บริษัท พรอดดิจิ จำกัด (มหาชน)
MAI · บรรจุภัณฑ์
3.26
+0.04 (+1.24%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลง เกิดจากต้นทุนขายเพิ่มขึ้นจากราคาวัตถุดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น ในขณะที่รายได้จากการขายของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น 58.536 ล้านบาท หรือคิด เป็นร้อยละ 48.15 รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นจากการที่ยอดขายสินค้าทุกกลุ่มเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกัน ของปีก่อน
นอกเหนือจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 แล้ว ในช่วงไตรมาสสามเป็นช่วงฝนตก หนัก สภาพอากาศไม่เอื้ออํานวยในการทํากิจกรรมทางธุรกิจมากนัก
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4501 out_tok=1972 at=2026-07-25T23:38:26 -->
# PDG กำไรสุทธิ Q3/2565 ลดลง 8.3% รับต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูง
## รายได้ขายโต 9.12% แต่ต้นทุนพลาสติกพุ่งกระทบกำไรขั้นต้น ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยราคาวัตถุดิบยังคงสูง
บริษัท พรอดดิจิ จำกัด (มหาชน) หรือ PDG รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 10.282 ล้านบาท ลดลง 8.30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะเติบโต 9.12% เป็นผลจากต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ PDG ในไตรมาส 3/2565 ปรับตัวลดลง 8.30% เมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **ต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ถึง 9.12% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ต้นทุนขายของบริษัทฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.83% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการ **ปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาเม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมันดิบ** แม้ว่ารายได้จากการขายจะเพิ่มขึ้นจากการที่ยอดขายสินค้าทุกกลุ่มเพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้น (GPM) โดยตรง ทำให้กำไรสุทธิโดยรวมลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว แต่ยังคงเป็นปัจจัยกดดันในระยะสั้น** ฝ่ายจัดการระบุว่า "ราคาวัตถุดิบที่เป็นตัวแปรสำคัญยังคงอยู่ในระดับสูง เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ส่งผลต่อต้นทุนการผลิต และกำไรสุทธิของไตรมาสสามปี 2565" ซึ่งบ่งชี้ว่าสถานการณ์นี้เกิดขึ้นต่อเนื่องมาจากปีก่อนและยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา อย่างไรก็ตาม สภาพเศรษฐกิจโดยรวมที่เริ่มฟื้นตัวจากการส่งออกและการบริโภคภายในประเทศ รวมถึงการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 อาจเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนได้ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 8.30%:** อยู่ที่ 10.282 ล้านบาท เทียบกับ 11.213 ล้านบาทใน Q3/2564
* **รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 9.12%:** อยู่ที่ 196.533 ล้านบาท เทียบกับ 180.103 ล้านบาทใน Q3/2564
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 9.83%:** เป็น 166.367 ล้านบาท เทียบกับ 151.479 ล้านบาทใน Q3/2564
* **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 5.39%:** อยู่ที่ 30.166 ล้านบาท เทียบกับ 28.624 ล้านบาทใน Q3/2564
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 9.43%:** เป็น 10.561 ล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากค่าใช้จ่ายสาขาสุรินทร์
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท พรอดดิจิ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 196.533 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.430 ล้านบาท หรือ 9.12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการเพิ่มขึ้นนี้มาจากยอดขายสินค้าทุกกลุ่มที่เติบโต อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายปรับตัวสูงขึ้น 14.888 ล้านบาท หรือ 9.83% เป็นผลจากราคาเม็ดพลาสติกที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเพียง 5.39% เป็น 30.166 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 4.74% ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 9.43% และค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 17.58% ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ 10.282 ล้านบาท ลดลง 8.30% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **เศรษฐกิจโดยรวมเริ่มฟื้นตัว:** การส่งออกและการบริโภคภายในประเทศมีแนวโน้มดีขึ้นหลังการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19
* **การท่องเที่ยวคาดฟื้นตัว:** รัฐบาลเตรียมเปิดประเทศเต็มรูปแบบ ส่งผลดีต่อภาคธุรกิจโดยรวม
