บริษัท โอเชียนกลาส จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ในครัวเรือนและสำนักงาน
8.95
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6770 out_tok=2932 at=2026-07-25T22:50:23 -->
# OGC Q2/2565 พลิกขาดทุนสุทธิ หลังรายได้โตแรง แต่ต้นทุนพุ่งกดดันกำไรขั้นต้น
## รายได้รวมโต 30.6% รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้น-บาทอ่อนค่า แต่กำไรขั้นต้นหด 6.5% จากต้นทุนพลังงาน-วัตถุดิบพุ่ง
บริษัท โอเชียนกลาส จำกัด (มหาชน) หรือ OGC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวม 435.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง อย่างไรก็ตาม บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 25.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน เนื่องจากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค
หัวใจสำคัญที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ OGC ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการอ่อนค่าของเงินบาท** ซึ่งช่วยผลักดันยอดขายทั้งในและต่างประเทศให้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม **แรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้บั่นทอนอัตรากำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ** ทำให้บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการในไตรมาสนี้คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย 29.58%** โดยเฉพาะการขายในประเทศที่เติบโตถึง 75.26% และการขายต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 21.05% ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม **การลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นจาก 32.71% ในปีก่อน เหลือ 23.59% ในไตรมาสนี้** เป็นปัจจัยลบที่สำคัญที่ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 25.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากขาดทุน 5.90 ล้านบาทในปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก ได้แก่ การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ส่งผลดีต่อความต้องการสินค้าเครื่องแก้วในกลุ่มโรงแรมและร้านอาหาร รวมถึงการขายผ่านช่องทางออนไลน์ที่เติบโตขึ้น นอกจากนี้ ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐยังช่วยหนุนการส่งออกไปยังประเทศต่างๆ เช่น อินเดีย อเมริกา ตะวันออกกลาง และยุโรป
ในทางกลับกัน ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นถึง 47.13% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนพลังงานและราคาวัตถุดิบ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง แม้บริษัทจะพยายามปรับปรุงราคาขายเพื่อลดผลกระทบ แต่คาดว่าจะเริ่มรับรู้ผลในช่วงไตรมาส 3 นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายก็ปรับเพิ่มขึ้น 42.00% จากค่าระวางเรือ ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ฝ่ายจัดการจะวางแผนปรับราคาขายควบคู่กับการควบคุมค่าใช้จ่ายเพื่อบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น และคาดว่าจะเริ่มรับรู้ราคาขายใหม่ในช่วงไตรมาส 3 แต่สถานการณ์ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบยังคงมีความผันผวนสูง และยังไม่มีความชัดเจนว่าการปรับราคาขายจะสามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมดหรือไม่ รวมถึงความต้องการสินค้าในตลาดต่างประเทศจะยังคงเติบโตต่อเนื่องได้มากน้อยเพียงใด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/2565 เพิ่มขึ้น 30.60%** แตะ 435.61 ล้านบาท จากแรงหนุนการท่องเที่ยวฟื้นตัวและการอ่อนค่าของเงินบาท
* **กำไรขั้นต้นลดลง 6.53%** เหลือ 101.55 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวจาก 32.71% เหลือ 23.59%
* **พลิกขาดทุนสุทธิ Q2/2565 จำนวน 25.72 ล้านบาท** เพิ่มขึ้นจากขาดทุน 5.90 ล้านบาทในปีก่อน
* **ต้นทุนขายพุ่ง 47.13%** เป็น 328.90 ล้านบาท จากราคาพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 42.00%** เป็น 69.33 ล้านบาท จากค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขาย
* **ยอดขายในประเทศ Q2/2565 เติบโตโดดเด่น 75.26%** จากความต้องการในกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร และช่องทางออนไลน์
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาสที่ 2 ปี 2565 บริษัท โอเชียนกลาส จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 435.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 29.58% เป็น 430.45 ล้านบาท การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง เป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนการขายในต่างประเทศให้เพิ่มขึ้น 21.05% โดยเฉพาะการส่งออกไปยังอินเดีย อเมริกา ตะวันออกกลาง และยุโรป ในขณะที่การขายในประเทศเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 75.26% จากความต้องการสินค้าเครื่องแก้วในกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร และการเติบโตของช่องทางอีคอมเมิร์ซ
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 47.13% เป็น 328.90 ล้านบาท เนื่องจากการปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 6.53% เหลือ 101.55 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 32.71% ในปีก่อน เหลือ 23.59% ในไตรมาสนี้
ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 42.00% เป็น 69.33 ล้านบาท จากค่าระวางเรือ ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 22.58% เพื่อรองรับแผนการขายที่เพิ่มขึ้นและค่าที่ปรึกษา ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิในไตรมาสที่ 2 ปี 2565 จำนวน 25.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 5.90 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 809.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.72% และมีผลขาดทุนสุทธิ 44.37 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว:** เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่คาดว่าจะหนุนความต้องการสินค้าเครื่องแก้วในกลุ่มโรงแรมและร้านอาหารอย่างต่อเนื่อง
* **การเติบโตของช่องทางอีคอมเมิร์ซ:** การขายผ่านช่องทางออนไลน์ยังคงมีแนวโน้มเติบโตที่ดี
* **การปรับราคาขาย:** การปรับราคาขายสินค้าที่คาดว่าจะเริ่มรับรู้ผลในไตรมาส 3 อาจช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นได้
