บริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
1.80
0.02 (1.10%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4555 out_tok=2240 at=2026-07-25T19:49:30 -->
# KTIS Q3/2565 ขาดทุนลด 96.5% รับรายได้น้ำตาล-ไฟฟ้าพุ่ง
## รายได้รวมโต 17% สวนทางธุรกิจเยื่อกระดาษ-เอทานอลหดตัว
บริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KTIS รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 มีผลขาดทุนสุทธิ 14.9 ล้านบาท ลดลงถึง 96.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 422.4 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวมที่เติบโต 17.0% เป็น 4,274.1 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณและราคาขายน้ำตาลทรายต่างประเทศ รวมถึงการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ KTIS ในไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกจากขาดทุนจำนวนมากมาสู่การขาดทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การฟื้นตัวของรายได้จากการขายน้ำตาลทรายต่างประเทศ และการเติบโตของรายได้จากการขายไฟฟ้า** ซึ่งสามารถชดเชยผลกระทบจากธุรกิจเยื่อกระดาษและเอทานอลที่หดตัวได้ โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 17.0% YoY ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ได้รับแรงหนุนจากราคาขายที่สูงขึ้นในบางกลุ่มผลิตภัณฑ์
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจน้ำตาลทราย:** รายได้ในส่วนนี้เพิ่มขึ้น 24.3% เป็นผลมาจากทั้งปริมาณการขายน้ำตาลทรายต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น และราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น นอกจากนี้ รายได้จากการขายกากน้ำตาลก็ปรับตัวสูงขึ้นทั้งปริมาณและราคาขายเฉลี่ย
* **ธุรกิจไฟฟ้า:** รายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 42.9% จากทั้งปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น และราคาขายต่อหน่วยที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจเยื่อกระดาษ:** รายได้ลดลง 64.8% เนื่องจากปริมาณการขายเยื่อกระดาษจากชานอ้อยทั้งในประเทศและต่างประเทศลดลง
* **ธุรกิจเอทานอล:** รายได้ลดลง 28.0% จากปริมาณการขายเอทานอลที่ลดลง
* **รายได้อื่น:** เพิ่มขึ้น 150.0% จากกำไรจากการซื้อขายน้ำตาลล่วงหน้าและรายได้อื่นๆ
แม้ต้นทุนขายและบริการจะเพิ่มขึ้น 1.0% แต่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารที่ลดลง 32.3% โดยเฉพาะค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญและหนี้สูญ รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านทรัพยากรบุคคล ทำให้ภาพรวมผลประกอบการดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีผลขาดทุนจากการปรับมูลค่าปัจจุบันของตราสารอนุพันธ์ 359.8 ล้านบาท และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 130.2 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันผลกำไร
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าปัจจัยบวกจากราคาน้ำตาลทรายและราคาไฟฟ้าที่สูงขึ้นจะเป็นปัจจัยสำคัญในไตรมาสนี้ แต่ความผันผวนของราคา Commodity และอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ การฟื้นตัวของธุรกิจเยื่อกระดาษและเอทานอลยังเป็นประเด็นสำคัญที่จะส่งผลต่อผลประกอบการในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 96.5% YoY:** จาก 422.4 ล้านบาทใน Q3/2564 เหลือ 14.9 ล้านบาทใน Q3/2565
* **รายได้รวมเติบโต 17.0% YoY:** แตะ 4,274.1 ล้านบาท
* **รายได้น้ำตาลทรายพุ่ง 24.3%:** จากปริมาณและราคาขายต่างประเทศที่สูงขึ้น
* **รายได้ไฟฟ้าเพิ่ม 42.9%:** จากปริมาณและราคาขายต่อหน่วยที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจเยื่อกระดาษและเอทานอลหดตัว:** รายได้ลดลง 64.8% และ 28.0% ตามลำดับ
* **ขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์และอัตราแลกเปลี่ยน:** เป็นปัจจัยกดดันผลกำไร
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีรายได้รวมในไตรมาส 3 ปี 2565 จำนวน 4,274.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.0% จากไตรมาสเดียวกันของปี 2564 โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 4,160.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.4% ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณอ้อยในฤดูการผลิต 2564/2565 ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปริมาณวัตถุดิบสำหรับธุรกิจน้ำตาลทรายและธุรกิจอุตสาหกรรมต่อเนื่องเพิ่มขึ้น
ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 1.0% เป็น 3,892.7 ล้านบาท ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารลดลง 32.3% เป็น 276.9 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายต่างๆ
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีผลขาดทุนจากการปรับมูลค่าปัจจุบันของตราสารอนุพันธ์ 359.8 ล้านบาท และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 130.2 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิ 14.9 ล้านบาท
## โอกาส
* **ราคาน้ำตาลทรายในตลาดโลก:** มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้และกำไรของธุรกิจน้ำตาลทราย
* **ความต้องการไฟฟ้า:** การเพิ่มขึ้นของปริมาณและราคาขายไฟฟ้าเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ในส่วนนี้
