บริษัท เอ็ม.ซี.เอส.สตีล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
8.05
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก ปี 2564 บริษัทฯ มีงานที่ส่งมอบทั้งหมดอยู่ที่ 83,740 ตัน ทั้งนี้นับรวมงานของบริษัทย่อย ซึ่งเป็นจํานวนส่งมอบที่สูงที่สุด ส่งผลทําให้รายได้จากการขายเท่ากับ 6,906.60 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 2,564.81 ล้าน บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 62.44
ทั้งนี้มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 28.99 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากปีก่อน 18.02 ล้านบาท มีค่าใช้จ่ายในการขายเท่ากับ 888.84 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 682.15 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 330.05 เนื่องจากปริมาณงานส่งออกที่เพิ่มขึ้นและจาก ค่าระวางเรือที่เพิ่มขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4521 out_tok=2483 at=2026-07-25T19:55:30 -->
# MCS กำไรสุทธิ Q3/2566 ฟื้นตัวแรง 30.29 ล้านบาท รับอานิสงส์ส่งมอบงานพุ่ง
## รายได้โตกว่า 170% จากการส่งมอบงานที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยกดดัน
บริษัท เอ็ม.ซี.เอส.สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ MCS รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ 30.29 ล้านบาท พลิกจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการส่งมอบงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นยังคงเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไร
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ MCS ในไตรมาส 3/2566 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายและการให้บริการ ซึ่งสูงถึง 1,663.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 170.47% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน** แม้ว่ากำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่จะอยู่ที่ 30.29 ล้านบาท ซึ่งยังไม่สูงมากนัก แต่ถือเป็นการฟื้นตัวที่สำคัญ โดยมีปัจจัยกดดันหลักคือ **ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้มาจาก **ปริมาณการส่งมอบงานที่สูงขึ้นอย่างมาก** โดยในไตรมาส 3/2566 มีการส่งมอบงานรวมประมาณ 23,116 ตัน เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น ทั้งจาก MCS Thai, MCS-Xiamen และ MCS-Japan รวมถึงมีการส่งมอบงานในประเทศด้วย ปริมาณการส่งมอบที่เพิ่มขึ้นนี้ส่งผลให้รายได้จากการขายและการให้บริการเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม **ต้นทุนขายและบริการได้เพิ่มขึ้นตามปริมาณการส่งมอบที่สูงขึ้น และยังมีปัจจัยจากราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นประมาณ 25,000 เยนต่อตัน (6,000 บาทต่อตัน)** เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้น นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายก็เพิ่มขึ้นตามปริมาณการส่งมอบที่สูงขึ้นเช่นกัน แต่ค่าระวางเรือกลับปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 56.22%
ในส่วนของบริษัทย่อย MCS-Xiamen มีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 2.23 ล้านหยวน (10.81 ล้านบาท) เนื่องจากในช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมยังไม่มีงานส่งออก ทำให้มีค่าใช้จ่ายค่าแรงพนักงานที่เพิ่มขึ้น แต่เริ่มกลับมาผลิตและส่งออกได้ตั้งแต่เดือนกันยายน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยต้นทุนวัตถุดิบ** ฝ่ายจัดการระบุว่าการกลับมาผลิตของ MCS-Xiamen ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 และเริ่มส่งออกในเดือนกันยายน เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการดำเนินงานในอนาคต นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ มีการนำเข้าวัตถุดิบมาล่วงหน้าและเลื่อนชำระ LC ทำให้ได้ราคาเหล็กที่ถูกลงประมาณ 15,000 เยนต่อตัน ซึ่งเป็นปัจจัยบวก อย่างไรก็ตาม การที่ต้นทุนวัตถุดิบยังคงปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าจะมีผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะยาวหรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ 30.29 ล้านบาท** พลิกฟื้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **รายได้จากการขายและการให้บริการพุ่งสูงถึง 1,663.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 170.47%** จากปริมาณการส่งมอบงานที่เพิ่มขึ้น
* **กำไรขั้นต้นในงบเฉพาะกิจการเพิ่มขึ้น 1,308.11%** เป็น 278.83 ล้านบาท และกำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 283.10% เป็น 289.21 ล้านบาท
* **ปริมาณการส่งมอบงานรวม 23,116 ตัน** ส่วนใหญ่เป็นการส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น
* **ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นประมาณ 25,000 เยนต่อตัน (6,000 บาทต่อตัน)** เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไร
* **สินค้าคงเหลือลดลง 36.93%** จากการทยอยนำมาผลิตและส่งมอบ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท เอ็ม.ซี.เอส.สตีล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและการให้บริการและรายได้ตามสัญญาเท่ากับ 1,663.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 170.47% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีปริมาณการส่งมอบงานรวม 23,116 ตัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น กำไรขั้นต้นในงบเฉพาะกิจการเพิ่มขึ้นถึง 1,308.11% เป็น 278.83 ล้านบาท และกำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 283.10% เป็น 289.21 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ 30.29 ล้านบาท พลิกจากผลขาดทุนในปีก่อน
## โอกาส
* **การกลับมาผลิตและส่งออกของ MCS-Xiamen** ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 เป็นต้นไป จะช่วยเพิ่มปริมาณการส่งมอบและรายได้
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ** ด้วยการนำเข้าล่วงหน้าและเลื่อนชำระ LC ช่วยให้ได้ราคาเหล็กที่ถูกลง