* **ค่าเงินบาทอ่อนค่า:** ยังคงเป็นปัจจัยหนุนการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่ผันผวนและสูงขึ้น:** เป็นความเสี่ยงหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้นและผลประกอบการ
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้าในตลาดต่างประเทศ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันด้านราคายังคงเป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณา
* **ความล่าช้าในการปรับราคาขาย:** หากการปรับราคาขายไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทันท่วงที จะส่งผลกระทบต่อผลกำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ:** จะยังคงอยู่ในระดับสูงหรือมีแนวโน้มลดลง
* **ผลของการปรับราคาขาย:** จะสามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้มากน้อยเพียงใด และจะกระทบต่อปริมาณการขายหรือไม่
* **ทิศทางความต้องการสินค้าในตลาดต่างประเทศ:** โดยเฉพาะตลาดหลักอย่างอินเดีย อเมริกา ตะวันออกกลาง และยุโรป
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** มาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายของบริษัทจะมีประสิทธิภาพเพียงใด
* **การเติบโตของช่องทางอีคอมเมิร์ซ:** จะยังคงเติบโตต่อเนื่องหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
**ปริมาณการขาย (Volume) และราคาขาย (Selling Price):** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุปริมาณการขายโดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 29.58% ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ว่าบริษัทอาจมีการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอที่จะรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ การขายในประเทศที่เติบโต 75.26% แสดงถึงความต้องการที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในกลุ่ม HORECA (โรงแรม ร้านอาหาร และจัดเลี้ยง) และช่องทางออนไลน์
**ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** เป็นปัจจัยกดดันหลักที่ส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นอย่างชัดเจน การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายถึง 47.13% สะท้อนถึงผลกระทบนี้อย่างชัดเจน
**ช่องทางขาย:** การเติบโตของช่องทางอีคอมเมิร์ซและการฟื้นตัวของกลุ่ม HORECA เป็นปัจจัยบวกที่สำคัญต่อการเพิ่มขึ้นของรายได้ในประเทศ
**ค่าใช้จ่ายการตลาด:** ค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น 42.00% ส่วนหนึ่งมาจากค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นยอดขาย ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่จำเป็นในช่วงที่ตลาดมีการแข่งขันและต้นทุนสูง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 3,314.20 ล้านบาท ลดลง 1.34% โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.05% ส่วนใหญ่มาจากสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 2.08%
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,519.57 ล้านบาท ลดลง 0.06% จากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาว ส่งผลให้ยอดเงินกู้คงเหลือลดลง
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,794.63 ล้านบาท ลดลง 2.41% จากการรับรู้ผลขาดทุนสุทธิระหว่างงวด
อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 1.14 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.85 เท่า
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2565 ติดลบ 26.17 ล้านบาท และงวดหกเดือนติดลบ 42.07 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นและผลขาดทุนสุทธิ
## สรุปท้าย
OGC ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญกับสถานการณ์ที่รายได้เติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการอ่อนค่าของเงินบาท แต่ถูกบั่นทอนด้วยต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัว และบริษัทพลิกขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น ความท้าทายสำคัญต่อจากนี้คือการบริหารจัดการต้นทุน การปรับราคาขายให้มีประสิทธิภาพ และการรักษาการเติบโตของรายได้ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ OGC ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
535.38
ล้านบาท
↓ 2.4% YoY
กำไรขั้นต้น
151.53
ล้านบาท
↓ 22.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.30
%
กำไรสุทธิ
-39.86
ล้านบาท
↓ 172.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-7.44
%
D/E Ratio
1.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
535
↓ -2.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
152
↓ -22.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-40
↓ -172.3%
YoY
D/E Ratio
1.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — OGC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.17
ROE (%)
-5.34
ROA (%)
-1.26
Book Value/หุ้น
79.53
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — OGC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+148
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+37
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — OGC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
148.20
-214.07%
|
-129.92
-147.82%
|
271.70
-730.25%
|
-43.11
-64.70%
|
-122.13
+1,492.31%
|
-7.67
-115.55%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
37.40
-83.80%
|
230.93
-863.91%
|
-30.23
+484.72%
|
-5.17
+494.25%
|
-0.87
-99.61%
|
-221.69
+771.42%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-222.03
+102.62%
|
-109.58
-50.58%
|
-221.73
-398.83%
|
74.20
-49.65%
|
147.36
-46.99%
|
277.98
-1,499.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-36.54
+190.23%
|
-12.59
-167.94%
|
18.53
-15.54%
|
21.94
+10.81%
|
19.80
-61.46%
|
51.38
+1,197.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
47.06
-25.19%
|
62.91
-25.71%
|
84.68
+41.70%
|
59.76
-41.80%
|
102.68
+100.19%
|
51.29
-43.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
28.22
-40.03%
|
47.06
-25.19%
|
62.91
-25.71%
|
84.68
+41.70%
|
59.76
-41.80%
|
102.68
+100.19%
|