* **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** การควบคุมต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคา Commodity:** ราคาอ้อย น้ำตาลทราย และเอทานอล อาจผันผวนตามปัจจัยอุปทานและอุปสงค์ในตลาดโลก
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของค่าเงินบาท อาจส่งผลกระทบต่อผลขาดทุนหรือกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **ผลกระทบจากตราสารอนุพันธ์:** การปรับมูลค่าตราสารอนุพันธ์อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรในแต่ละไตรมาส
* **ปริมาณผลผลิต:** สภาพอากาศและปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ อาจส่งผลต่อปริมาณอ้อยและผลผลิตทางการเกษตร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาขายน้ำตาลทรายและกากน้ำตาลในตลาดโลก
* ปริมาณการขายและราคาขายไฟฟ้า
* ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
* การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* แนวโน้มผลประกอบการของธุรกิจเยื่อกระดาษและเอทานอล
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาขายน้ำตาลทรายต่างประเทศเฉลี่ยสูงขึ้น และราคาขายกากน้ำตาลเฉลี่ยสูงขึ้น เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อรายได้
* **Volume:** ปริมาณการขายน้ำตาลทรายต่างประเทศเพิ่มขึ้น และปริมาณการขายกากน้ำตาลเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณการขายเยื่อกระดาษและเอทานอลลดลง
* **GPM:** แม้ต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของราคาขายในบางกลุ่มผลิตภัณฑ์ช่วยหนุน GPM โดยรวม
* **ช่องทางขาย:** การขายน้ำตาลทรายต่างประเทศเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก
* **สต็อก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลในเอกสาร
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 130.2 ล้านบาท
* **ฤดูกาลผลิต:** ฤดูการผลิต 2564/2565 มีปริมาณอ้อยเพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อวัตถุดิบ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **ต้นทุนขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 1.0% เป็น 3,892.7 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร:** ลดลง 32.3% เป็น 276.9 ล้านบาท
* **ขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์:** 359.8 ล้านบาท
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** 130.2 ล้านบาท
* **ผลประโยชน์ภาษีเงินได้:** 52.3 ล้านบาท
(หมายเหตุ: เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับสินทรัพย์ หนี้สิน D/E หรือกระแสเงินสดโดยตรง)
## สรุปท้าย
KTIS ในไตรมาส 3 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการพลิกฟื้นที่ชัดเจนจากการขาดทุนจำนวนมาก โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากรายได้ที่เติบโตจากการขายน้ำตาลทรายและไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากธุรกิจเยื่อกระดาษและเอทานอลที่หดตัว รวมถึงผลกระทบจากตราสารอนุพันธ์และอัตราแลกเปลี่ยน แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพช่วยลดผลขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมาก นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคา Commodity และอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงการฟื้นตัวของธุรกิจอื่นๆ เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KTIS ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
4,058.08
ล้านบาท
↑ 11.8% YoY
กำไรขั้นต้น
-383.77
ล้านบาท
↓ 7018.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-9.46
%
กำไรสุทธิ
-1,403.67
ล้านบาท
↓ 963.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-34.59
%
D/E Ratio
1.60
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,058
↑ + 11.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-384
↓ -7018.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,404
↓ -963.3%
YoY
D/E Ratio
1.60
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KTIS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.60
ROE (%)
-21.05
ROA (%)
-7.75
Book Value/หุ้น
1.19
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KTIS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+6,501
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+269
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KTIS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
6,500.84
-20.76%
|
8,204.42
+2.09%
|
8,036.39
+6,658.38%
|
118.91
-97.62%
|
5,004.52
+9.28%
|
4,579.40
+195.69%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
269.17
+25.20%
|
214.99
-19.91%
|
268.45
+2,030.56%
|
12.60
-96.06%
|
320.05
-129.89%
|
-1,070.64
-4.29%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-6,766.30
-18.29%
|
-8,280.65
+1.29%
|
-8,174.94
+75.90%
|
-4,647.43
-4.51%
|
-4,866.73
+38.02%
|
-3,525.98
+708.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
3.70
-97.33%
|
138.76
+6.82%
|
129.90
-72.16%
|
466.55
+1.90%
|
457.83
-2,757.17%
|
-17.23
+192.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
118.45
-62.51%
|
315.94
-17.57%
|
383.27
+15.43%
|
332.04
+19.55%
|
277.74
-5.84%
|
294.96
-1.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
109.66
-7.42%
|
118.45
-62.51%
|
315.94
-17.57%
|
383.27
+15.43%
|
332.04
+19.55%
|
277.74
-5.84%
|