MEGA มองอนาคตปี 2568 ชูกลยุทธ์สร้างแบรนด์แข็งแกร่ง ตั้งเป้าโตยั่งยืน
บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด มหาชน รายงานผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:
- ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):
รายได้จากการดำเนินงาน 6,607 ล้านบาท ลดลง 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการลดลงของธุรกิจ Maxcare ในประเทศเมียนมาร์
รายได้จากธุรกิจ Mega We Care อยู่ที่ 4,177 ล้านบาท เติบโต 2.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
หากไม่รวมผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงในเมียนมาร์และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน รายได้ของ Mega We Care ในตลาดอื่นๆ ยังคงเติบโตในระดับ 2 หลัก
รายได้จากธุรกิจ Maxcare อยู่ที่ 2,283 ล้านบาท ลดลง 34.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมาจากการลดลงของรายได้ในประเทศเมียนมาร์
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สร้างรายได้ 77.9% ของรายได้ Mega We Care ขณะที่อินโดจีนสร้างรายได้ 59.2% ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568
สัดส่วนรายได้ของ Mega We Care ต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 63.2% ในขณะที่ Maxcare อยู่ที่ 34.6%
กำไรสุทธิตามรายงานลดลง 15.1% และกำไรสุทธิหลังปรับปรุงลดลง 12.4% เนื่องจากการลดลงของธุรกิจ Maxcare ในเมียนมาร์และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายภาษี
- โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):
บริษัทมองเห็นโอกาสในการเติบโตในตลาดอื่นๆ นอกเหนือจากเมียนมาร์ โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Mega We Care
บริษัทมีแผนที่จะลงทุนเพิ่มในประเทศเมียนมาร์ โดยการสร้างโรงงานผลิตยา เพื่อลดผลกระทบจากการนำเข้าและปัญหาด้านใบอนุญาต
บริษัทมีโครงการที่จะขยายกำลังการผลิตในอินโดนีเซียและเวียดนาม เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
- ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):
ความเสี่ยงหลักมาจากสถานการณ์ในประเทศเมียนมาร์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรของธุรกิจ Maxcare
ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและการแข่งขันในตลาด
ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาลในแต่ละประเทศ เช่น นโยบายสนับสนุนการผลิตในประเทศในเวียดนาม
- วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):
บริษัทมีแผนที่จะปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจในเมียนมาร์ โดยการสร้างโรงงานผลิตยาในประเทศ เพื่อลดผลกระทบจากการนำเข้าและปัญหาด้านใบอนุญาต
บริษัทจะให้ความสำคัญกับการเติบโตในตลาดอื่นๆ นอกเหนือจากเมียนมาร์ โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Mega We Care
บริษัทจะลงทุนในการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาด
บริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนอย่างมีประสิทธิภาพ
- แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):
บริษัทคาดการณ์ว่าผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 จะดีกว่าครึ่งปีแรก โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตในตลาดอื่นๆ และการฟื้นตัวของธุรกิจในเมียนมาร์
บริษัทตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ Mega We Care และลดผลกระทบจากการพึ่งพิงตลาดเมียนมาร์
บริษัทมีเป้าหมายที่จะเพิ่มยอดขายในระดับโลกให้ถึง 50 ล้านเหรียญภายในปี 2573
บริษัทจะให้ความสำคัญกับการลงทุนในการสร้างแบรนด์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
- ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session): [เริ่ม นาทีที่ 40:32]
- ผลกระทบจากการปิดพรมแดนเมียนมาร์:
- คำถาม: การปิดพรมแดนเมียนมาร์ส่งผลกระทบต่อสินค้าที่ส่งไปยังเมียนมาร์อย่างไร และมีวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างไร?
- คำตอบ: บริษัทส่งสินค้าส่วนใหญ่ไปทางเรือ ซึ่งมีผลกระทบบ้างแต่ไม่มากนัก ปัญหาหลักคือเรื่องใบอนุญาตนำเข้าที่เข้มงวดขึ้น บริษัทพยายามหาทางแก้ไขโดยการขอใบอนุญาตในหลายรูปแบบ
- แนวโน้มยอดขายในเมียนมาร์:
- คำถาม: แนวโน้มยอดขายในเมียนมาร์ช่วงครึ่งปีหลังเป็นอย่างไร จะลดลงอีกหรือไม่ และธุรกิจ Maxcare ถึงจุดต่ำสุดแล้วหรือยัง?
