OSP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
OSP
บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
15.90
+0.30 (+1.92%)

สรุป Opportunity Day

วิเคราะห์ผลประกอบการโดย AI

1. สรุป OPPDAY (Q&A)
Alright นี่คือ Oppday OSP สรุปให้แล้วครับ

OSP โชว์ผลงาน Q3/2568 ฝ่าตลาดผันผวน รักษาแชร์ เพิ่มกลยุทธ์ ขับเคลื่อนปี 2569



1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):

ธุรกิจเผชิญความท้าทายในไตรมาส 3/2568 โดยตลาด Personal Care มีการออ่อนตัวลงในหลาย Segment แต่บริษัทปรับตัวได้ดีด้วยกิจกรรมทางการตลาดและ Innovation ทำให้ Market Share เพิ่มขึ้น และเป็น Number One ใน Baby Liquid Soap



Energy Drink มีการเติบโต 3.5% แต่ถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ 6.2% หลักๆ มาจาก Traditional Trade ที่เติบโตออ่อนตัวลง แต่บริษัทใช้กลยุทธ์ Brand Portfolio, ปรับ Route to Market, และใช้ Data Driven ทำให้รักษา Market Share ที่ 44% ได้ ซึ่งเป็นการรักษาระดับใกล้เคียงเดิมตลอด 9 เดือนได้เป็นครั้งแรกหลังขึ้นราคา 12 บาท



2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):

บริษัทมองเห็นโอกาสในตลาด Adult Segment และใช้ Brand Equity ของ Baby Mild ที่มีความอ่อนโยนในการขยายตลาด



การออก Brand ใหม่ เช่น Ultramild และ Baby Mild and Beyond ทำให้เพิ่มรายได้ในส่วนนี้ถึง 82%



3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):

ตลาด Personal Care ในประเทศมีการอ่อนตัวลงตั้งแต่ต้นปี



สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชาอาจส่งผลกระทบ แต่ Contribution จากกัมพูชาค่อนข้างน้อย (น้อยกว่า 1%)



ความไม่แน่นอนในตลาดต่างประเทศและภาพ Macro ระดับ Global ที่ไม่ค่อยดีนัก



4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):

บริษัทพยายามแสวงหาการเติบโตใน Segment ที่ Healthy และมี Gross Profit หนาขึ้น (Adult Segment)



การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น สเปรย์ deodorant และ Feminine Wash ที่ขายดีอันดับ 1 ใน Watsons



5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):

ตลาดพม่ามีสัญญาณฟื้นตัวที่แรงและแข็งแกร่ง



ตลาด Middle East และแอฟริกามีการเติบโตสูงถึง 30% ในไตรมาส 3 ซึ่งอาจเป็น Contribution ที่ดีในอนาคตหากยังรักษาระดับการเติบโต Double Digit ได้



Domestic Beverage Break the Norm สามารถโตทั้ง QQ และ YOY ได้ และ profitability ก็ทำได้ดีเช่นกัน



Gross Profit Margin สูงถึง 38.5% ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนถึง 2.5% และถือเป็นอัตรากำไรขั้นต้นสูงสุดตั้งแต่จดทะเบียน



บริษัทควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดี (SG&A to Sales รักษาที่ 24.4% และลดลงจากไตรมาสก่อน 17%)



Cash Cycle ปรับลดลงจากไตรมาสก่อนถึง 4 วัน



บริษัทให้ความสำคัญกับ ESG และบรรลุเป้าหมายในเกือบทุกด้าน โดยล่าสุดคือการลดการใช้ PVC ใน Packaging



บริษัทได้รับรางวัลต่างๆ เช่น Best CFO, Outstanding CEO, และ Outstanding IR Award



ในไตรมาส 4 จะมี Innovation ใหม่ๆ ในเรื่องเครื่องดื่มประมาณ 8 SKU และมี Feminine Wipe



เครื่องดื่มใหม่ เช่น M-150 Matcha (กลิ่นชาเขียว) และ Capiiz (5 SKU) รวมถึง Soda แทน (Japanese Ume) และกลิ่นส้ม



Lemon Honey (Fiber 5,000 มิลลิกรัม และ Sugar 0%) จะอยู่ในเซเว่นต่อ



Capiiz Beauty Edition จะตอบโจทย์สาวๆ ที่ต้องการคอลลาเจนและไฟเบอร์ (8,000 มิลลิกรัม) และ C-Vitt รสใหม่ (ลิ้นจี่) ที่มีวิตามินซี 1,000 มิลลิกรัม



Feminine Wipe จะใช้ความอ่อนโยนของ Baby Mild เป็นจุดขาย



บริษัทยังคงทำ Market Expansion, ปรับ Route to Market, และใช้ Operational Excellence เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายและเพิ่ม Efficiency



SD ปี 2569-2573 จะทำต่อเนื่องจาก 5 Pillars เดิม และเพิ่ม Human Capital และ Waste Management



6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session): [นาทีที่ 23:00]

