บริษัท พรอดดิจิ จำกัด (มหาชน)
MAI · บรรจุภัณฑ์
3.26
+0.04 (+1.24%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลง เกิดจากต้นทุนขายเพิ่มขึ้นจากราคาวัตถุดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น ในขณะที่รายได้จากการขายของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น 58.536 ล้านบาท หรือคิด เป็นร้อยละ 48.15 รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นจากการที่ยอดขายสินค้าทุกกลุ่มเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกัน ของปีก่อน
นอกเหนือจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 แล้ว ในช่วงไตรมาสสามเป็นช่วงฝนตก หนัก สภาพอากาศไม่เอื้ออํานวยในการทํากิจกรรมทางธุรกิจมากนัก
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4077 out_tok=1987 at=2026-07-27T11:24:51 -->
# PDG กำไรสุทธิ Q2/64 ดิ่ง 62.51% รับต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง
## ต้นทุนเม็ดพลาสติกพุ่งกระทบ GPM หด ขณะรายได้รวมลดลงเล็กน้อย
บริษัท พรอดดิจิ จำกัด (มหาชน) หรือ PDG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 11.022 ล้านบาท ลดลง 18.381 ล้านบาท หรือ 62.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้รวมจะลดลงเล็กน้อยก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ PDG ในไตรมาส 2 ปี 2564 ปรับตัวลดลงอย่างมาก มาจาก **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะราคาเม็ดพลาสติกที่เป็นวัตถุดิบหลัก** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่หดตัวลงอย่างรวดเร็ว
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 12.485 ล้านบาท หรือ 10.52% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยสัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นเป็น 81.85% สาเหตุหลักมาจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาเม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมัน การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบนี้ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 20.600 ล้านบาท หรือ 41.27% จาก 29.313 ล้านบาทในไตรมาส 2/2563 มาอยู่ที่ 29.313 ล้านบาทในไตรมาส 2/2564 (ตัวเลขในเอกสารอาจมีความคลาดเคลื่อนในการระบุตัวเลขกำไรขั้นต้นที่ลดลง)
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 0.932 ล้านบาท หรือ 20.81% จากค่าขนส่งที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 1.368 ล้านบาท หรือ 15% เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายของสาขาสุรินทร์เข้ามา แต่ปัจจัยหลักที่กดดันกำไรสุทธิคือต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้น
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว (มีแนวโน้มลดลง หากราคาวัตถุดิบกลับสู่ภาวะปกติ)**
ฝ่ายจัดการระบุว่า "ราคาวัตถุดิบที่เป็นตัวแปรสำคัญปรับตัวสูงขึ้นจากไตรมาสก่อน และช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน" ซึ่งบ่งชี้ว่าการปรับตัวขึ้นของราคาวัตถุดิบเป็นปัจจัยสำคัญในไตรมาสนี้ อย่างไรก็ตาม การที่ราคาเม็ดพลาสติกเคลื่อนไหวตามราคาน้ำมัน และการที่บริษัทฯ ยังสามารถผลิตได้ตามปกติ ชี้ให้เห็นว่าหากราคาน้ำมันและวัตถุดิบมีแนวโน้มลดลงในอนาคต ก็มีโอกาสที่ต้นทุนจะกลับสู่ระดับปกติและส่งผลดีต่อ GPM ได้ แต่ในปัจจุบันยังคงเป็นปัจจัยกดดันที่ต้องจับตา
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 62.51%:** อยู่ที่ 11.022 ล้านบาท จาก 29.403 ล้านบาทในปีก่อน
* **ต้นทุนขายพุ่ง 10.52%:** สาเหตุหลักจากการปรับขึ้นของราคาเม็ดพลาสติกตามราคาน้ำมัน
* **กำไรขั้นต้นหดตัว 41.27%:** จาก 29.313 ล้านบาท เป็นผลโดยตรงจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **รายได้รวมลดลง 4.82%:** อยู่ที่ 160.435 ล้านบาท จาก 168.550 ล้านบาทในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายขายเพิ่ม 20.81% และค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่ม 15%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท พรอดดิจิ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 160.435 ล้านบาท ลดลง 4.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 168.550 ล้านบาท ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 10.52% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 41.27% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ 11.022 ล้านบาท ลดลง 62.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การผลิตยังคงดำเนินได้ตามปกติ:** แม้เศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 แต่ธุรกิจของบริษัทยังสามารถผลิตสินค้าได้ตามปกติ
* **การฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่:** มาตรการของภาครัฐในการเร่งฉีดวัคซีนอาจช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคในระยะต่อไป
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาเม็ดพลาสติกที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **การระบาดของ COVID-19:** สถานการณ์การระบาดที่ทวีความรุนแรงส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ กำลังซื้อของผู้บริโภค และความเปราะบางของตลาดแรงงาน
* **ค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** ค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น อาจเป็นแรงกดดันต่อผลประกอบการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาเม็ดพลาสติกและราคาน้ำมัน:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อ GPM และต้นทุนการผลิต
* **มาตรการควบคุมการระบาดและผลกระทบต่อเศรษฐกิจ:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การบริหารจัดการต้นทุนขาย:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิต
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับระดับการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate)
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าคำสั่งซื้อคงค้าง (Order Book)
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาเม็ดพลาสติกปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สอดคล้องกับราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดัน GPM
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงอย่างมาก 41.27% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **การส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับการส่งออก
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับระดับสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงิน เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 ของ PDG ได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากการพุ่งขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะเม็ดพลาสติก ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้รวมจะลดลงเล็กน้อยและค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น แต่ปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบคือหัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิลดลงกว่า 62% ฝ่ายจัดการมองว่าสถานการณ์ราคาวัตถุดิบเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา และหากราคาน้ำมันและวัตถุดิบมีแนวโน้มลดลง ก็อาจส่งผลดีต่อผลประกอบการในอนาคตได้ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากสถานการณ์ COVID-19 และความผันผวนของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นประเด็นที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PDG ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
162.31
ล้านบาท
↑ 3% YoY
กำไรขั้นต้น
45.16
ล้านบาท
↑ 5.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.82
%
กำไรสุทธิ
20.61
ล้านบาท
↓ 9.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.70
%
D/E Ratio
0.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
162
↑ + 3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
45
↑ + 5.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
21
↓ -9.2%
YoY
D/E Ratio
0.19
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PDG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.19
ROE (%)
13.36
ROA (%)
14.15
Book Value/หุ้น
2.07
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PDG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-81
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+6
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PDG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-80.80
-2.91%
|
-83.22
+296.47%
|
-20.99
-163.72%
|
32.94
-237.31%
|
-23.99
-115.26%
|
157.21
+14.19%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
5.58
-400.00%
|
-1.86
-126.96%
|
6.90
-234.50%
|
-5.13
-284.53%
|
2.78
-103.97%
|
-70.05
+43.11%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
44.35
+86.97%
|
23.72
+60.16%
|
14.81
-132.70%
|
-45.29
+45,190.00%
|
-0.10
-99.81%
|
-53.31
-0.63%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-30.88
-49.70%
|
-61.39
-8,395.95%
|
0.74
-104.24%
|
-17.47
-18.06%
|
-21.32
-162.98%
|
33.85
-3.48%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
338.29
+9.20%
|
309.78
+16.69%
|
265.47
-9.81%
|
294.36
+17.03%
|
251.52
+15.55%
|
217.67
+19.21%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
363.94
+7.58%
|
338.29
+9.20%
|
309.78
+16.69%
|
265.47
-9.81%
|
294.36
+17.03%
|
251.52
+15.55%
|