บริษัท พีลาทัส มารีน จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.53
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=20389 out_tok=2689 at=2026-07-25T09:24:34 -->
# PLT กำไรสุทธิ Q2/66 โต 7.11% รับแรงหนุนต้นทุนน้ำมันลด-ค่าขนส่งในประเทศเพิ่ม
## รายได้-กำไร Q2/66 พลิกฟื้นจากต้นทุนน้ำมันลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารพุ่งรับการเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์
บริษัท พีลาทัส มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PLT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 9.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการให้บริการจะลดลงเล็กน้อย แต่การบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลง ประกอบกับการปรับขึ้นค่าขนส่งในประเทศ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PLT ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การบริหารจัดการต้นทุนบริการที่ลดลง โดยเฉพาะต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ประกอบกับการปรับขึ้นค่าขนส่งในประเทศ** ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 13.70% ในไตรมาส 2/2565 เป็น 16.70% ในไตรมาส 2/2566 หรือเพิ่มขึ้นถึง 19.86% แม้ว่ารายได้จากการให้บริการจะลดลงเล็กน้อย 1.64% เป็น 184.77 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของต้นทุนบริการส่วนใหญ่มาจาก **ต้นทุนน้ำมันเตาที่ใช้ในการเดินเรือลดลง** เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงในปี 2566 เมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ **ส่วนต่างของราคาน้ำมันขายปลีกดีเซลที่ใช้กำหนดราคาขายและต้นทุนน้ำมันที่ใช้ไปเพิ่มขึ้น** เนื่องจากรัฐบาลมีการตรึงราคาน้ำมันดีเซลหน้าสถานีบริการ ทำให้บริษัทสามารถปรับอัตราค่าขนส่งในประเทศเฉลี่ยต่อตันเพิ่มขึ้นประมาณ 6% ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการเจรจากับคู่ค้าและปรับขึ้นอัตราค่าขนส่งตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565 และได้รับผลเต็มที่ตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2565
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 รายได้จากการให้บริการเติบโต 2.06% เป็น 385.56 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากการขนส่งทางเรือในประเทศที่เพิ่มขึ้น 5.90% จากราคาค่าขนส่งที่สูงขึ้น ในขณะที่การขนส่งทางเรือต่างประเทศลดลง 58.54% และการขนส่งทางรถต่างประเทศลดลง 100%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง** โดยเฉพาะปัจจัยด้านต้นทุนน้ำมันที่คาดว่าจะยังคงทรงตัวในระดับต่ำกว่าปีก่อน และการปรับขึ้นค่าขนส่งในประเทศที่ได้รับผลเต็มที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านปริมาณการขนส่ง โดยเฉพาะในเส้นทางต่างประเทศยังคงเป็นความท้าทายที่ต้องติดตาม นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในระยะสั้น
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/66 เติบโต 7.11% YoY** แตะ 9.07 ล้านบาท จาก 8.46 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) พุ่ง 19.86% YoY** เป็น 16.70% จาก 13.70%
* **อัตรากำไรสุทธิ (NPM) เพิ่มขึ้น 7.11% YoY** เป็น 4.91% จาก 4.51%
* **รายได้จากการให้บริการ Q2/66 ลดลง 1.64% YoY** เหลือ 184.77 ล้านบาท
* **ต้นทุนบริการลดลง 5.05% YoY** เหลือ 153.91 ล้านบาท โดยหลักจากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร Q2/66 เพิ่มขึ้น 44.61% YoY** เป็น 16.58 ล้านบาท จากการเตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 2 ปี 2566:** บริษัทมีรายได้จากการให้บริการรวม 184.77 ล้านบาท ลดลง 1.64% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของปริมาณการขนส่งในประเทศและต่างประเทศของลูกค้า อย่างไรก็ตาม ต้นทุนบริการลดลง 5.05% เป็น 153.91 ล้านบาท โดยเฉพาะต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลก ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 19.86% เป็น 30.86 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 7.11% เป็น 9.07 ล้านบาท