* **การลดลงของค่าระวางเรือ** ช่วยลดต้นทุนการขนส่ง
* **การมีเศษเหล็กเพิ่มขึ้น** จากงานผลิตที่มากขึ้น สร้างรายได้อื่น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ** โดยเฉพาะราคาเหล็กที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยในต่างประเทศ** โดยเฉพาะ MCS-Xiamen ที่ยังมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานในช่วงที่ไม่มีงานส่งออก
* **อัตราแลกเปลี่ยน** ค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลกระทบต่อรายได้จากการส่งออก
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น** จากค่าแรงพนักงานในบริษัทย่อย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบในไตรมาสถัดไป
* ปริมาณการส่งมอบงานและมูลค่า Order Book ที่จะเข้ามาใหม่
* ผลการดำเนินงานของ MCS-Xiamen หลังกลับมาผลิตและส่งออก
* ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนเงินเยนเทียบกับบาท
* การบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**ปริมาณการส่งมอบ (Utilization & Order Book):** ในไตรมาส 3/2566 มีการส่งมอบงานรวม 23,116 ตัน ซึ่งเป็นการส่งออกไปยังญี่ปุ่นเป็นหลัก (18,822 ตันจาก MCS Thai, 1,669 ตันจาก MCS-Xiamen, 2,485 ตันจาก MCS-Japan) และส่งมอบในประเทศ 140 ตัน การเพิ่มขึ้นของปริมาณการส่งมอบนี้เป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนรายได้
**ราคาขาย (ASP) และต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุราคาขายต่อตันโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้สอดคล้องกับปริมาณการส่งมอบที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นประมาณ 25,000 เยนต่อตัน (6,000 บาทต่อตัน) เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อ GPM
**อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** กำไรขั้นต้นในงบเฉพาะกิจการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 1,308.11% สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายที่สามารถชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
**การส่งออกและอัตราแลกเปลี่ยน:** การส่งออกไปยังญี่ปุ่นเป็นสัดส่วนหลักของรายได้ โดยอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยอยู่ที่ 24.352 บาทต่อ 100 เยน ซึ่งอ่อนค่าลง 7.56% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2565 ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้จากการส่งออก
**สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือ ณ สิ้นไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 2,449.38 ล้านบาท ลดลง 36.93% จากสิ้นปี 2565 แสดงถึงการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 สินค้าคงเหลือลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 1,434.11 ล้านบาท หรือ 36.93% จากสิ้นปี 2565 ซึ่งบ่งชี้ถึงการนำสินค้าคงคลังมาผลิตและส่งมอบให้กับลูกค้าได้ดีขึ้น
ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 12.66 ล้านบาท เป็น 15.56 ล้านบาท เนื่องจากการเลื่อนชำระ LC นำเข้าวัตถุดิบ ซึ่งแม้จะทำให้เกิดดอกเบี้ยจ่ายเพิ่ม แต่ก็ช่วยให้บริษัทฯ ซื้อเหล็กได้ในราคาที่ถูกกว่าประมาณ 15,000 เยนต่อตัน
## สรุปท้าย
MCS ในไตรมาส 3/2566 แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยมีหัวใจกำไรมาจากการส่งมอบงานที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้รายได้และกำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าระวางเรือ รวมถึงการกลับมาดำเนินงานของบริษัทย่อยในจีน เป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตา โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่หากสามารถบริหารจัดการความผันผวนของราคาวัตถุดิบและรักษาปริมาณการส่งมอบงานได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ความเสี่ยงหลักยังคงอยู่ที่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MCS ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,161.56
ล้านบาท
↓ 36.5% YoY
กำไรขั้นต้น
373.95
ล้านบาท
↓ 41.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
32.19
%
กำไรสุทธิ
263.40
ล้านบาท
↓ 24% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
22.68
%
D/E Ratio
0.39
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,162
↓ -36.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
374
↓ -41.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
263
↓ -24%
YoY
D/E Ratio
0.39
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MCS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.39
ROE (%)
25.28
ROA (%)
17.36
Book Value/หุ้น
8.77
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MCS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-251
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+181
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MCS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-250.98
-59.57%
|
-620.78
-131.58%
|
1,965.57
-828.91%
|
-269.66
+229.42%
|
-81.86
-116.36%
|
500.35
+30.85%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
180.82
+2,194.67%
|
7.88
-89.35%
|
74.02
-54.43%
|
162.42
+103.84%
|
79.68
-143.96%
|
-181.24
+27.19%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
246.06
-41.42%
|
420.03
-120.34%
|
-2,065.55
-716.25%
|
335.18
+155.41%
|
131.23
-132.02%
|
-409.79
-22.33%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
180.57
-184.06%
|
-214.81
+476.21%
|
-37.28
-116.95%
|
219.97
+63.21%
|
134.78
-241.83%
|
-95.03
-166.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
145.73
-4.87%
|
153.19
-22.50%
|
197.66
-65.10%
|
566.37
+49.72%
|
378.29
-20.08%
|
473.32
-46.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
537.83
+278.65%
|
142.04
-7.28%
|
153.19
-22.50%
|
197.66
-65.10%
|
566.37
+49.72%
|
378.29
-20.08%
|