บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
0.07
0.01 (12.50%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4008 out_tok=2266 at=2026-07-25T23:20:40 -->
# PLE พลิกขาดทุนยับปี 63 สู่กำไร 153 ล้านบาทปี 64 รับต้นทุนก่อสร้างคุมได้
## รายได้รวมหด 13% แต่กำไรสุทธิโตแรง เหตุบริหารต้นทุนวัสดุ-แรงงานมีประสิทธิภาพ
บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PLE รายงานผลประกอบการปี 2564 พลิกจากขาดทุนสุทธิ 436.4 ล้านบาทในปี 2563 มามีกำไรสุทธิ 153.3 ล้านบาทในปี 2564 แม้รายได้รวมจะลดลง 13% เป็น 7.63 พันล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากการบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้างที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ PLE พลิกจากขาดทุนมหาศาลในปี 2563 มามีกำไรในปี 2564 คือ **การบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้างที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะต้นทุนวัสดุและแรงงาน ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการรับเหมาก่อสร้างปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ในปี 2564 บริษัทมีอัตราส่วนต้นทุนในการรับเหมาก่อสร้างลดลงมาอยู่ที่ 91.5% จาก 98.9% ในปี 2563 ซึ่งเป็นการปรับปรุงที่โดดเด่นมาก ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 1.1% เป็น 8.5% (สำหรับงบการเงินรวม) และจาก 1.1% เป็น 8.4% (สำหรับงบการเงินเฉพาะบริษัท) ฝ่ายจัดการระบุว่าผลกำไรดังกล่าวเป็นผลมาจากการควบคุมต้นทุนวัสดุก่อสร้าง ค่าแรง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้ดีขึ้นในหลายโครงการ แม้ว่ารายได้รวมจะลดลง 13% เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้จากงานก่อสร้างโครงการต่างๆ แต่การควบคุมต้นทุนที่เข้มงวดได้กลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ทำให้บริษัทกลับมามีกำไร
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ฝ่ายจัดการได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุนวัสดุและแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง การที่บริษัทสามารถปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นได้อย่างมีนัยสำคัญในปี 2564 บ่งชี้ถึงการมีระบบการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ๆ และการบริหารจัดการต้นทุนในสภาวะตลาดที่มีความผันผวนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาโมเมนตัมของกำไรในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ:** บริษัทมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานรวม 153.3 ล้านบาทในปี 2564 เทียบกับขาดทุน 436.4 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้รวมลดลง:** รายได้รวมปี 2564 อยู่ที่ 7.63 พันล้านบาท ลดลง 13% จาก 8.77 พันล้านบาทในปี 2563
* **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น:** กำไรขั้นต้นจากการรับเหมาก่อสร้างเพิ่มขึ้นเป็น 8.5% จาก 1.1% ในปีก่อนหน้า
* **ต้นทุนก่อสร้างลดลง:** อัตราส่วนต้นทุนในการรับเหมาก่อสร้างลดลงมาอยู่ที่ 91.5% จาก 98.9%
* **ปรับมูลค่าอสังหาริมทรัพย์:** มีการปรับมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนเพิ่มขึ้น 112.5 ล้านบาทในปี 2564
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีผลการดำเนินงานพลิกกลับมาเป็นกำไรสุทธิ 153.3 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุนสุทธิ 436.4 ล้านบาทในปี 2563 ในขณะที่งบการเงินเฉพาะบริษัทมีกำไรสุทธิ 181.1 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 458.3 ล้านบาทในปี 2563 โดยมีกำไรสุทธิต่อหุ้นรวม 0.11 บาท เทียบกับขาดทุน 0.32 บาทในปี 2563
รายได้รวมของบริษัทในปี 2564 อยู่ที่ 7.63 พันล้านบาท ลดลง 13% เมื่อเทียบกับ 8.77 พันล้านบาทในปี 2563 ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้รายได้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่ลดลง โดยเฉพาะในงบการเงินเฉพาะบริษัท รายได้ลดลง 12.6% เป็น 7.66 พันล้านบาท จาก 8.76 พันล้านบาทในปี 2563 เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่องานก่อสร้าง
อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนต้นทุนในการรับเหมาก่อสร้างลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 98.9% ในปี 2563 มาอยู่ที่ 91.5% ในปี 2564 ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 8.5% จาก 1.1% ในปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการควบคุมต้นทุนวัสดุและแรงงานที่ดีขึ้นในหลายโครงการ
กำไรก่อนภาษีในปี 2564 อยู่ที่ 174.2 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 435.3 ล้านบาทในปี 2563 ในงบการเงินเฉพาะบริษัทก็เช่นกัน มีกำไรก่อนภาษี 199.8 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 455.3 ล้านบาทในปี 2563 ปัจจัยหลักมาจากต้นทุนงานก่อสร้างที่ลดลง แม้ว่าต้นทุนทางการเงินจะสูงขึ้นเล็กน้อย
## โอกาส
* **การควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัสดุและแรงงานได้ดีขึ้น เป็นโอกาสสำคัญในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีอย่างต่อเนื่อง
* **การปรับมูลค่าอสังหาริมทรัพย์:** การปรับมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนที่เพิ่มขึ้น 112.5 ล้านบาท เป็นผลบวกต่อฐานะทางการเงินและกำไรของบริษัท
