บริษัท โอเชียนกลาส จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ในครัวเรือนและสำนักงาน
8.95
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5751 out_tok=2563 at=2026-07-25T23:32:32 -->
# OGC Q3/2564 พลิกขาดทุนน้อยลง รับอานิสงส์ส่งออกฟื้น-บาทอ่อน
## รายได้ส่งออกโตเด่น 54.9% ดันภาพรวมรายได้รวมโต 31% แม้ขายในประเทศหดตัว
บริษัท โอเชียนกลาส จำกัด (มหาชน) หรือ OGC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 363.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการส่งออกที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง แม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศจะยังคงส่งผลกระทบต่อยอดขายในประเทศที่ลดลงก็ตาม บริษัทสามารถพลิกสถานการณ์จากขาดทุนสุทธิจำนวนมากในปีก่อน มาเป็นผลขาดทุนสุทธิที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตราผลขาดทุนสุทธิของ OGC ในไตรมาส 3 ปี 2564 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการส่งออกที่เพิ่มขึ้นถึง 54.9%** ซึ่งชดเชยกับยอดขายในประเทศที่ลดลง 42.8% ได้ ส่งผลให้รายได้รวมเติบโต 31.0% นอกจากนี้ **การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ** ยังช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้ปรับตัวดีขึ้นจาก 32.8% เป็น 34.5% แม้จะมีค่าใช้จ่ายจากการหยุดสายการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นบางส่วน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของการส่งออกเป็นผลมาจากภาพรวมการส่งออกที่เริ่มกลับมาดีขึ้น และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เริ่มคลี่คลายในหลายประเทศ ทำให้ความต้องการสินค้าแก้วในตลาดต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้น การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลดีต่อบริษัทในแง่ของการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเมื่อแปลงรายได้จากการส่งออกกลับมาเป็นเงินบาท และยังช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านราคาให้กับสินค้าส่งออกของบริษัทอีกด้วย แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายจากการหยุดสายการผลิตเพื่อซ่อมบำรุงเตาหลอมและบริหารสินค้าคงคลัง แต่ค่าใช้จ่ายดังกล่าวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ประกอบกับมาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เข้มงวดขึ้น ทำให้โดยรวมแล้วผลประกอบการขาดทุนสุทธิลดลงจาก 46.6 ล้านบาทในปีก่อน เหลือ 12.7 ล้านบาทในไตรมาสนี้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าการส่งออกจะฟื้นตัวได้ดีในไตรมาสนี้ แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยและกลุ่มประเทศอาเซียนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายในประเทศในระยะต่อไป การอ่อนค่าของเงินบาทเป็นปัจจัยภายนอกที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ฝ่ายจัดการได้ระบุถึงค่าใช้จ่ายจากการหยุดสายการผลิตเพื่อซ่อมบำรุงเตาหลอม ซึ่งเป็นกิจกรรมที่อาจเกิดขึ้นเป็นระยะๆ เพื่อรักษาประสิทธิภาพการผลิต ดังนั้น การฟื้นตัวของผลประกอบการในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการรักษาโมเมนตัมการส่งออก ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 363.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.0% YoY:** เป็นผลจากการส่งออกที่เติบโต 54.9% ชดเชยยอดขายในประเทศที่ลดลง 42.8%
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นเป็น 34.5%:** จาก 32.8% ในปีก่อน หนุนโดยรายได้ส่งออกที่เพิ่มขึ้นและการอ่อนค่าของเงินบาท
* **พลิกขาดทุนสุทธิลดลงเหลือ 12.7 ล้านบาท:** จากขาดทุน 46.6 ล้านบาทในปีก่อน
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 24.4%:** ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 14.0%:** จากการส่งเสริมการขายออนไลน์และค่าขนส่งต่างประเทศ
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 30.9%:** จากมาตรการควบคุมค่าใช้จ่าย
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 3 ปี 2564:** บริษัทมีรายได้รวม 363.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.0% YoY โดยรายได้จากการขาย 350.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.7% จากการส่งออกที่เติบโต 54.9% เป็นหลัก ขณะที่ยอดขายในประเทศลดลง 42.8% รายได้อื่น 12.9 ล้านบาท มาจากการขายอุปกรณ์และเศษวัสดุที่เสื่อมสภาพ อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 34.5% จาก 32.8% YoY หนุนโดยรายได้ส่งออกและค่าเงินบาทอ่อนค่า แม้จะมีค่าใช้จ่ายจากการหยุดสายการผลิตและค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น แต่ผลขาดทุนสุทธิลดลงเหลือ 12.7 ล้านบาท จาก 46.6 ล้านบาท YoY
**งวด 9 เดือน ปี 2564:** รายได้รวม 968.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.6% YoY โดยรายได้จากการขาย 953.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.0% จากการส่งออกที่เติบโต 48.6% ขณะที่ยอดขายในประเทศลดลง 17.8% อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 34.5% ลดลงเล็กน้อยจาก 34.7% YoY ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 5.2% โดยมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 34.9 ล้านบาท ทำให้ผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 51.9 ล้านบาท ลดลงจาก 203.0 ล้านบาท YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของตลาดส่งออก:** การที่ความต้องการสินค้าแก้วในตลาดต่างประเทศเริ่มฟื้นตัวเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มยอดขาย
* **การอ่อนค่าของเงินบาท:** ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและกำไรจากการส่งออก
