บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.16
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4409 out_tok=2696 at=2026-07-27T11:39:30 -->
# PPS พลิกกำไร Q2/64 พุ่ง 130% รับแรงหนุนรายได้โครงการรัฐ-เอกชน
## รายได้โต 10.63% กำไรสุทธิฟื้นจากขาดทุนปีก่อน ฝ่ายจัดการชี้คุมต้นทุน-บริหารค่าใช้จ่ายได้ดี
บริษัท โปรเจค แพลนนิง เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ PPS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 3.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 130% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 16.49 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวมที่เติบโต 10.63% และการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ PPS พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 2 ปี 2564 มาจาก **การฟื้นตัวของรายได้จากการบริการที่เติบโตถึง 10.63% เมื่อเทียบกับปีก่อน ประกอบกับการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ**
### 1) หัวใจคืออะไร
ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการคือ **รายได้จากการบริการที่เพิ่มขึ้น 8.67 ล้านบาท (10.63%)** ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้รายได้จากโครงการภาครัฐขนาดใหญ่ที่เริ่มดำเนินการเต็มระบบตั้งแต่ปลายไตรมาส 1 และโครงการภาคเอกชนที่บริษัทได้รับงานเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ **อัตรากำไรขั้นต้นยังปรับตัวสูงขึ้น** โดยมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 4.84 ล้านบาท (30%) ซึ่งเป็นผลมาจากการจัดสรรบุคลากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด การลดลงของบุคลากรที่รอเข้างาน และการควบคุมค่าใช้จ่ายในโครงการ เช่น ค่าออกแบบและค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้มาจาก **โครงการภาครัฐขนาดใหญ่ที่เริ่มเข้าสู่ช่วงการดำเนินงานเต็มระบบ** ซึ่งส่งผลให้มีการรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ควบคู่ไปกับ **การได้รับงานโครงการภาคเอกชนที่มากขึ้น** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นนั้น เกิดจากการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการรอคอยงานของบุคลากร และการควบคุมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับโครงการให้ลดลง เช่น ค่าออกแบบและค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด นอกจากนี้ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารยังลดลง 3.58 ล้านบาท (14.56%)** จากการลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน การจ้างที่ปรึกษาภายนอก และการบริหารงบประมาณภายในสำนักงานอย่างเข้มงวด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** ฝ่ายจัดการระบุว่าโครงการภาครัฐขนาดใหญ่กำลังเข้าสู่ช่วงการดำเนินงานเต็มระบบ ซึ่งบ่งชี้ถึงการรับรู้รายได้ที่ต่อเนื่องในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม เอกสารระบุถึง **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น 4.73%** อันเนื่องมาจากการออกหุ้นกู้เพื่อลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ภูเก็ต และผลกระทบจากโรคระบาดที่อาจทำให้โครงการล่าช้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้ ดังนั้น แม้ว่าแนวโน้มการดำเนินงานปกติจะดูดี แต่ปัจจัยภายนอกและความล่าช้าของโครงการยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ:** PPS มีกำไรสุทธิ 3.79 ล้านบาท ใน Q2/64 เทียบกับขาดทุน 16.49 ล้านบาท ใน Q2/63 คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 130%
* **รายได้เติบโต:** รายได้รวมเพิ่มขึ้น 8.67 ล้านบาท (10.63%) จากการรับรู้รายได้โครงการภาครัฐและเอกชนที่เพิ่มขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น:** กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 4.84 ล้านบาท (30%) จากการบริหารบุคลากรและควบคุมค่าใช้จ่ายโครงการ
* **ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 3.58 ล้านบาท (14.56%) จากการบริหารจัดการภายใน
* **ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 4.73% จากการออกหุ้นกู้และการบริหารโครงการที่อาจล่าช้า
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท โปรเจค แพลนนิง เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ PPS มีรายได้จากการบริการรวม 89.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.67 ล้านบาท หรือ 10.63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 81.24 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากโครงการภาครัฐขนาดใหญ่ที่เริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ปลายไตรมาส 1 และเข้าสู่ช่วงการดำเนินงานเต็มระบบ รวมถึงโครงการภาคเอกชนที่บริษัทได้รับงานเพิ่มขึ้น
ขณะที่ต้นทุนจากการบริการอยู่ที่ 52.61 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 4.84 ล้านบาท หรือ 30% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 41.50% เทียบกับ 35.90% ในปีก่อน การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นเกิดจากการบริหารบุคลากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด การลดลงของบุคลากรที่รอเข้างาน และการควบคุมค่าใช้จ่ายในโครงการ เช่น ค่าออกแบบและค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด
ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 3.58 ล้านบาท หรือ 14.56% มาอยู่ที่ 21.07 ล้านบาท จาก 24.65 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากการลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน การจ้างที่ปรึกษาภายนอก และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายภายในสำนักงานอย่างเข้มงวด
ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิสำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 จำนวน 3.79 ล้านบาท พลิกกลับมาจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 16.49 ล้านบาท คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 130%
## โอกาส
* **การรับรู้รายได้จากโครงการภาครัฐ:** โครงการภาครัฐขนาดใหญ่ที่เริ่มเข้าสู่ช่วงการดำเนินงานเต็มระบบเป็นปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันรายได้ในระยะต่อไป
* **การเติบโตของโครงการเอกชน:** การได้รับงานโครงการเอกชนที่มากขึ้นสะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันและการฟื้นตัวของภาคเอกชน
* **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหารช่วยเพิ่มอัตรากำไรและสนับสนุนผลประกอบการ
