บริษัท โอเชียนกลาส จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ในครัวเรือนและสำนักงาน
8.95
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7236 out_tok=3218 at=2026-07-25T22:52:49 -->
# OGC พลิกขาดทุน Q3/66 รับแรงหนุนยอดขายในประเทศ-คุมต้นทุน
## รายได้ในประเทศฟื้นตัวแรง 23% สวนทางตลาดโลก ดัน GPM ดีขึ้น แม้ภาพรวมยังขาดทุน
บริษัท โอเชียนกลาส จำกัด (มหาชน) หรือ OGC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 11.18 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 12.07 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะลดลง 7.13% มาอยู่ที่ 467.84 ล้านบาท แต่มีสัญญาณบวกจากยอดขายในประเทศที่เติบโตโดดเด่นถึง 23.21% ขณะที่ตลาดต่างประเทศหดตัว 15.29% อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การหดตัวของรายได้จากการขายในต่างประเทศที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 15.29%** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมลดลง 7.13% แม้จะได้รับการชดเชยบางส่วนจากการเติบโตของยอดขายในประเทศที่เพิ่มขึ้นถึง 23.21% อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 11.18 ล้านบาท (จากเดิมกำไร 12.07 ล้านบาท) ชี้ให้เห็นว่าแรงกดดันจากปัจจัยลบยังคงมีน้ำหนักมากกว่า
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **ความต้องการสินค้าในภูมิภาคอาเซียน จีน และอเมริกาที่ลดลง** เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ยอดขายในต่างประเทศหดตัวลง ซึ่งเป็นตลาดหลักของ OGC ในขณะที่การเติบโตของยอดขายในประเทศมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารที่เปิดใหม่ ทำให้สัดส่วนการขายในประเทศเพิ่มขึ้นจาก 22% เป็น 29% และต่างประเทศลดลงจาก 78% เป็น 71%
ในด้านอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) กลับปรับตัวดีขึ้นอย่างน่าสนใจ โดยไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 32.83% เพิ่มขึ้นจาก 30.61% ในปีก่อน สาเหตุหลักมาจาก **การปรับปรุงราคาขายสินค้าเพื่อชดเชยต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3 ปี 2565 ประกอบกับการที่ต้นทุนพลังงานลดลง** ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุน GPM ให้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้ GPM จะดีขึ้น แต่ **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นถึง 70.23%** จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและการจัดหาเงินทุนที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับ **ค่าใช้จ่ายจากการระงับการผลิตชั่วคราวที่เพิ่มขึ้นถึง 108.90%** เพื่อซ่อมบำรุงเตาหลอมและเครื่องจักร รวมถึง **ค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น 8.44%** จากกิจกรรมการตลาดและส่งเสริมการขาย ส่งผลให้ภาพรวมยังคงแสดงผลขาดทุนสุทธิ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
* **รายได้ต่างประเทศ:** การลดลงของความต้องการในตลาดหลัก เช่น อาเซียน จีน และอเมริกา อาจเป็นปัจจัยกดดันต่อเนื่องในระยะสั้น แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและอุปสงค์ที่อาจกลับมา จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา
* **รายได้ในประเทศ:** แนวโน้มการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจบริการที่ยังคงฟื้นตัว เป็นปัจจัยบวกที่คาดว่าจะสนับสนุนยอดขายในประเทศได้ต่อเนื่อง
* **GPM:** การปรับราคาขายและต้นทุนพลังงานที่ลดลงเป็นปัจจัยบวกที่อาจส่งผลดีต่อ GPM ต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงานในอนาคต
* **ต้นทุนทางการเงิน:** แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่อาจทรงตัวหรือปรับลดลงในอนาคตจะเป็นปัจจัยสำคัญในการลดแรงกดดันต่อต้นทุนทางการเงิน
* **ค่าใช้จ่ายจากการระงับการผลิต:** เป็นรายการที่เกิดขึ้นเพื่อการบำรุงรักษา คาดว่าจะเป็นรายการที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 11.18 ล้านบาท** ในไตรมาส 3/2566 เทียบกับกำไร 12.07 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมลดลง 7.13%** มาอยู่ที่ 467.84 ล้านบาท
* **ยอดขายในประเทศเติบโตโดดเด่น 23.21%** สวนทางยอดขายต่างประเทศที่ลดลง 15.29%
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับเพิ่มขึ้น** เป็น 32.83% จาก 30.61% ในปีก่อน จากการปรับราคาขายและต้นทุนพลังงานที่ลดลง
* **ต้นทุนทางการเงินพุ่งสูงขึ้น 70.23%** จากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นและการจัดหาเงินทุนเพิ่ม
