บริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
1.80
0.02 (1.10%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4247 out_tok=1989 at=2026-07-25T19:18:17 -->
# KTIS ขาดทุนสุทธิ Q1/2565 พุ่ง 21% รับต้นทุนอ้อยสูง-รายได้ธุรกิจอื่นวูบ
## รายได้รวมโต 17.5% แต่ธุรกิจหลักเผชิญแรงกดดัน ต้นทุนอ้อยพุ่งกระทบ GPM ขณะที่รายได้เยื่อกระดาษ-เอทานอลหดตัว
บริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KTIS รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 (สิ้นสุด 31 ธันวาคม 2564) โดยขาดทุนสุทธิ 359.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโตถึง 17.5% เป็น 1,847.4 ล้านบาท แต่ปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและรายได้จากธุรกิจอื่นที่ลดลง ส่งผลกระทบต่อผลกำไรโดยรวม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ KTIS ในไตรมาส 1 ปี 2565 ขาดทุนเพิ่มขึ้น คือ **ต้นทุนอ้อยที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของธุรกิจน้ำตาลทราย แม้ว่ารายได้จากการขายน้ำตาลทรายและกากน้ำตาลจะเพิ่มขึ้นจากทั้งปริมาณและราคาขายเฉลี่ย แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ นอกจากนี้ การลดลงของรายได้จากธุรกิจเยื่อกระดาษจากชานอ้อยและธุรกิจเอทานอล ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่กดดันผลประกอบการ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **ต้นทุนอ้อยขั้นต้นปรับสูงขึ้น** จาก 920 บาทต่อตันอ้อย (ที่ความหวาน 10 ซี.ซี.เอส.) ในฤดูการผลิตปี 2563/2564 เป็น 1,070 บาทต่อตันอ้อย ในฤดูการผลิตปี 2564/2565 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 16.3% โดยตรงนี้ส่งผลให้ต้นทุนขายและบริการรวมเพิ่มขึ้น 20.2% เป็น 1,861.9 ล้านบาท ขณะเดียวกัน รายได้จากธุรกิจเยื่อกระดาษจากชานอ้อยลดลงถึง 68.5% เนื่องจากปริมาณการขายในต่างประเทศลดลง และรายได้จากธุรกิจเอทานอลลดลง 15.0% จากปริมาณขายที่ลดลง นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารก็เพิ่มขึ้น 12.5% จากค่าขนส่ง ค่าพาหนะ ค่าใช้จ่ายในการส่งออก และค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าต้นทุนอ้อยที่สูงขึ้นจะเป็นปัจจัยหลักในไตรมาสนี้ แต่เอกสารไม่ได้ระบุแนวโน้มราคาอ้อยในอนาคตอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม การที่ฤดูการผลิตปี 2564/2565 มีต้นทุนอ้อยสูงขึ้นกว่าปีก่อน เป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง ส่วนการลดลงของรายได้จากธุรกิจเยื่อกระดาษและเอทานอล อาจเป็นผลจากสภาวะตลาดและปริมาณการขายที่ผันผวน ซึ่งต้องติดตามแนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจเหล่านี้ในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 21.0% YoY:** อยู่ที่ 359.3 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2565
* **รายได้รวมเติบโต 17.5% YoY:** อยู่ที่ 1,847.4 ล้านบาท
* **ต้นทุนอ้อยขั้นต้นสูงขึ้น:** จาก 920 บาท/ตัน เป็น 1,070 บาท/ตัน ส่งผลให้ต้นทุนขายและบริการเพิ่ม 20.2%
* **รายได้ธุรกิจเยื่อกระดาษลดลง 68.5%:** จากปริมาณขายในต่างประเทศที่ลดลง
* **รายได้ธุรกิจเอทานอลลดลง 15.0%:** จากปริมาณขายที่ลดลง
* **มีกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมตราสารอนุพันธ์:** ส่งผลให้รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 523.8%
## ภาพรวมผลประกอบการ
KTIS รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 ขาดทุนสุทธิ 359.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 296.9 ล้านบาท แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโต 17.5% เป็น 1,847.4 ล้านบาท แต่ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 20.2% เป็น 1,861.9 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าอ้อยที่สูงขึ้น ประกอบกับการลดลงของรายได้จากธุรกิจเยื่อกระดาษและเอทานอล ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นถูกกดดัน
## โอกาส
* **รายได้จากการขายน้ำตาลทรายและกากน้ำตาลเพิ่มขึ้น:** ได้รับแรงหนุนจากทั้งปริมาณการขายและราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น
* **รายได้อื่นเติบโตโดดเด่น:** เพิ่มขึ้น 523.8% จากกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์ และรายได้อื่นๆ
* **รายได้จากการให้บริการจักรกลทางการเกษตร:** เพิ่มขึ้น 403.5% เป็นปัจจัยบวกจากธุรกิจอื่น
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบ (อ้อย) ที่สูงขึ้น:** เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจหลักอย่างต่อเนื่อง
