บริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
1.80
0.02 (1.10%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4618 out_tok=2563 at=2026-07-25T19:06:25 -->
# KTIS พลิกขาดทุนสุทธิ Q1/66 เหลือ 112.2 ล้านบาท รับรายได้รวมโต 33.5%
## รายได้ธุรกิจน้ำตาล-เยื่อกระดาษ-ไฟฟ้าพุ่ง ดันรายได้รวมโตแรง แม้เอทานอลวูบ
บริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KTIS รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 (สิ้นสุด 31 ธันวาคม 2565) พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 112.2 ล้านบาท ลดลง 68.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 359.3 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้รวมที่เติบโตถึง 33.5% จากธุรกิจน้ำตาลทราย เยื่อกระดาษจากชานอ้อย และการขายไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ KTIS ในไตรมาส 1 ปี 2566 ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 33.5%** โดยเฉพาะจากธุรกิจน้ำตาลทราย เยื่อกระดาษจากชานอ้อย และการขายไฟฟ้า ซึ่งช่วยชดเชยการลดลงของรายได้จากธุรกิจเอทานอลได้ ส่งผลให้การขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมาก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากหลายปัจจัยสนับสนุน:
* **ธุรกิจน้ำตาลทรายและกากน้ำตาล:** มีรายได้เพิ่มขึ้น 45.9% จากทั้งปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น และราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจเยื่อกระดาษจากชานอ้อย:** รายได้เติบโตถึง 107.1% จากปริมาณการขายทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น รวมถึงราคาขายต่อหน่วยที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจเอทานอล:** รายได้ลดลง 31.8% เนื่องจากปริมาณการขายที่ลดลง
* **ธุรกิจไฟฟ้า:** รายได้เพิ่มขึ้น 86.3% จากทั้งปริมาณการขายและราคาขายต่อหน่วยที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจอื่น ๆ:** รายได้จากการให้บริการจักรกลการเกษตร การขายปุ๋ยและยาปราบศัตรูพืช เพิ่มขึ้น 24.3%
นอกจากนี้ **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 118.6 ล้านบาท** ในไตรมาสนี้ เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 76.1 ล้านบาท ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดผลขาดทุนสุทธิลงอย่างมาก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ต้องติดตามปัจจัยราคาและปริมาณอย่างใกล้ชิด**
* **ธุรกิจน้ำตาลทราย:** การเพิ่มขึ้นของปริมาณและราคาขายมีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบจากฤดูกาลผลิตและอุปสงค์ในตลาดโลก
* **ธุรกิจเยื่อกระดาษและไฟฟ้า:** การเติบโตจากปริมาณและราคาที่เพิ่มขึ้น อาจมีแนวโน้มต่อเนื่อง หากความต้องการยังคงมีอยู่
* **ธุรกิจเอทานอล:** การลดลงของปริมาณการขายอาจเป็นปัจจัยกดดันต่อเนื่อง หากยังไม่มีการปรับกลยุทธ์
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** เป็นปัจจัยผันผวนที่ยากต่อการคาดการณ์ และมักเป็นรายการพิเศษ
โดยรวมแล้ว การฟื้นตัวของรายได้จากธุรกิจหลักเป็นสัญญาณที่ดี แต่ความสามารถในการทำกำไรสุทธิในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการต้นทุน การควบคุมค่าใช้จ่าย และการเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบและสินค้า รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยน
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 68.8% YoY:** จาก 359.3 ล้านบาท ใน Q1/65 เหลือ 112.2 ล้านบาท ใน Q1/66
* **รายได้รวมเติบโต 33.5% YoY:** แตะ 2,466.1 ล้านบาท จาก 1,847.4 ล้านบาท
* **รายได้ขายและบริการเพิ่ม 36.2% YoY:** เป็น 2,007.8 ล้านบาท หนุนโดยธุรกิจน้ำตาลทราย, เยื่อกระดาษ, และไฟฟ้า
* **ธุรกิจน้ำตาลทรายรายได้โต 45.9%:** จากปริมาณและราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจเยื่อกระดาษรายได้โต 107.1%:** จากปริมาณและราคาขายที่เพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ
* **ธุรกิจเอทานอลรายได้หด 31.8%:** จากปริมาณการขายที่ลดลง
* **ธุรกิจไฟฟ้ามีรายได้โต 86.3%:** จากปริมาณและราคาขายที่สูงขึ้น
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 118.6 ล้านบาท:** เทียบกับขาดทุน 76.1 ล้านบาท ในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 2,466.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.5% เมื่อเทียบกับ 1,847.4 ล้านบาท ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 2,007.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.2% ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของธุรกิจน้ำตาลทราย (เพิ่มขึ้น 45.9%) ธุรกิจเยื่อกระดาษจากชานอ้อย (เพิ่มขึ้น 107.1%) และธุรกิจไฟฟ้า (เพิ่มขึ้น 86.3%) แม้ว่ารายได้จากธุรกิจเอทานอลจะลดลง 31.8% ก็ตาม นอกจากนี้ รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 30.4% โดยมีสาเหตุหลักจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่พลิกกลับมาเป็นบวก
ต้นทุนขายและบริการอยู่ที่ 2,169.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.5% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นตามรายได้จากการขายและบริการ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารเพิ่มขึ้น 34.0% เป็น 343.3 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าขนส่ง ค่าใช้จ่ายในการส่งออก ค่าใช้จ่ายพาหนะและเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่สูงขึ้น
บริษัทฯ มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 118.6 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ เทียบกับขาดทุน 76.1 ล้านบาท ในปีก่อน และมีค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 19.6 ล้านบาท เทียบกับผลประโยชน์ภาษีเงินได้ 38.2 ล้านบาท ในปีก่อน ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 112.2 ล้านบาท ลดลง 68.8% จาก 359.3 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2565