* **ค่าใช้จ่ายจากการระงับการผลิตชั่วคราวเพิ่มขึ้น 108.90%** เพื่อการซ่อมบำรุง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท โอเชียนกลาส จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 467.84 ล้านบาท ลดลง 7.13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของยอดขายในต่างประเทศ 15.29% เนื่องจากความต้องการสินค้าในภูมิภาคอาเซียน จีน และอเมริกาที่ลดลง แม้ว่ายอดขายในประเทศจะเติบโตได้ดีถึง 23.21% จากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารที่เปิดใหม่
อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ 32.83% จาก 30.61% ในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับปรุงราคาขายสินค้าเพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการที่ต้นทุนพลังงานลดลง
แม้ GPM จะดีขึ้น แต่ภาพรวมยังคงแสดงผลขาดทุนสุทธิ 11.18 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 12.07 ล้านบาท โดยมีปัจจัยกดดันสำคัญคือ ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นถึง 70.23% จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและการจัดหาเงินทุนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายจากการระงับการผลิตชั่วคราวที่เพิ่มขึ้น 108.90% เพื่อการซ่อมบำรุง และค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น 8.44%
สำหรับงวดเก้าเดือนปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 1,389.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.03% โดยมีกำไรขั้นต้น 427.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.42% และอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 30.97% เพิ่มขึ้นจาก 28.00% ในปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงแสดงผลขาดทุนสุทธิ 25.39 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและบริการ:** เป็นปัจจัยสนับสนุนหลักต่อยอดขายในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าโรงแรม ร้านอาหาร และผับบาร์
* **การขยายช่องทางการขายออนไลน์ (E-Commerce):** เป็นโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่และเพิ่มยอดขาย โดยไตรมาส 3/2566 ยอดขายช่องทางนี้เพิ่มขึ้น 8.15%
* **การรับจ้างผลิต (OEM):** เป็นอีกช่องทางในการเพิ่มรายได้ โดยบริษัทมุ่งเน้นขยายตลาดผ่านช่องทางนี้
* **การปรับปรุงราคาขายและควบคุมต้นทุน:** การบริหารจัดการราคาขายและต้นทุนวัตถุดิบ/พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและอุปสงค์ในตลาดต่างประเทศ:** การชะลอตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคหลัก เช่น อาเซียน จีน และอเมริกา อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายในต่างประเทศ
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** แม้ปัจจุบันต้นทุนพลังงานลดลง แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบหลักยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
* **อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง:** ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัท
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันด้านราคาและคุณภาพสินค้าในตลาดเครื่องแก้วยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการ
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ไตรมาสนี้มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ความผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายในตลาดต่างประเทศ:** การฟื้นตัวหรือชะลอตัวของอุปสงค์ในภูมิภาคหลัก
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนและส่งผ่านไปยังราคาขาย
* **ทิศทางอัตราดอกเบี้ย:** ผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัท
* **การเติบโตของช่องทาง E-Commerce:** ศักยภาพในการเพิ่มสัดส่วนรายได้
* **แผนการลงทุนและการขยายกำลังการผลิต:** เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** มาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
**รายได้จากการขาย:** ไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 465.23 ล้านบาท ลดลง 6.79% โดยยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 23.21% เป็น 135.75 ล้านบาท จากการขายให้กับธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารที่เปิดใหม่ ขณะที่ยอดขายต่างประเทศลดลง 15.29% เป็น 329.48 ล้านบาท เนื่องจากความต้องการในตลาดอาเซียน จีน และอเมริกาชะลอตัว สัดส่วนการขายในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 29% จาก 22% ในปีก่อน
**ต้นทุนขาย:** ลดลง 9.77% ในไตรมาส 3/2566 เป็น 312.49 ล้านบาท สอดคล้องกับปริมาณการขายที่ลดลงและต้นทุนพลังงานที่ลดลง
**กำไรขั้นต้น (GPM):** เพิ่มขึ้นเป็น 32.83% ในไตรมาส 3/2566 จาก 30.61% ในปีก่อน