**6 เดือนแรก ปี 2566:** บริษัทมีรายได้จากการให้บริการรวม 385.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.06% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากการขนส่งทางเรือในประเทศที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นค่าขนส่ง ในขณะที่การขนส่งทางเรือและทางรถในต่างประเทศลดลง ต้นทุนบริการลดลง 2.59% เป็น 312.34 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าเสื่อมราคาเรือที่ลดลงและราคาน้ำมันเตาที่ลดลง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 28.14% เป็น 73.22 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 35.51% เป็น 29.17 ล้านบาท
## โอกาส
* **การปรับขึ้นค่าขนส่งในประเทศ:** การที่บริษัทสามารถเจรจาและปรับขึ้นอัตราค่าขนส่งในประเทศได้ จะช่วยเพิ่มรายได้และอัตรากำไรในส่วนนี้
* **ต้นทุนน้ำมันที่ลดลง:** ราคาน้ำมันที่ลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานและเพิ่มอัตรากำไร
* **การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ:** การเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ สร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และขยายธุรกิจในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ปริมาณการขนส่งในต่างประเทศที่ลดลง:** การที่ลูกค้าในต่างประเทศเปลี่ยนไปซื้อสินค้ากับผู้ขายรายอื่น ส่งผลกระทบต่อปริมาณการขนส่งทางเรือและทางรถในต่างประเทศ
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการเตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เช่น ค่าที่ปรึกษา ค่าประชาสัมพันธ์ อาจกดดันกำไรในระยะสั้น
* **ความผันผวนของราคาน้ำมัน:** แม้ปัจจุบันราคาน้ำมันจะลดลง แต่ความผันผวนของราคาพลังงานยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจขนส่งมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อการปรับขึ้นค่าบริการในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มปริมาณการขนส่งในประเทศและต่างประเทศ:** ติดตามการฟื้นตัวของปริมาณการขนส่ง โดยเฉพาะในเส้นทางต่างประเทศ
* **การบริหารจัดการต้นทุนน้ำมัน:** จับตาแนวโน้มราคาน้ำมันและผลกระทบต่อต้นทุนบริการ
* **ผลกระทบจากการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ:** การเปลี่ยนแปลงของค่าใช้จ่ายในการบริหาร และโอกาสในการระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจ
* **การปรับขึ้นค่าขนส่ง:** ความสามารถในการรักษาหรือปรับขึ้นอัตราค่าขนส่งให้สอดคล้องกับต้นทุนและสภาวะตลาด
* **การขายสินทรัพย์:** ความคืบหน้าในการขายเรือที่รอจำหน่ายในไตรมาส 3 ปี 2566
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการให้บริการ:** ไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 184.77 ล้านบาท ลดลง 1.64% YoY โดยธุรกิจขนส่งทางเรือลดลง 1.59% เป็น 172.90 ล้านบาท ซึ่งมาจากการลดลงของปริมาณขนส่งทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่ธุรกิจขนส่งทางรถลดลง 2.42% เป็น 11.87 ล้านบาท แม้ว่าการขนส่งทางรถในประเทศจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยก็ตาม
* **ต้นทุนบริการ:** ลดลง 5.05% YoY เป็น 153.91 ล้านบาท โดยต้นทุนบริการขนส่งทางเรือลดลง 5.59% จากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นที่ลดลง 8.75% และค่าเสื่อมราคาเรือที่ลดลง 12.83% ส่วนต้นทุนบริการขนส่งทางรถเพิ่มขึ้น 2.87% จากค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษาที่เพิ่มขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 19.86% YoY เป็น 16.70% โดยเฉพาะในธุรกิจขนส่งทางเรือที่ได้รับผลบวกจากส่วนต่างราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 1,224.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.37% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นอย่างมาก 323.95 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนจากการเสนอขายหุ้น
* **หนี้สินรวม:** ลดลง 9.35% จากสิ้นปี 2565 เป็น 350.99 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่หนี้สินไม่หมุนเวียนลดลงจากการจ่ายชำระเงินกู้ยืมระยะยาวและหนี้สินตามสัญญาเช่า
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 109.94% เป็น 873.73 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนจากการเสนอขายหุ้น
* **กระแสเงินสด:** เงินสดสุทธิได้มาจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเป็น 114.37 ล้านบาท จาก 105.71 ล้านบาทในปีก่อน ขณะที่เงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนเพิ่มขึ้นเป็น 155.83 ล้านบาท และเงินสดได้มาในกิจกรรมจัดหาเงินเพิ่มขึ้นอย่างมากเป็น 365.42 ล้านบาท จากการเพิ่มทุน