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจน้ำตาลทราย:** ปริมาณและราคาขายที่สูงขึ้นเป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้และกำไร
* **ศักยภาพธุรกิจเยื่อกระดาษ:** การเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั้งปริมาณและราคาขาย สะท้อนถึงความต้องการในตลาด
* **ธุรกิจไฟฟ้า:** การเพิ่มขึ้นของปริมาณและราคาขายไฟฟ้าเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ที่มั่นคง
* **การบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยน:** การพลิกจากขาดทุนเป็นกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แสดงถึงความสามารถในการบริหารความเสี่ยงด้านค่าเงิน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสินค้าเกษตร:** ราคาอ้อย น้ำตาลทราย และสินค้าเกษตรอื่น ๆ อาจผันผวนตามสภาวะตลาดโลกและปัจจัยฤดูกาล
* **ปริมาณการขายเอทานอลที่ลดลง:** เป็นปัจจัยกดดันรายได้และอาจส่งผลต่อการใช้กำลังการผลิต
* **ต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** ค่าขนส่ง ค่าใช้จ่ายในการส่งออก และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เพิ่มขึ้น อาจกระทบต่ออัตรากำไร
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะกำไร แต่ก็ยังมีความเสี่ยงจากการขาดทุนได้ในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาขายน้ำตาลทรายและกากน้ำตาลในตลาดโลก
* ปริมาณการผลิตและการขายอ้อยและน้ำตาลทรายในฤดูกาลถัดไป
* ทิศทางราคาและปริมาณการขายเยื่อกระดาษจากชานอ้อย
* ความต้องการและราคาขายเอทานอล
* การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* ความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาขายน้ำตาลทรายและกากน้ำตาลเฉลี่ยสูงขึ้น ส่งผลดีต่อรายได้ธุรกิจน้ำตาลทราย ราคาขายเยื่อกระดาษจากชานอ้อยก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน
* **Volume:** ปริมาณการขายน้ำตาลทรายและกากน้ำตาลเพิ่มขึ้น ปริมาณการขายเยื่อกระดาษจากชานอ้อยเพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ ปริมาณการขายเอทานอลลดลง ปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
* **GPM:** เอกสารไม่ได้ระบุ GPM โดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่ารายได้จากการขายและบริการ อาจบ่งชี้ถึง GPM ที่ดีขึ้นในบางธุรกิจ
* **ช่องทางขาย:** มีการกล่าวถึงการขายเยื่อกระดาษทั้งในประเทศและต่างประเทศ
* **สต็อก:** ไม่มีการกล่าวถึงข้อมูลสต็อกในเอกสาร
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 118.6 ล้านบาท และมีการกล่าวถึงค่าใช้จ่ายในการส่งออกที่เพิ่มขึ้น
* **ฤดูกาลผลิต:** การเพิ่มขึ้นของรายได้ธุรกิจน้ำตาลทรายอาจเกี่ยวข้องกับฤดูกาลผลิตอ้อย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ ในไตรมาส 1 ปี 2566
## สรุปท้าย
KTIS ในไตรมาส 1 ปี 2566 สามารถพลิกสถานการณ์จากขาดทุนหนักมาสู่การขาดทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้รวมที่เติบโตถึง 33.5% จากการแข็งแกร่งของธุรกิจน้ำตาลทราย เยื่อกระดาษจากชานอ้อย และไฟฟ้า รวมถึงการกลับมามีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสินค้าเกษตร รวมถึงต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินโอกาสในการกลับมามีกำไรสุทธิที่ยั่งยืนในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KTIS ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
4,058.08
ล้านบาท
↑ 11.8% YoY
กำไรขั้นต้น
-383.77
ล้านบาท
↓ 7018.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-9.46
%
กำไรสุทธิ
-1,403.67
ล้านบาท
↓ 963.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-34.59
%
D/E Ratio
1.60
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,058
↑ + 11.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-384
↓ -7018.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,404
↓ -963.3%
YoY
D/E Ratio
1.60
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KTIS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.60
ROE (%)
-21.05
ROA (%)
-7.75
Book Value/หุ้น
1.19
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KTIS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+6,501
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+269
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KTIS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
6,500.84
-20.76%
|
8,204.42
+2.09%
|
8,036.39
+6,658.38%
|
118.91
-97.62%
|
5,004.52
+9.28%
|
4,579.40
+195.69%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
269.17
+25.20%
|
214.99
-19.91%
|
268.45
+2,030.56%
|
12.60
-96.06%
|
320.05
-129.89%
|
-1,070.64
-4.29%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-6,766.30
-18.29%
|
-8,280.65
+1.29%
|
-8,174.94
+75.90%
|
-4,647.43
-4.51%
|
-4,866.73
+38.02%
|
-3,525.98
+708.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
3.70
-97.33%
|
138.76
+6.82%
|
129.90
-72.16%
|
466.55
+1.90%
|
457.83
-2,757.17%
|
-17.23
+192.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
118.45
-62.51%
|
315.94
-17.57%
|
383.27
+15.43%
|
332.04
+19.55%
|
277.74
-5.84%
|
294.96
-1.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
109.66
-7.42%
|
118.45
-62.51%
|
315.94
-17.57%
|
383.27
+15.43%
|
332.04
+19.55%
|
277.74
-5.84%
|