- คำตอบ: ยอดขายในเมียนมาร์ลดลงจริง โดยเฉพาะ Maxcare แต่คาดว่าน่าจะถึงจุดต่ำสุดแล้ว หากไม่มีปัจจัยลบเพิ่มเติม และสถานการณ์เริ่มดีขึ้นเล็กน้อย
- ความคืบหน้าโครงการสร้างโรงงานในเมียนมาร์:
- คำถาม: ความคืบหน้าของโครงการสร้างโรงงานในเมียนมาร์เป็นอย่างไร และอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) ของโรงงานอยู่ที่ระดับไหน?
- คำตอบ: บริษัทมีที่ดินและแบบแล้ว อยู่ในขั้นตอนขออนุญาตจากทางการ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ภายในปีหน้า และเริ่มผลิตได้ในปี 2571-2572 ส่วน Utilization Rate ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจน เพราะโรงงานส่วนใหญ่ยังทำแค่กะเดียว
- เป้าหมายและแผน 5 ปี:
- คำถาม: แผน 5 ปีของบริษัทมีความคืบหน้าอย่างไร และสัดส่วนรายได้จากอินโดนีเซียและเวียดนามจะเป็นเท่าไร?
- คำตอบ: แผน 5 ปียังอยู่ในขั้นตอนการวิเคราะห์และหารือ คาดว่าจะได้ข้อสรุปและประกาศรายละเอียดได้ในปีหน้า (2569) โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มกำไรให้ถึง 3,500 ล้านบาท
- ทิศทางการดำเนินงานช่วงครึ่งปีหลัง:
- คำถาม: ทิศทางการดำเนินงานช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้จะเป็นอย่างไร และมีกลยุทธ์อะไรในการขับเคลื่อนธุรกิจ?
- คำตอบ: บริษัทจะทำเหมือนเดิม โดยเน้นการสร้างแบรนด์ ลงทุนในแบรนด์ building และโฟกัสกับผลิตภัณฑ์บางตัวมากขึ้น หากมีผลิตภัณฑ์ใหม่ก็จะผลักดันให้เติบโต ส่วนความผันผวนจากภายนอก บริษัทจะบริหารจัดการอย่างเต็มที่
- กลยุทธ์ OEM:
- คำถาม: บริษัทมีกลยุทธ์ OEM อย่างไร?
- คำตอบ: บริษัทมี OEM บ้างในออสเตรเลียและไทย แต่ไม่ได้มีแผนที่จะขยาย OEM มากนัก
- เปอร์เซ็นต์ GPM (Gross Profit Margin) ลดลง:
- คำถาม: สาเหตุที่เปอร์เซ็นต์ GPM ของ MEGA We Care ลดลงในไตรมาส 2 คืออะไร?
- คำตอบ: ขึ้นอยู่กับการผลิตและผลิตภัณฑ์ ถ้าเราผลิตเยอะในช่วงนั้น Second half อาจจะ slightly better also, depend on production, part import also import มาเยอะอาจจะ GPM ลดลง but guideline still 63-65%
- ผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้:
- คำถาม: บริษัทมีวิธีรับมือกับปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น การเมือง ความขัดแย้งระหว่างประเทศ สงครามการค้า เศรษฐกิจที่ชะลอตัว กำลังซื้อที่เปราะบาง อย่างไร?
- คำตอบ: บริษัทมุ่งเน้นทำในสิ่งที่สามารถควบคุมได้ คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ ช่วยชีวิตและสุขภาพของผู้บริโภคได้ เพราะยังคงมีกลุ่มเป้าหมายอีกจำนวนมากที่ยังเข้าไม่ถึงผลิตภัณฑ์ของบริษัท
- สัดส่วนของประเทศกัมพูชาต่อรายได้รวม:
- คำถาม: สัดส่วนของประเทศกัมพูชาต่อรายได้รวม MEGA We Care เป็นเท่าไหร่?
- คำตอบ: บริษัทไม่ได้แบ่งสัดส่วนรายได้เป็นรายประเทศ แต่ยืนยันว่ากัมพูชาไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ยอดขายและกำไรยังเป็นไปตามแผน
โดยสรุป MEGA ยังคงมุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง และขยายตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์ในเมียนมาร์และปัจจัยภายนอกอื่นๆ