## ความเสี่ยง
* **รายได้จากการก่อสร้างลดลง:** สถานการณ์ COVID-19 และปัจจัยภายนอกอื่นๆ อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้จากงานก่อสร้างในอนาคต
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** แม้จะเล็กน้อย แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินอาจเป็นปัจจัยกดดันกำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้
* **ความผันผวนของตลาด:** ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีความอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อการดำเนินโครงการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการก่อสร้าง:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและสถานการณ์ COVID-19 จะส่งผลต่อการกลับมารับรู้รายได้ของโครงการต่างๆ อย่างไร
* **การบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง:** ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงท่ามกลางความผันผวนของราคาวัสดุและแรงงาน
* **การเปิดโครงการใหม่ (ถ้ามี):** หากบริษัทมีแผนเปิดโครงการใหม่ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตในอนาคต
* **การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงิน:** การติดตามแนวโน้มต้นทุนทางการเงินและการบริหารจัดการหนี้สินของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในส่วนของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ PLE พบว่ามีการปรับปรุงที่โดดเด่นในด้านการบริหารต้นทุน โดยอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงอย่างมากจาก 98.9% ในปี 2563 มาอยู่ที่ 91.5% ในปี 2564 ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 1.1% เป็น 8.5% การควบคุมต้นทุนวัสดุและแรงงานที่ดีขึ้นนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้ แม้ว่ารายได้รวมจะลดลง 13% อันเป็นผลมาจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินโครงการต่างๆ
นอกจากนี้ ยังมีการปรับมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนเพิ่มขึ้น 112.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่ส่งผลบวกต่อผลประกอบการในปีนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่จากผลประกอบการที่พลิกกลับมามีกำไร แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของบริษัท อย่างไรก็ตาม การที่รายได้รวมลดลงอาจส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ซึ่งต้องพิจารณาข้อมูลเพิ่มเติมในงบการเงินฉบับเต็ม
## สรุปท้าย
PLE สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการในปี 2564 กลับมามีกำไรสุทธิ 153.3 ล้านบาท จากการบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้างที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการควบคุมต้นทุนวัสดุและแรงงาน ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก แม้รายได้รวมจะลดลงก็ตาม ความสามารถในการควบคุมต้นทุนนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มรายได้จากการก่อสร้างในอนาคต และความสามารถในการรักษาอัตรากำไรท่ามกลางความผันผวนของต้นทุน เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการของบริษัทต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PLE ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
990.63
ล้านบาท
↓ 61.1% YoY
กำไรขั้นต้น
171.55
ล้านบาท
↑ 21.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.32
%
กำไรสุทธิ
4.25
ล้านบาท
↓ 96.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.43
%
D/E Ratio
7.54
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
991
↓ -61.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
172
↑ + 21.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -96.6%
YoY
D/E Ratio
7.54
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PLE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
7.54
ROE (%)
1.00
ROA (%)
3.10
Book Value/หุ้น
0.93
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PLE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+464
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+142
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PLE
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
463.52
|
— |
1,848.16
+100.82%
|
920.30
-33.89%
|
1,392.10
-377.09%
|
-502.40
-22.78%
|
-650.61
-58.49%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
142.31
|
— |
65.23
-140.66%
|
-160.41
-25.45%
|
-215.16
-143.91%
|
490.04
-224.59%
|
-393.33
+8,180.63%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-594.86
|
— |
-1,325.33
+283.96%
|
-345.17
-62.23%
|
-913.82
+2,062.38%
|
-42.26
-106.65%
|
635.02
+321.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
10.90
|
— |
581.74
-22.92%
|
754.73
+186.95%
|
263.02
-581.55%
|
-54.62
-86.64%
|
-408.97
-71.22%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
39.38
-74.00%
|
— |
429.45
-47.36%
|
815.81
+558.18%
|
123.95
-30.59%
|
178.57
-69.61%
|
587.54
-70.75%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
50.28
+27.68%
|
— |
151.44
-64.74%
|
429.45
-47.36%
|
815.81
+558.18%
|
123.95
-30.59%
|
178.57
-69.61%
|