บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
0.07
0.01 (12.50%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4817 out_tok=2118 at=2026-07-25T09:24:23 -->
# PLE กำไรสุทธิ Q2/66 พลิกขาดทุนเป็นกำไร 102.5 ล้านบาท รับแรงหนุนรายได้ก่อสร้างโต 22.8%
## รายได้รวมโต 22.8% หนุนกำไรสุทธิ 102.5 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนควบคุมได้ดี
บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PLE รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกจากขาดทุนสุทธิ 5.7 ล้านบาทในปีก่อน มาเป็นกำไรสุทธิ 102.5 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ PLE ในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกจากขาดทุนเป็นกำไร คือ **การเติบโตของรายได้จากการดำเนินงานหลัก โดยเฉพาะธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง** ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมมีกำไรสุทธิ 102.5 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 5.7 ล้านบาท นอกจากนี้ การบริหารจัดการต้นทุนที่ทำได้ดีก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนอัตรากำไร
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การรับรู้รายได้จากโครงการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น:** รายได้รวมของบริษัทในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 4,140 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้จากโครงการก่อสร้างต่างๆ ที่อยู่ในมือ (Backlog) ซึ่งสะท้อนถึงความคืบหน้าของงานที่ดำเนินการได้ตามแผน
* **การควบคุมต้นทุน:** แม้ว่าต้นทุนการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้นตามปริมาณงาน แต่บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนขายและต้นทุนแรงงานได้ดี ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างอยู่ที่ 89.7% ในไตรมาส 2 ปี 2566 ซึ่งแม้จะลดลงเล็กน้อยจาก 92.2% ในปีก่อน แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ (SG&A) ที่ลดลงเมื่อเทียบกับรายได้ ก็เป็นปัจจัยเสริมที่ช่วยให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก:
* **Backlog ที่มีอยู่:** เอกสารระบุว่าบริษัทมีโครงการก่อสร้างต่างๆ ในมือ (Backlog) ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญที่จะทยอยรับรู้ต่อไป
* **การควบคุมต้นทุน:** ฝ่ายจัดการมีแนวโน้มที่จะรักษาประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนต่อไป เพื่อรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในเกณฑ์ดี
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการที่ลดลงเมื่อเทียบกับรายได้ เป็นสัญญาณที่ดีที่อาจจะดำเนินต่อไปได้
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ:** บริษัทมีกำไรสุทธิ 102.5 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกจากขาดทุนสุทธิ 5.7 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเติบโต 22.8%:** รายได้รวมอยู่ที่ 4,140 ล้านบาท โดยหลักมาจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
* **กำไรขั้นต้นยังแข็งแกร่ง:** อัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจรับเหมาก่อสร้างอยู่ที่ 89.7% แม้ลดลงเล็กน้อยจาก 92.2% ในปีก่อน
* **กำไรก่อนภาษีเพิ่มขึ้นมาก:** กำไรก่อนภาษีอยู่ที่ 136.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 21.5 ล้านบาทในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 4,140 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 3,370 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของรายได้นี้เป็นผลมาจากการรับรู้รายได้จากโครงการก่อสร้างต่างๆ ที่อยู่ในมือของบริษัท โดยเฉพาะโครงการที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเฉพาะของบริษัทเอง ซึ่งมีรายได้ 4,090 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% จาก 3,380 ล้านบาทในปีก่อน
ในด้านอัตรากำไรขั้นต้น ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 89.7% ลดลงเล็กน้อยจาก 92.2% ในปีก่อน แต่ยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นผลมาจากการควบคุมต้นทุนขายและต้นทุนแรงงานที่ดี ในขณะที่ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเฉพาะของบริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 10.2% ลดลงจาก 7.6% ในปีก่อน ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าต่ำกว่าเป้าหมายเล็กน้อย แม้ว่าบริษัทจะมีค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการที่ลดลง
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีกำไรก่อนภาษีจำนวน 136.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 21.5 ล้านบาทในปีก่อน โดยกำไรก่อนภาษีของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเฉพาะของบริษัทอยู่ที่ 130.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 17.6 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานและอัตรากำไรขั้นต้นที่อยู่ในเกณฑ์ดี
## โอกาส
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** การมี Backlog ของโครงการก่อสร้างต่างๆ ที่อยู่ในมือ จะเป็นแหล่งรายได้สำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ในอนาคต
