกิจสื่อและสิ่งพิมพ์ ไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง จึงไม่สามารถวิเคราะห์ตามจุดโฟกัส sector ที่กำหนดได้*
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 7,437.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.03% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของที่ดิน อาคารและอุปกรณ์, สินทรัพย์ไม่มีตัวตน (ลิขสิทธิ์รายการ), ค่าความนิยม (จากการซื้อกิจการ) และเจ้าหนี้การค้า ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 91.76%
หนี้สินรวมอยู่ที่ 4,712.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.51% จากสิ้นปี 2563 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้า (จากการซื้อลิขสิทธิ์รายการ) และเงินกู้ยืมระยะสั้นและยาว รวมถึงหุ้นกู้ที่ออกจำหน่ายเพื่อใช้ในการซื้อกิจการ ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ปรับเพิ่มขึ้นจาก 1.19 เท่า เป็น 1.74 เท่า
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก 168.10 ล้านบาท แต่กระแสเงินสดจากการลงทุนใช้ไปสุทธิ 1,677.14 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการใช้เงินในการซื้อธุรกิจและลิขสิทธิ์คอนเทนต์ ขณะที่กระแสเงินสดจากการจัดหาเงินได้มาสุทธิ 629.77 ล้านบาท จากการกู้ยืมและออกหุ้นกู้
อัตราส่วนสภาพคล่องลดลงจาก 3.20 เท่า เป็น 1.87 เท่า และสภาพคล่องหมุนเร็วลดลงจาก 3.01 เท่า เป็น 1.61 เท่า เนื่องจากหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น แต่ผู้บริหารยังคงมั่นใจว่าจะสามารถเรียกเก็บเงินจากลูกค้าได้
## สรุปท้าย
PPS ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 เผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการกู้ยืมเพื่อขยายธุรกิจและซื้อกิจการ แม้รายได้รวมจะเติบโตได้ดีจากการดำเนินงานหลักและธุรกิจใหม่ แต่ต้นทุนที่สูงขึ้นได้ฉุดกำไรสุทธิให้ลดลงอย่างชัดเจน นักลงทุนควรจับตาผลการดำเนินงานของธุรกิจที่ซื้อมาใหม่และแนวโน้มการบริหารจัดการหนี้สิน เพื่อประเมินโอกาสในการฟื้นตัวของอัตรากำไรในระยะต่อไป ประกอบกับ Backlog คอนเทนต์ที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยบวกที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PPS ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
100.91
ล้านบาท
↑ 1.4% YoY
กำไรขั้นต้น
36.01
ล้านบาท
↑ 31.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
35.69
%
กำไรสุทธิ
11.58
ล้านบาท
↓ 924.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.47
%
D/E Ratio
1.07
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
101
↑ + 1.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
36
↑ + 31.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
12
↓ -924.1%
YoY
D/E Ratio
1.07
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PPS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.07
ROE (%)
-1.20
ROA (%)
3.19
Book Value/หุ้น
0.34
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PPS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+57
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PPS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
57.19
+54.11%
|
37.11
+66.19%
|
22.33
-73.60%
|
84.59
-828.60%
|
-11.61
-153.48%
|
21.71
-134.37%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.22
-96.33%
|
6.00
+169.06%
|
2.23
-112.74%
|
-17.50
+86.57%
|
-9.38
-95.60%
|
-213.40
-632.57%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
4.96
+64.78%
|
3.01
-95.22%
|
63.02
-239.02%
|
-45.33
+512.57%
|
-7.40
-103.97%
|
186.48
-2,938.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
61.38
+33.23%
|
46.07
-47.37%
|
87.53
+308.45%
|
21.43
-174.36%
|
-28.82
+476.40%
|
-5.00
-83.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
34.26
+5.87%
|
32.36
-71.22%
|
112.42
+309.25%
|
27.47
-0.47%
|
27.60
-15.34%
|
32.60
-47.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
21.14
-38.30%
|
34.26
+5.87%
|
32.36
-71.22%
|
112.42
+309.25%
|
27.47
-0.47%
|
27.60
-15.34%
|