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** มาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ได้ผลดี ช่วยลดภาระต้นทุน
* **การส่งเสริมการขายผ่านช่องทางออนไลน์:** เป็นการปรับตัวเพื่อเข้าถึงลูกค้าในยุคดิจิทัล
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ปัจจุบันจะได้รับประโยชน์จากการอ่อนค่าของเงินบาท แต่ความผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้
* **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดสินค้าแก้วมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ผลิตในประเทศและต่างประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของยอดขายในประเทศ และผลกระทบจากมาตรการควบคุมโควิด-19
* ทิศทางของอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท และผลกระทบต่อรายได้และต้นทุน
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน
* แผนการส่งเสริมการขายและการขยายตลาดส่งออก
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
* ผลกระทบจากค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงเตาหลอมต่ออัตรากำไรในไตรมาสถัดไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **Volume/SSS:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข SSS หรือ Volume การขายโดยตรง แต่ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของรายได้จากการขายในประเทศที่ลดลง 42.8% และการส่งออกที่เพิ่มขึ้น 54.9% ในไตรมาส 3/2564 ซึ่งสะท้อนถึง Volume การขายที่ลดลงในประเทศและเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในตลาดส่งออก
* **Market Share:** ไม่มีการระบุ Market Share ในเอกสาร
* **ราคาขาย:** ไม่มีการระบุการเปลี่ยนแปลงราคาขายโดยตรง แต่การอ่อนค่าของเงินบาทมีส่วนช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของสินค้าส่งออก
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายการตลาด:** ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 14.0% โดยส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายจากการส่งเสริมการขายและการโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์
* **ช่องทาง Modern Trade/Online:** มีการกล่าวถึงการโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 3,375.7 ล้านบาท ลดลง 1.9% จากสิ้นปี 2563 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 3.6% จากลูกหนี้การค้าและเงินฝากธนาคารที่ลดลงจากการคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 0.9% จากการคิดค่าเสื่อมราคาและการลงทุนเพิ่มในเครื่องจักร หนี้สินรวม 1,591.6 ล้านบาท ลดลง 0.9% ส่วนใหญ่มาจากเงินกู้ยืมระยะสั้นที่ลดลง ส่วนของผู้ถือหุ้น 1,784.1 ล้านบาท ลดลง 2.7% จากการรับรู้ผลขาดทุนสุทธิระหว่างงวด อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 1.09 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.89 เท่า
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ทำให้ OGC พลิกขาดทุนน้อยลงในไตรมาส 3 ปี 2564 คือการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการส่งออกและการอ่อนค่าของเงินบาท ซึ่งช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้น แม้ว่ายอดขายในประเทศจะยังคงเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์โควิด-19 อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดที่ยังไม่แน่นอน ทำให้ต้องติดตามแนวโน้มการดำเนินงานในระยะต่อไปอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความสามารถในการรักษาโมเมนตัมการส่งออกและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ OGC ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
535.38
ล้านบาท
↓ 2.4% YoY
กำไรขั้นต้น
151.53
ล้านบาท
↓ 22.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.30
%
กำไรสุทธิ
-39.86
ล้านบาท
↓ 172.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-7.44
%
D/E Ratio
1.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
535
↓ -2.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
152
↓ -22.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-40
↓ -172.3%
YoY
D/E Ratio
1.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — OGC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.17
ROE (%)
-5.34
ROA (%)
-1.26
Book Value/หุ้น
79.53
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — OGC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+148
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+37
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — OGC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
148.20
-214.07%
|
-129.92
-147.82%
|
271.70
-730.25%
|
-43.11
-64.70%
|
-122.13
+1,492.31%
|
-7.67
-115.55%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
37.40
-83.80%
|
230.93
-863.91%
|
-30.23
+484.72%
|
-5.17
+494.25%
|
-0.87
-99.61%
|
-221.69
+771.42%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-222.03
+102.62%
|
-109.58
-50.58%
|
-221.73
-398.83%
|
74.20
-49.65%
|
147.36
-46.99%
|
277.98
-1,499.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-36.54
+190.23%
|
-12.59
-167.94%
|
18.53
-15.54%
|
21.94
+10.81%
|
19.80
-61.46%
|
51.38
+1,197.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
47.06
-25.19%
|
62.91
-25.71%
|
84.68
+41.70%
|
59.76
-41.80%
|
102.68
+100.19%
|
51.29
-43.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
28.22
-40.03%
|
47.06
-25.19%
|
62.91
-25.71%
|
84.68
+41.70%
|
59.76
-41.80%
|
102.68
+100.19%
|