* ภาพรวม 9 เดือน และ Q4
* Q: ภาพรวม 9 เดือนที่ผ่านมาเป็นอย่างไร และ Q4 จะเติบโตหรือไม่
* A: 9 เดือนที่ผ่านมามีความท้าทาย แต่โดยรวมยังสามารถ Drive efficiency ได้ดี ท่ามกลางความท้าทายจาก Macro ประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน Q4 จะเติบโตกว่า Q3 ด้วยความเป็น seasonality
* แผนปี 2573
* Q: แผนธุรกิจปี 2573 มีเป้าหมายและกลยุทธ์อย่างไร
* A: เน้น One OSP คือการเป็นบริษัทที่มี Portfolio หลากหลาย ทั้ง Beverage และ Personal Care มีทีม Marketing ที่ดูแลทั้งในและต่างประเทศ โดยจะ Drive ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้นใน 2 ส่วนหลัก:
* Route to Market ในเมืองไทย: ปรับวิธีการขายและช่องทางจัดจำหน่ายให้แข็งแกร่งขึ้น
* Brand: Categorize และจัดกลุ่ม Brand ให้เหมาะสมกับ Consumer แต่ละกลุ่มและช่วงอายุ
* การเติบโตในต่างประเทศ
* Q: มีแผนการเติบโตในตลาดต่างประเทศอย่างไร
* A: มุ่งเน้นการ Export ให้มากขึ้น เพราะการเติบโตในประเทศอาจไม่สูงมากนัก (Low ถึง Single Digit) แต่ยังโตมากกว่า Forecast GDP ของประเทศไทย คาดว่าธุรกิจต่างประเทศจะเติบโตได้เร็วกว่าในประเทศ
* Operational Excellence
* Q: มีแผนการปรับปรุง Operational Excellence อย่างไร
* A: ทำต่อเนื่องจากปี 2568 โดยให้ทุกกระบวนการและขั้นตอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ Compromise เรื่องคุณภาพ แต่ทุกอย่าง (การผลิต, Spending) ต้องมี Effectiveness มากขึ้น (More ROI)
* Enabler
* Q: มีการสนับสนุน Enabler อย่างไรบ้าง (คน, ระบบ, Governance)
* A: สร้างองค์กรที่มี Governance Culture ทำให้ทำงานได้ Smart และรวดเร็วขึ้น Digitalization จะเป็นปีที่ Focus (ปี 2570) โดยจะรวบรวม Data องค์กรให้เป็นฐานเดียวกัน และเรียก Data ขึ้นมาให้ได้ Time และ Accurate มากขึ้น รวมถึง Compliance และ Control เป็นสิ่งที่ให้ความสำคัญเสมอมา
* เป้าหมายการเติบโต และ งบลงทุน
* Q: เป้าหมายการเติบโตในปีหน้า และ งบประมาณการลงทุนเป็นเท่าไร
* A: ตั้งเป้าเติบโตให้แรงกว่าเดิม Target ในปีหน้าจะไม่เยอะ งบลงทุนไม่เกิน 500 ล้านบาท โดยครึ่งหนึ่งจะเน้น Digitalization (ระบบ ERP ใหม่ และ AI) ที่ปีนี้เริ่มทดลองใช้ในการ Predict และ Project ทั้งเรื่อง Campaign และ Market Share
* การบริหารจัดการต้นทุน
* Q: มีการบริหารจัดการต้นทุนอย่างไร
* A: บริหารจัดการเรื่องราคา และซื้อล่วงหน้าเพื่อให้ได้ราคาที่ดี เพื่อให้ Q1/69 และ Q2/69 ได้ต้นทุนที่ดี ควบคุมความเสี่ยง และหากต้นทุนไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก ก็คาดว่าจะเห็น Improvement ได้
* Premium Segment
* Q: กลยุทธ์สำหรับ Premium Segment เป็นอย่างไร
* A: Premium Segment ที่ทำอยู่ยังทำต่อไป ปี 2570 จะเห็นเรื่องนี้มากขึ้น เช่น สินค้าที่มีราคาสูงขึ้น (15, 20, 25 บาท) เพราะ OSP อยากจะ Drive Category (ทั้ง Beverage และ Personal Care) ให้เติบโตอยู่แล้ว และการออกสินค้า M-150 ในราคา 15 บาท ก็ได้รับการตอบรับที่ดีมาก
* ปีหน้าสินค้าที่เป็น Sport Drink ก็จะ Innovate และ Launch อย่างต่อเนื่อง
* Personal Care: ปีนี้ Ultramild เติบโตดีมาก (80%) ปีหน้าก็คาดหวังการเติบโตที่ไม่ต่ำ แม้ว่ากำลังซื้ออาจเป็น Challenge แต่ในกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อในสินค้า Premium ส่วนนี้มีการเติบโตที่ดีมาก และ Portfolio ในเรื่องสินค้าก็พยายามสร้างสรรค์สินค้าเหล่านั้นที่จะมาตอบโจทย์ (Health & Wellbeing)
* CEO คนใหม่
* Q: CEO คนใหม่มีวิสัยทัศน์และแผนการดำเนินงานอย่างไร
* A: CEO คนใหม่ (เข้าร่วมงานเมื่อ 1 ตุลาคม) มีส่วนร่วมในการทำแผนปี 2573 ที่ได้แชร์ไปเมื่อสักครู่นี้ โดยแผนดังกล่าวมีการ Focus และมี Measurement ที่ชัดเจนกว่าเดิม
* ประธานบริหาร (ประธานบอร์ด) ยังเป็นท่านเดิม มีการเปลี่ยน CEO แต่ประธานบอร์ดยัง Leading กันต่อไป

โดยสรุป OSP มุ่งเน้นการปรับตัวและสร้างการเติบโตในทุกมิติ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยให้ความสำคัญกับ Innovation, Operational Excellence, และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว

ผู้เขียน: Admin AiO
2. Financial & KPI Analysis — Q3/2568