บริษัท เน็คซ์ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
4.08
+0.24 (+6.25%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้เพิ่ม 240.49 ล้านบาท หรือคิดเป็น 21.07% โดยมาจากการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่า ซื้อ จํานวน 1,028.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 148.17 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 16.83 เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจาก จํานวนสัญญาเช่าซื้อใหม่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมและค่าบริการเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกัน และรายได้อื่นซึ่ง ได้แก่ รายได้หนี้สูญได้รับคืนเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน
ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น จํานวน 363.36 ล้านบาท ลดลง 15.28 ล้านบาท หรือคิด เป็นร้อยละ 4.03 เนื่องจากชั้นหนี้ของลูกหนี้ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน และบริษัทมีต้นทุนทางการเงิน จํานวน 97.31 ล้านบาท ลดลง 16.37 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 14.40 สาเหตุมาจากบริษัทมีอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เฉลี่ยลดลง
ลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อสุทธิเพิ่มขึ้น 1,723.97 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 46.10 เมื่อ เทียบกับ ณ สิ้นปี 2563 ซึ่งเป็นไปตามการขยายพอร์ตสินเชื่อของบริษัท อย่างไรก็ตามบริษัทมีเงินสดและรายการ เทียบเท่าเงินสดลดลง จํานวน 623.29 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทนําไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7493 out_tok=2788 at=2026-07-25T22:36:27 -->
# NCAP กำไร Q3/2565 ดิ่ง 77.95% สวนทางรายได้โต เหตุสำรองหนี้พุ่ง
## รายได้ดอกเบี้ยเช่าซื้อโตแรง แต่สำรองหนี้เสียฉุดกำไรสุทธิหดตัวหนักในไตรมาส 3/2565
บริษัท เน็คซ์ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ NCAP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ลดลงถึง 77.95% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 39.76% โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสวนทางกับรายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าซื้อที่เติบโตได้ดี
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ NCAP ในไตรมาส 3 ปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงถึง 77.95% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss - ECL)** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 158.61% ในไตรมาส 3/2565 และ 152.29% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าซื้อจะเติบโตได้ดีถึง 52.06% ในไตรมาส 3/2565 และ 53.99% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นนั้น เป็นผลมาจากการ **เพิ่มขึ้นของจำนวนสัญญาเช่าซื้อใหม่** ซึ่งเป็นไปตามการขยายพอร์ตสินเชื่อของบริษัท ประกอบกับ **อัตราค้างชำระหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้น** เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน การขยายพอร์ตสินเชื่อที่เร็วขึ้นย่อมนำมาซึ่งความเสี่ยงที่สูงขึ้นตามไปด้วย ทำให้บริษัทต้องตั้งสำรองหนี้เสียเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็ปรับตัวสูงขึ้น 35.74% ในไตรมาส 3/2565 และ 42.23% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนพนักงานและค่าตอบแทน รวมถึงค่าบริการติดตามและทวงถามหนี้ที่จ่ายให้บริษัทภายนอก ขณะที่ต้นทุนทางการเงินก็เพิ่มขึ้น 65.73% ในไตรมาส 3/2565 และ 68.91% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 เนื่องจากบริษัทมีการกู้ยืมเงินมากขึ้นเพื่อรองรับการขยายพอร์ตสินเชื่อและเป็นเงินทุนหมุนเวียน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าการเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิตฯ เป็นผลมาจากการขยายพอร์ตสินเชื่อใหม่และอัตราค้างชำระที่สูงขึ้น ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของสภาวะเศรษฐกิจที่อาจส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มของอัตราค้างชำระหนี้ในอนาคต หรือการปรับปรุงกระบวนการบริหารหนี้เสียของบริษัท การเพิ่มขึ้นของจำนวนพนักงานและค่าตอบแทนอาจเป็นปัจจัยต่อเนื่องหากบริษัทยังคงมุ่งเน้นการขยายธุรกิจ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2565 ลดลง 77.95%** อยู่ที่ 16.22 ล้านบาท จาก 73.56 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q3/2565 เพิ่มขึ้น 39.76%** อยู่ที่ 488.36 ล้านบาท จาก 349.44 ล้านบาทในปีก่อน
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) พุ่ง 158.61%** ใน Q3/2565 อยู่ที่ 253.28 ล้านบาท จาก 97.94 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าซื้อ Q3/2565 เพิ่มขึ้น 52.06%** อยู่ที่ 397.55 ล้านบาท จาก 261.45 ล้านบาทในปีก่อน
* **สินทรัพย์รวม ณ สิ้น Q3/2565 เพิ่มขึ้น 46.05%** อยู่ที่ 8,516.58 ล้านบาท จาก 5,831.17 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อที่เพิ่มขึ้น
* **ส่วนของเจ้าของ ณ สิ้น Q3/2565 เพิ่มขึ้น 107.01%** อยู่ที่ 4,157.32 ล้านบาท จาก 2,008.28 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 จากการเพิ่มทุน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทมีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 16.22 ล้านบาท ลดลง 57.34 ล้านบาท หรือ 77.95% เมื่อเทียบกับ 73.56 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 39.76% เป็น 488.36 ล้านบาท จาก 349.44 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าซื้อที่เพิ่มขึ้น 52.06% อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้นถึง 81.97% เป็น 467.58 ล้านบาท จาก 256.96 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นถึง 158.61%
สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทมีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 94.53 ล้านบาท ลดลง 128.46 ล้านบาท หรือ 57.61% เมื่อเทียบกับ 222.99 ล้านบาทในปีก่อน แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโต 45.34% เป็น 1,432.30 ล้านบาท จาก 985.49 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยกดดันหลักมาจากผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นที่เพิ่มขึ้นถึง 152.29%