เป็นผลจากการปรับราคาขายและต้นทุนพลังงานที่ลดลง
**ค่าใช้จ่ายในการขาย:** เพิ่มขึ้น 8.44% ในไตรมาส 3/2566 เป็น 74.86 ล้านบาท จากกิจกรรมการตลาดและส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นยอดขาย
**ค่าใช้จ่ายจากการระงับการผลิตชั่วคราว:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 108.90% ในไตรมาส 3/2566 เป็น 55.75 ล้านบาท เพื่อการซ่อมบำรุงเตาหลอมและเครื่องจักร
**ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 70.23% ในไตรมาส 3/2566 เป็น 9.89 ล้านบาท จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและการจัดหาเงินทุนเพิ่ม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 3,768.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.87% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 12.70% ส่วนใหญ่มาจากสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการผลิตและการขาย ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 4.75% จากการตีราคาที่ดินใหม่
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 13.78% เป็น 1,843.83 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมระยะสั้นและยาวที่เพิ่มขึ้นเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและการลงทุน รวมถึงหนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีจากการตีราคาที่ดินใหม่
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 2.76% เป็น 1,924.72 ล้านบาท จากผลกำไรจากการตีราคาที่ดินใหม่สุทธิจากภาษี
อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 1.17 เท่า ลดลงเล็กน้อยจาก 1.20 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.96 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.87 เท่า
## สรุปท้าย
OGC เผชิญแรงกดดันจากยอดขายในต่างประเทศที่ชะลอตัว ส่งผลให้ภาพรวมไตรมาส 3/2566 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ แม้จะได้รับปัจจัยบวกจากการเติบโตของยอดขายในประเทศและอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นจากการบริหารจัดการราคาและต้นทุนพลังงาน อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินที่พุ่งสูงขึ้นและค่าใช้จ่ายจากการหยุดผลิตเพื่อซ่อมบำรุงยังคงเป็นปัจจัยกดดันสำคัญ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มอุปสงค์ในตลาดต่างประเทศ ทิศทางอัตราดอกเบี้ย และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินโอกาสในการฟื้นตัวของผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ OGC ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
535.38
ล้านบาท
↓ 2.4% YoY
กำไรขั้นต้น
151.53
ล้านบาท
↓ 22.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.30
%
กำไรสุทธิ
-39.86
ล้านบาท
↓ 172.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-7.44
%
D/E Ratio
1.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
535
↓ -2.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
152
↓ -22.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-40
↓ -172.3%
YoY
D/E Ratio
1.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — OGC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.17
ROE (%)
-5.34
ROA (%)
-1.26
Book Value/หุ้น
79.53
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — OGC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+148
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+37
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — OGC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
148.20
-214.07%
|
-129.92
-147.82%
|
271.70
-730.25%
|
-43.11
-64.70%
|
-122.13
+1,492.31%
|
-7.67
-115.55%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
37.40
-83.80%
|
230.93
-863.91%
|
-30.23
+484.72%
|
-5.17
+494.25%
|
-0.87
-99.61%
|
-221.69
+771.42%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-222.03
+102.62%
|
-109.58
-50.58%
|
-221.73
-398.83%
|
74.20
-49.65%
|
147.36
-46.99%
|
277.98
-1,499.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-36.54
+190.23%
|
-12.59
-167.94%
|
18.53
-15.54%
|
21.94
+10.81%
|
19.80
-61.46%
|
51.38
+1,197.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
47.06
-25.19%
|
62.91
-25.71%
|
84.68
+41.70%
|
59.76
-41.80%
|
102.68
+100.19%
|
51.29
-43.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
28.22
-40.03%
|
47.06
-25.19%
|
62.91
-25.71%
|
84.68
+41.70%
|
59.76
-41.80%
|
102.68
+100.19%
|