บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
0.07
0.01 (12.50%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3996 out_tok=2272 at=2026-07-26T00:23:02 -->
# PLE พลิกขาดทุน 50.9 ล้านบาท Q1/65 ต้นทุนก่อสร้างพุ่งกดดันกำไรขั้นต้น
## รายได้รวมทรงตัว แต่ต้นทุนวัสดุ-แรงงานพุ่งสูง ฉุดกำไรขั้นต้นวูบ เหตุหลักผลประกอบการ Q1/65 พลิกขาดทุน
บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PLE รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 50.9 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 24.4 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมากจนกดดันผลประกอบการโดยรวม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ PLE ในไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของอัตราส่วนต้นทุนในการรับเหมาก่อสร้าง** ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมาก จาก 5.8% ในไตรมาส 1 ปี 2564 เหลือเพียง 2.2% ในไตรมาส 1 ปี 2565 (สำหรับงบการเงินรวม) แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตเล็กน้อย 1.3% มาอยู่ที่ 1.77 พันล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงินลดลง แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากกำไรขั้นต้นที่หดหายไปได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุสาเหตุหลักของการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการก่อสร้างว่ามาจาก **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัสดุและแรงงาน** การที่ต้นทุนเหล่านี้ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นของโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่ ทำให้กำไรขั้นต้นลดลงจาก 5.8% เหลือเพียง 2.2% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ การลดลงของกำไรขั้นต้นนี้เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผลประกอบการโดยรวมพลิกขาดทุน แม้ว่ารายได้จากการรับเหมาก่อสร้างจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการรับรู้รายได้จากงานในมือ (Backlog) ก็ตาม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** เอกสารไม่ได้ระบุแนวโน้มที่ชัดเจนว่าต้นทุนวัสดุและแรงงานจะปรับลดลงในอนาคตอันใกล้ หรือมีมาตรการในการบริหารจัดการต้นทุนที่สามารถชดเชยผลกระทบได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การที่ฝ่ายจัดการระบุว่ากำไรขั้นต้น "ยังต่ำกว่าเป้าหมาย" อาจบ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านต้นทุนยังคงมีอยู่ และอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาสถัดไป หากไม่สามารถปรับราคาขายหรือควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## Highlight สำคัญ
* **พลิกขาดทุนสุทธิ:** งบการเงินรวมขาดทุนสุทธิ 50.9 ล้านบาท เทียบกับกำไร 24.4 ล้านบาทใน Q1/64
* **รายได้รวมเติบโตเล็กน้อย:** อยู่ที่ 1.77 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% YoY จากการรับรู้รายได้งานก่อสร้าง
* **กำไรขั้นต้นหดตัวรุนแรง:** ลดลงจาก 5.8% ใน Q1/64 เหลือ 2.2% ใน Q1/65
* **ต้นทุนก่อสร้างพุ่ง:** อัตราส่วนต้นทุนในการรับเหมาก่อสร้างเพิ่มขึ้นจาก 94.2% เป็น 97.8%
* **สาเหตุหลัก:** ต้นทุนวัสดุและแรงงานที่เพิ่มสูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (PLE) มีผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิ 50.9 ล้านบาท จากงบการเงินรวม เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 24.4 ล้านบาท คิดเป็นการเปลี่ยนแปลงที่พลิกกลับอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีผลขาดทุนสุทธิต่อหุ้น 0.04 บาท เทียบกับกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.02 บาท ในปีก่อน
สำหรับงบการเงินเฉพาะบริษัท มีผลขาดทุน 45.7 ล้านบาท เทียบกับกำไร 25.2 ล้านบาทในปีก่อน ขาดทุนสุทธิต่อหุ้น 0.03 บาท เทียบกับกำไร 0.02 บาทในปีก่อน
รายได้รวมในไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 1.77 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ 1.75 พันล้านบาท โดยรายได้จากการรับเหมาก่อสร้างเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการรับรู้รายได้จากงานในมือ (Backlog)
อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนต้นทุนในการรับเหมาก่อสร้างเพิ่มขึ้นจาก 94.2% ในปีก่อน เป็น 97.8% ในไตรมาสนี้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงจาก 5.8% เหลือเพียง 2.2% ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผลประกอบการพลิกขาดทุน แม้ว่าบริษัทจะมีค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงินที่ลดลงก็ตาม
## โอกาส
* **การรับรู้รายได้จากงานในมือ (Backlog):** การที่รายได้รวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการรับรู้รายได้จากงานในมือ แสดงให้เห็นว่าบริษัทยังคงมีโครงการที่ดำเนินการอยู่ ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ต่อเนื่อง
* **การลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงิน:** การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยลดแรงกดดันต่อผลประกอบการ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของต้นทุนวัสดุและแรงงาน:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัสดุและแรงงานเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นของโครงการก่อสร้าง หากไม่สามารถบริหารจัดการหรือส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าได้ อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะยาว
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมก่อสร้าง:** แม้จะไม่ได้ระบุโดยตรงในเอกสาร แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมก่อสร้างยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ซึ่งอาจส่งผลต่อการได้มาซึ่งโครงการใหม่ๆ และอัตรากำไร
* **ความสามารถในการทำกำไรขั้นต้น:** การที่กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญและต่ำกว่าเป้าหมาย เป็นความเสี่ยงที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ธุรกิจสามารถกลับมาทำกำไรได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางต้นทุนวัสดุและแรงงาน:** จะมีแนวโน้มลดลง หรือยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป?