## โอกาส
* **การขยายพอร์ตสินเชื่อ:** การเพิ่มขึ้นของลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อสุทธิ 35.33% สะท้อนถึงความสามารถในการขยายธุรกิจและตอบรับความต้องการสินเชื่อในตลาด
* **การเพิ่มทุน:** การเพิ่มทุนในเดือนมิถุนายน 2565 จำนวน 2,025 ล้านบาท ช่วยเสริมสร้างฐานะทางการเงินให้แข็งแกร่งขึ้น และมีเงินสดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (828.41%) เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและขยายธุรกิจ
## ความเสี่ยง
* **คุณภาพสินทรัพย์:** การเพิ่มขึ้นของอัตราค้างชำระหนี้และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น เป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคต
* **ต้นทุนทางการเงิน:** การพึ่งพาเงินกู้ยืมเพื่อขยายธุรกิจ ทำให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร รวมถึงค่าบริการติดตามหนี้ อาจเป็นแรงกดดันต่อกำไรหากไม่สามารถควบคุมได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตราค้างชำระหนี้:** ติดตามว่าอัตราค้างชำระหนี้จะยังคงอยู่ในระดับสูง หรือมีแนวโน้มลดลง
* **การบริหารจัดการหนี้เสีย:** ประเมินประสิทธิภาพของบริษัทในการบริหารจัดการและลดผลขาดทุนจากหนี้เสีย
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** จับตาการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร รวมถึงค่าใช้จ่ายในการติดตามหนี้
* **ต้นทุนทางการเงิน:** สังเกตการณ์การเปลี่ยนแปลงของต้นทุนทางการเงิน และความสามารถในการบริหารจัดการแหล่งเงินทุน
* **การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ:** ติดตามการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อใหม่ และคุณภาพของสินเชื่อที่ปล่อยออกไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อเช่าซื้อ NCAP เผชิญกับความท้าทายด้านคุณภาพสินทรัพย์ที่ชัดเจนจากการเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการขยายพอร์ตสินเชื่อใหม่และอัตราค้างชำระที่สูงขึ้น การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าซื้อเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ แต่ถูกหักล้างด้วยการตั้งสำรองหนี้เสียที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้ NIM (Net Interest Margin) อาจถูกกดดัน แม้ว่าเอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลข NIM โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์รวมส่วนใหญ่มาจากลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อสุทธิ ซึ่งสะท้อนถึงการขยายธุรกิจ แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน การที่บริษัทมีเงินสดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการเพิ่มทุน เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเสริมสภาพคล่องและลดภาระหนี้สินระยะสั้นได้บางส่วน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 8,516.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.05% จากสิ้นปี 2564 โดยมีลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อสุทธิเพิ่มขึ้น 35.33% และเงินสดเพิ่มขึ้น 828.41% จากการเพิ่มทุน 2,025 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 4,359.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.03% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้น 1,527.46 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายพอร์ตสินเชื่อ
ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 107.01% เป็น 4,157.32 ล้านบาท จาก 2,008.28 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 เนื่องจากการเพิ่มทุนและการบันทึกกำไรสะสม ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของลดลงจาก 1.90 เท่า เป็น 1.05 เท่า ซึ่งแสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น
## สรุปท้าย
NCAP เผชิญกับผลประกอบการที่น่าผิดหวังในไตรมาส 3 ปี 2565 โดยกำไรสุทธิลดลงอย่างมาก แม้รายได้ดอกเบี้ยเช่าซื้อจะเติบโตได้ดี ปัจจัยหลักมาจากแรงกดดันจากการตั้งสำรองหนี้เสียที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตามการขยายพอร์ตสินเชื่อและอัตราค้างชำระที่สูงขึ้น แม้ว่าบริษัทจะมีการเพิ่มทุนและฐานะทางการเงินจะแข็งแกร่งขึ้น แต่ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์และการบริหารจัดการหนี้เสียยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NCAP ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
550.70
ล้านบาท
↓ 45.6% YoY
กำไรขั้นต้น
497.66
ล้านบาท
↓ 45.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
90.37
%
กำไรสุทธิ
131.72
ล้านบาท
↑ 2.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
23.92
%
D/E Ratio
1.07
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
551
↓ -45.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
498
↓ -45.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
132
↑ + 2.4%
YoY
D/E Ratio
1.07
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NCAP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.07
ROE (%)
11.18
ROA (%)
9.01
Book Value/หุ้น
4.01
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NCAP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+298
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+8
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NCAP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
298.00
+47.61%
|
201.88
-87.92%
|
1,670.76
-46.31%
|
3,111.84
-459.79%
|
-864.90
-312.02%
|
407.93
-213.09%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
8.24
+155.90%
|
3.22
-69.88%
|
10.69
+31.81%
|
8.11
+39.35%
|
5.82
-140.42%
|
-14.40
+71.02%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
66.08
+7.12%
|
61.69
-110.82%
|
-570.08
-91.11%
|
-6,412.84
-523.80%
|
1,513.16
+408.69%
|
297.46
-19.61%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
1,155.53
+67.23%
|
690.99
+80,247.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
118.06
-65.35%
|
340.69
-35.19%
|
525.64
+600.48%
|
75.04
-89.25%
|
698.33
+9,414.03%
|
7.34
+13.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
356.49
+201.96%
|
118.06
-65.35%
|
340.69
-35.19%
|
525.64
+600.48%
|
75.04
-89.25%
|
698.33
+9,414.03%
|