## สรุปท้าย
PLT โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 ที่น่าพอใจ โดยมีกำไรสุทธิเติบโต 7.11% จากการบริหารต้นทุนน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับการปรับขึ้นค่าขนส่งในประเทศที่ช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้รวมจะลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารเพื่อเตรียมพร้อมเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ และความไม่แน่นอนของปริมาณการขนส่งในต่างประเทศ ยังคงเป็นปัจจัยที่นักลงทุนควรจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัทในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PLT ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
270.31
ล้านบาท
↑ 16.4% YoY
กำไรขั้นต้น
42.78
ล้านบาท
↑ 39.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.82
%
กำไรสุทธิ
12.97
ล้านบาท
↑ 70% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.80
%
D/E Ratio
0.84
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
270
↑ + 16.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
43
↑ + 39.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
13
↑ + 70%
YoY
D/E Ratio
0.84
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PLT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 |
|---|---|---|---|---|
| รายได้รวม | — |
270.31
|
— |
232.18
|
| กำไรขั้นต้น | — |
42.78
|
— |
30.73
|
| ค่าใช้จ่ายรวม | — |
17.96
|
— |
14.68
|
| กำไรสุทธิ | — |
12.97
|
— |
7.63
|
| กำไรต่อหุ้น | — |
0.01
|
— |
0.01
|
| อัตรากำไรขั้นต้น(%) | — |
15.82
|
— |
13.24
|
| อัตราค่าใช้จ่าย(%) | — |
6.64
|
— |
6.32
|
| อัตรากำไรสุทธิ(%) | — |
4.80
|
— |
3.29
|
| กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ | — |
0.00
|
— |
0.00
|
| ROE(%) | — |
6.83
|
— |
7.14
|
| ROA(%) | — |
6.27
|
— |
6.60
|
| หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น | — |
0.84
|
— |
0.74
|
| P/E | — |
9.68
|
— |
14.87
|
| P/BV | — |
0.67
|
— |
1.06
|
| BV | — |
0.93
|
— |
0.85
|
| YIELD(%) | — |
4.84
|
— |
3.77
|
| ราคาหุ้น | — |
0.62
|
— |
0.90
|
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.84
ROE (%)
6.83
ROA (%)
6.27
Book Value/หุ้น
0.96
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PLT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 |
|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
205.96
-1.30%
|
— |
224.97
+73.29%
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
1,462.60
-4.98%
|
— |
1,198.56
+76.59%
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
1,668.56
-4.54%
|
— |
1,423.53
+76.06%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
263.97
+0.93%
|
— |
217.91
+39.98%
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
499.22
-18.56%
|
— |
385.42
+59.72%
|
| รวมหนี้สิน | — |
763.19
-12.73%
|
— |
603.33
+51.98%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
905.37
+3.66%
|
— |
820.19
+99.29%
|
| D/E | — |
0.84
|
— |
0.74
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
6.83
|
— |
7.14
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
6.27
|
— |
6.60
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.78
|
— |
1.03
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.64
|
— |
0.98
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
31.04
|
— |
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
6.42
|
— |
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
36.39
|
— |
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
1.07
|
— |
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+148
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PLT
| รายการ | 2569 | 2567 | 2566 |
|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
0.00
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
148.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
-380.10
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
-371.40
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
0.00
|