* **ยอดขายสินค้าทุกกลุ่มเพิ่มขึ้น:** แสดงถึงความสามารถในการรักษาฐานลูกค้าและขยายตลาดได้ในภาวะที่ท้าทาย
## ความเสี่ยง
* **ราคาวัตถุดิบผันผวนสูง:** ราคาเม็ดพลาสติกที่อิงกับราคาน้ำมันดิบยังคงเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **ปัญหาอุทกภัย:** สภาพอากาศแปรปรวนและอุทกภัยในบางพื้นที่อาจส่งผลกระทบต่อการคมนาคมและภาคเกษตร ซึ่งอาจมีผลกระทบทางอ้อมต่อธุรกิจ
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น:** การขยายสาขา (เช่น สาขาสุรินทร์) ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ปรับตัวสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาเม็ดพลาสติกและราคาน้ำมันดิบในไตรมาสถัดไป
* ผลกระทบจากฤดูฝนและอุทกภัยต่อการดำเนินงานและโลจิสติกส์
* ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นไปยังราคาขายสินค้า (ASP)
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารให้มีประสิทธิภาพ ท่ามกลางการขยายธุรกิจ
* ทิศทางการฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศและการท่องเที่ยว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่ระบุว่ายอดขายสินค้าทุกกลุ่มเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง
* **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนขาย โดยระบุชัดเจนว่าราคาเม็ดพลาสติกปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ
* **GPM:** กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 5.39% แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขาย (9.83%) สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ขาย (9.12%) ทำให้ GPM อาจถูกกดดันเมื่อเทียบกับปีก่อน
* **ส่งออก:** เอกสารกล่าวถึงการส่งออกที่เริ่มฟื้นตัว แต่ไม่ได้ระบุสัดส่วนหรือผลกระทบโดยตรงต่อ PDG
* **ค่าเงิน:** ไม่มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่มีการกล่าวถึงข้อมูลสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน
## สรุปท้าย
PDG ในไตรมาส 3/2565 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างเม็ดพลาสติกที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิลดลง 8.30% แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ถึง 9.12% จากยอดขายทุกกลุ่มสินค้าที่เพิ่มขึ้น ฝ่ายจัดการมองว่าสถานการณ์ราคาวัตถุดิบยังคงอยู่ในระดับสูงและส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวมและการท่องเที่ยวเป็นโอกาสที่อาจช่วยชดเชยแรงกดดันดังกล่าวได้ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและผลกระทบจากสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PDG ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
162.31
ล้านบาท
↑ 3% YoY
กำไรขั้นต้น
45.16
ล้านบาท
↑ 5.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.82
%
กำไรสุทธิ
20.61
ล้านบาท
↓ 9.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.70
%
D/E Ratio
0.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
162
↑ + 3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
45
↑ + 5.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
21
↓ -9.2%
YoY
D/E Ratio
0.19
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PDG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.19
ROE (%)
13.36
ROA (%)
14.15
Book Value/หุ้น
2.07
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PDG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-81
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+6
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PDG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-80.80
-2.91%
|
-83.22
+296.47%
|
-20.99
-163.72%
|
32.94
-237.31%
|
-23.99
-115.26%
|
157.21
+14.19%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
5.58
-400.00%
|
-1.86
-126.96%
|
6.90
-234.50%
|
-5.13
-284.53%
|
2.78
-103.97%
|
-70.05
+43.11%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
44.35
+86.97%
|
23.72
+60.16%
|
14.81
-132.70%
|
-45.29
+45,190.00%
|
-0.10
-99.81%
|
-53.31
-0.63%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-30.88
-49.70%
|
-61.39
-8,395.95%
|
0.74
-104.24%
|
-17.47
-18.06%
|
-21.32
-162.98%
|
33.85
-3.48%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
338.29
+9.20%
|
309.78
+16.69%
|
265.47
-9.81%
|
294.36
+17.03%
|
251.52
+15.55%
|
217.67
+19.21%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
363.94
+7.58%
|
338.29
+9.20%
|
309.78
+16.69%
|
265.47
-9.81%
|
294.36
+17.03%
|
251.52
+15.55%
|