* **มาตรการบริหารจัดการต้นทุน:** บริษัทมีแผนรับมือกับต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างไร?
* **การปรับราคาขายโครงการ:** จะสามารถปรับราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้หรือไม่?
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog ในไตรมาสถัดไป:** จะมีโครงการใหม่ๆ เข้ามาเสริม Backlog หรือไม่?
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** จะสามารถฟื้นตัวกลับสู่ระดับที่เหมาะสมได้หรือไม่?
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในส่วนของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ PLE ในไตรมาส 1 ปี 2565 พบว่ารายได้รวมมีการเติบโตเล็กน้อย 1.3% มาอยู่ที่ 1.77 พันล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้จากงานในมือ (Backlog) ที่มีอยู่ อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบอย่างหนักคือ **ต้นทุนการก่อสร้างที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะต้นทุนวัสดุและแรงงาน ทำให้อัตราส่วนต้นทุนในการรับเหมาก่อสร้างพุ่งสูงขึ้นจาก 94.2% ในปีก่อน เป็น 97.8% ในไตรมาสนี้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมากจาก 5.8% เหลือเพียง 2.2% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ การลดลงของกำไรขั้นต้นนี้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการโดยรวมพลิกขาดทุน แม้ว่าบริษัทจะสามารถลดค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงินลงได้ก็ตาม
สำหรับข้อมูลด้านการโอน (Presale/Backlog) และการเปิดโครงการใหม่ ไม่ได้มีการระบุไว้ในเอกสาร MD&A ฉบับนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ฉบับนี้ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงิน เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทมีผลขาดทุนในไตรมาสนี้ อาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและฐานะทางการเงินในระยะต่อไป หากไม่สามารถพลิกกลับมาทำกำไรได้
## สรุปท้าย
PLE เผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ในไตรมาส 1 ปี 2565 จากต้นทุนวัสดุและแรงงานที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างรุนแรงจนฉุดผลประกอบการพลิกขาดทุนสุทธิ 50.9 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะเติบโตเล็กน้อยจากการรับรู้ Backlog และบริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี แต่แรงกดดันด้านต้นทุนยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการเพื่อฟื้นฟูกำไรขั้นต้นให้กลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสมได้หรือไม่ในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PLE ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
990.63
ล้านบาท
↓ 61.1% YoY
กำไรขั้นต้น
171.55
ล้านบาท
↑ 21.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.32
%
กำไรสุทธิ
4.25
ล้านบาท
↓ 96.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.43
%
D/E Ratio
7.54
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
991
↓ -61.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
172
↑ + 21.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -96.6%
YoY
D/E Ratio
7.54
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PLE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
7.54
ROE (%)
1.00
ROA (%)
3.10
Book Value/หุ้น
0.93
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PLE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+464
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+142
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PLE
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
463.52
|
— |
1,848.16
+100.82%
|
920.30
-33.89%
|
1,392.10
-377.09%
|
-502.40
-22.78%
|
-650.61
-58.49%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
142.31
|
— |
65.23
-140.66%
|
-160.41
-25.45%
|
-215.16
-143.91%
|
490.04
-224.59%
|
-393.33
+8,180.63%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-594.86
|
— |
-1,325.33
+283.96%
|
-345.17
-62.23%
|
-913.82
+2,062.38%
|
-42.26
-106.65%
|
635.02
+321.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
10.90
|
— |
581.74
-22.92%
|
754.73
+186.95%
|
263.02
-581.55%
|
-54.62
-86.64%
|
-408.97
-71.22%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
39.38
-74.00%
|
— |
429.45
-47.36%
|
815.81
+558.18%
|
123.95
-30.59%
|
178.57
-69.61%
|
587.54
-70.75%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
50.28
+27.68%
|
— |
151.44
-64.74%
|
429.45
-47.36%
|
815.81
+558.18%
|
123.95
-30.59%
|
178.57
-69.61%
|