* **ปริมาณการขายธุรกิจเยื่อกระดาษและเอทานอลลดลง:** ส่งผลกระทบต่อรายได้รวมของบริษัท
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น:** จากค่าขนส่ง ค่าพาหนะ ค่าใช้จ่ายในการส่งออก และค่าเสื่อมราคา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาอ้อยและต้นทุนวัตถุดิบในฤดูการผลิตถัดไป
* การฟื้นตัวของปริมาณการขายในธุรกิจเยื่อกระดาษจากชานอ้อย โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ
* แนวโน้มปริมาณการขายและราคาขายเอทานอล
* ผลกระทบจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นต่ออัตรากำไร
* ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและผลกระทบต่อรายได้จากการส่งออก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ธุรกิจน้ำตาลทราย:** รายได้สายธุรกิจน้ำตาลทรายเพิ่มขึ้น 8.3% จากปริมาณการขายน้ำตาลทรายและกากน้ำตาลที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนอ้อยที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไร
* **ธุรกิจเยื่อกระดาษจากชานอ้อย:** รายได้ลดลง 68.5% เนื่องจากปริมาณการขายในต่างประเทศลดลง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของรายได้ในธุรกิจนี้
* **ธุรกิจเอทานอล:** รายได้ลดลง 15.0% จากปริมาณขายที่ลดลง สะท้อนสภาวะตลาดหรือกำลังการผลิต
* **ธุรกิจไฟฟ้า:** รายได้ลดลง 6.0% จากปริมาณการขายไฟฟ้าที่ลดลง
* **ธุรกิจอื่น:** รายได้จากการขายและการให้บริการอื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 403.5% โดยเฉพาะจากการให้บริการจักรกลทางการเกษตร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท
## สรุปท้าย
KTIS เผชิญความท้าทายในไตรมาส 1 ปี 2565 ด้วยการขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้น แม้รายได้รวมจะเติบโต ปัจจัยหลักมาจากต้นทุนอ้อยที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจน้ำตาลทราย ขณะที่ธุรกิจเยื่อกระดาษและเอทานอลก็เผชิญกับปริมาณการขายที่ลดลง อย่างไรก็ตาม รายได้อื่นที่เติบโตโดดเด่นจากการให้บริการจักรกลทางการเกษตร และกำไรจากตราสารอนุพันธ์ เป็นปัจจัยบวกที่เข้ามาช่วยบรรเทาผลกระทบ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและทิศทางของธุรกิจหลักในไตรมาสถัดไปอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KTIS ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
4,058.08
ล้านบาท
↑ 11.8% YoY
กำไรขั้นต้น
-383.77
ล้านบาท
↓ 7018.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-9.46
%
กำไรสุทธิ
-1,403.67
ล้านบาท
↓ 963.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-34.59
%
D/E Ratio
1.60
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,058
↑ + 11.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-384
↓ -7018.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,404
↓ -963.3%
YoY
D/E Ratio
1.60
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KTIS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.60
ROE (%)
-21.05
ROA (%)
-7.75
Book Value/หุ้น
1.19
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KTIS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+6,501
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+269
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KTIS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
6,500.84
-20.76%
|
8,204.42
+2.09%
|
8,036.39
+6,658.38%
|
118.91
-97.62%
|
5,004.52
+9.28%
|
4,579.40
+195.69%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
269.17
+25.20%
|
214.99
-19.91%
|
268.45
+2,030.56%
|
12.60
-96.06%
|
320.05
-129.89%
|
-1,070.64
-4.29%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-6,766.30
-18.29%
|
-8,280.65
+1.29%
|
-8,174.94
+75.90%
|
-4,647.43
-4.51%
|
-4,866.73
+38.02%
|
-3,525.98
+708.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
3.70
-97.33%
|
138.76
+6.82%
|
129.90
-72.16%
|
466.55
+1.90%
|
457.83
-2,757.17%
|
-17.23
+192.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
118.45
-62.51%
|
315.94
-17.57%
|
383.27
+15.43%
|
332.04
+19.55%
|
277.74
-5.84%
|
294.96
-1.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
109.66
-7.42%
|
118.45
-62.51%
|
315.94
-17.57%
|
383.27
+15.43%
|
332.04
+19.55%
|
277.74
-5.84%
|