* **การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนขาย ต้นทุนแรงงาน และค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยรักษาอัตรากำไรและเพิ่มความสามารถในการทำกำไรของบริษัท
* **การเติบโตของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง:** การที่รายได้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างยังคงเติบโตได้ดี แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของบริษัทในอุตสาหกรรม
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของต้นทุน:** แม้จะมีการควบคุมต้นทุนที่ดี แต่ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้างและค่าแรง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคตได้
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อการได้มาซึ่งโครงการใหม่ๆ และอัตรากำไร
* **ความล่าช้าของโครงการ:** ความล่าช้าในการดำเนินงานโครงการก่อสร้าง อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้และต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การบริหารจัดการ Backlog:** ติดตามความคืบหน้าและอัตราการรับรู้รายได้จากโครงการที่อยู่ในมือ
* **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น:** จับตาดูว่าบริษัทจะสามารถรักษาหรือปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้นได้อย่างไร
* **การได้มาซึ่งโครงการใหม่:** ประเมินศักยภาพในการได้มาซึ่งโครงการใหม่ๆ เพื่อเสริมสร้างการเติบโตในระยะยาว
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** ติดตามการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้จากการก่อสร้าง:** รายได้หลักของ PLE มาจากการรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งในไตรมาส 2 ปี 2566 มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความสามารถในการดำเนินงานและส่งมอบโครงการ
* **Backlog:** การมี Backlog ที่แข็งแกร่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นคงให้กับรายได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Backlog ที่ชัดเจน
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** แม้จะมีการควบคุมต้นทุนที่ดี แต่ความผันผวนของราคาวัสดุและแรงงานยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทในไตรมาส 2 ปี 2566 อย่างชัดเจน จึงไม่สามารถวิเคราะห์ในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
PLE ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงผลประกอบการที่แข็งแกร่ง พลิกจากขาดทุนเป็นกำไรสุทธิ 102.5 ล้านบาท โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการเติบโตของรายได้จากการรับเหมาก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น 22.8% ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลงเล็กน้อย แต่การควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีก็ช่วยหนุนผลกำไรโดยรวม โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่จากการรับรู้รายได้จาก Backlog ที่มี อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านความผันผวนของต้นทุนและการแข่งขันในอุตสาหกรรมยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PLE ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
990.63
ล้านบาท
↓ 61.1% YoY
กำไรขั้นต้น
171.55
ล้านบาท
↑ 21.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.32
%
กำไรสุทธิ
4.25
ล้านบาท
↓ 96.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.43
%
D/E Ratio
7.54
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
991
↓ -61.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
172
↑ + 21.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -96.6%
YoY
D/E Ratio
7.54
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PLE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
7.54
ROE (%)
1.00
ROA (%)
3.10
Book Value/หุ้น
0.93
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PLE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+464
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+142
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PLE
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
463.52
|
— |
1,848.16
+100.82%
|
920.30
-33.89%
|
1,392.10
-377.09%
|
-502.40
-22.78%
|
-650.61
-58.49%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
142.31
|
— |
65.23
-140.66%
|
-160.41
-25.45%
|
-215.16
-143.91%
|
490.04
-224.59%
|
-393.33
+8,180.63%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-594.86
|
— |
-1,325.33
+283.96%
|
-345.17
-62.23%
|
-913.82
+2,062.38%
|
-42.26
-106.65%
|
635.02
+321.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
10.90
|
— |
581.74
-22.92%
|
754.73
+186.95%
|
263.02
-581.55%
|
-54.62
-86.64%
|
-408.97
-71.22%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
39.38
-74.00%
|
— |
429.45
-47.36%
|
815.81
+558.18%
|
123.95
-30.59%
|
178.57
-69.61%
|
587.54
-70.75%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
50.28
+27.68%
|
— |
151.44
-64.74%
|
429.45
-47.36%
|
815.81
+558.18%
|
123.95
-30.59%
|
178.57
-69.61%
|