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การออกหุ้นกู้เพื่อลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ภูเก็ต และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นอาจเป็นภาระต่อผลประกอบการ
* **ความล่าช้าของโครงการ:** ปัญหาจากโรคระบาดและการปิดประเทศอาจส่งผลให้โครงการมีความล่าช้า ซึ่งกระทบต่อการรับรู้รายได้และผลประกอบการ
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจ:** สภาวะเศรษฐกิจโดยรวมและความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนในโครงการใหม่ๆ ของลูกค้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าของโครงการภาครัฐ:** การรับรู้รายได้จากโครงการภาครัฐขนาดใหญ่จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อรายได้ในไตรมาสถัดไป
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ผลกระทบจากการออกหุ้นกู้และการบริหารภาระดอกเบี้ย
* **สถานการณ์การแพร่ระบาด:** ผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 ต่อการดำเนินงานและความล่าช้าของโครงการ
* **การได้รับงานโครงการใหม่:** การประมูลและได้รับงานโครงการใหม่ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในส่วนของ **Backlog** นั้น เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลขที่ชัดเจน แต่การกล่าวถึงโครงการภาครัฐที่เริ่มรับรู้รายได้เต็มระบบและโครงการเอกชนที่เพิ่มขึ้น บ่งชี้ว่าบริษัทมีปริมาณงานในมือที่เพียงพอต่อการขับเคลื่อนรายได้ในระยะสั้นถึงกลาง
สำหรับ **การเปิดโครงการใหม่** นั้น เอกสารไม่ได้กล่าวถึงโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ภูเก็ตผ่านการออกหุ้นกู้ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการขยายการลงทุนในอนาคต
**ต้นทุนก่อสร้าง** ไม่ได้ถูกกล่าวถึงโดยตรงในเอกสาร แต่การที่บริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในโครงการได้ดีขึ้น สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
**D/E Ratio** อยู่ที่ 1.16 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2/64 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.11 เท่า ณ สิ้นปี 2563 ซึ่งยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ โดยการเพิ่มขึ้นของหนี้สินรวมมาจากการสนับสนุนสินเชื่อทางการเงินจากสถาบันการเงิน
**กระแสเงินสดจากโครงการ** ไม่ได้ถูกระบุในเอกสารโดยตรง แต่การที่บริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นและสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี อาจบ่งชี้ถึงการบริหารกระแสเงินสดที่ดีขึ้นจากการดำเนินงาน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวม 612.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.11 ล้านบาท จาก 589.63 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์หมุนเวียน
หนี้สินรวมอยู่ที่ 329.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.36 ล้านบาท จาก 309.64 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการสนับสนุนสินเชื่อทางการเงินจากสถาบันการเงิน
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 283.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.76 ล้านบาท จาก 279.98 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นจากการปรับปรุงองค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น แม้จะมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานเล็กน้อย
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.16 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.11 เท่า ณ สิ้นปี 2563 ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) อยู่ที่ 0.63% เพิ่มขึ้นจาก -5.93% ในปีก่อน และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 1.35% เพิ่มขึ้นจาก -10.17% ในปีก่อน แสดงถึงการฟื้นตัวของความสามารถในการทำกำไร
## สรุปท้าย
PPS พลิกฟื้นผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2564 ด้วยการกลับมามีกำไรสุทธิ 3.79 ล้านบาท จากการเติบโตของรายได้จากการบริการที่ 10.63% ซึ่งได้รับแรงหนุนจากโครงการภาครัฐที่เข้าสู่ช่วงการดำเนินงานเต็มที่และโครงการเอกชนที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและค่าใช้จ่ายในการบริหารดีขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและความล่าช้าของโครงการที่อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอก เพื่อประเมินแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัท
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PPS ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
100.91
ล้านบาท
↑ 1.4% YoY
กำไรขั้นต้น
36.01
ล้านบาท
↑ 31.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
35.69
%
กำไรสุทธิ
11.58
ล้านบาท
↓ 924.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.47
%
D/E Ratio
1.07
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
101
↑ + 1.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
36
↑ + 31.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
12
↓ -924.1%
YoY
D/E Ratio
1.07
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PPS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.07
ROE (%)
-1.20
ROA (%)
3.19
Book Value/หุ้น
0.34
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PPS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+57
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PPS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
57.19
+54.11%
|
37.11
+66.19%
|
22.33
-73.60%
|
84.59
-828.60%
|
-11.61
-153.48%
|
21.71
-134.37%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.22
-96.33%
|
6.00
+169.06%
|
2.23
-112.74%
|
-17.50
+86.57%
|
-9.38
-95.60%
|
-213.40
-632.57%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
4.96
+64.78%
|
3.01
-95.22%
|
63.02
-239.02%
|
-45.33
+512.57%
|
-7.40
-103.97%
|
186.48
-2,938.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
61.38
+33.23%
|
46.07
-47.37%
|
87.53
+308.45%
|
21.43
-174.36%
|
-28.82
+476.40%
|
-5.00
-83.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
34.26
+5.87%
|
32.36
-71.22%
|
112.42
+309.25%
|
27.47
-0.47%
|
27.60
-15.34%
|
32.60
-47.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
21.14
-38.30%
|
34.26
+5.87%
|
32.36
-71.22%
|
112.42
+309.25%
|
27.47
-0.47%
|
27.60
-15.34%
|