บริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
1.80
0.02 (1.10%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4501 out_tok=2772 at=2026-07-25T20:01:45 -->
# KTIS Q1/2566 กำไรสุทธิพุ่ง 65.3% รับรายได้น้ำตาล-ไฟฟ้าโต
## รายได้รวมโต 15% รับอานิสงส์ปริมาณอ้อยเพิ่ม-ราคาเฉลี่ยสูงขึ้น ขณะที่ธุรกิจเอทานอลเผชิญแรงกดดัน
บริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KTIS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 (สิ้นสุด 31 มีนาคม 2566) มีกำไรสุทธิ 1,139.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 6,392.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.0% เป็นผลจากปริมาณอ้อยในฤดูการผลิต 2565/2566 ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อธุรกิจน้ำตาลทรายและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ขณะที่ธุรกิจเอทานอลยังคงเผชิญความท้าทาย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ KTIS ในไตรมาส 2 ปี 2566 ให้เติบโตถึง 65.3% มาจาก **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการ 16.5%** โดยเฉพาะใน **ธุรกิจน้ำตาลทรายและธุรกิจไฟฟ้า** ซึ่งได้รับแรงหนุนจากทั้งปริมาณการขายและราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น ประกอบกับการที่บริษัทฯ มี **กำไรจากการซื้อขายน้ำตาลล่วงหน้า** ในปีก่อน ซึ่งในไตรมาสนี้ไม่มีรายการดังกล่าว ส่งผลให้ตัวเลขเปรียบเทียบดูโดดเด่น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจน้ำตาลทราย:** ปริมาณอ้อยในฤดูการผลิต 2565/2566 ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปริมาณวัตถุดิบในการผลิตน้ำตาลทรายเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ประกอบกับราคาขายเฉลี่ยของน้ำตาลทรายและกากน้ำตาลที่สูงขึ้น ทำให้รายได้จากธุรกิจนี้เพิ่มขึ้น 16.0%
* **ธุรกิจไฟฟ้า:** รายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 75.5% เป็นผลมาจากทั้งปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และราคาขายต่อหน่วยที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจเยื่อกระดาษจากชานอ้อย:** รายได้เพิ่มขึ้น 9.3% จากปริมาณการขายในประเทศที่เพิ่มขึ้น และราคาขายเฉลี่ยในประเทศที่สูงขึ้น
* **รายการพิเศษ:** ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทฯ มีกำไรจากการซื้อขายน้ำตาลล่วงหน้า 89.7 ล้านบาท ซึ่งในไตรมาส 2 ปี 2566 ไม่มีรายการนี้ ทำให้ตัวเลขกำไรสุทธิเปรียบเทียบกับปีก่อนดูโดดเด่นขึ้น
อย่างไรก็ตาม **ธุรกิจเอทานอล** มีรายได้ลดลง 22.7% เนื่องจากปริมาณขายเอทานอลลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการโดยรวม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่นเมื่อเทียบกับปีก่อน มาจากการเปรียบเทียบกับฐานที่ต่ำในปีก่อน โดยเฉพาะการที่ปีก่อนมีกำไรจากการซื้อขายน้ำตาลล่วงหน้า ในขณะที่ปีนี้ไม่มีรายการดังกล่าว แม้ว่ารายได้จากธุรกิจน้ำตาลทรายและไฟฟ้าจะเติบโตได้ดี แต่การเปลี่ยนแปลงของราคา commodity และปริมาณการผลิตในฤดูกาลถัดไปยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ส่วนธุรกิจเอทานอลยังคงเผชิญความท้าทายจากปริมาณขายที่ลดลง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2566 พุ่ง 65.3% YoY** แตะ 1,139.6 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q2/2566 โต 15.0% YoY** อยู่ที่ 6,392.0 ล้านบาท
* **รายได้ธุรกิจน้ำตาลทรายเพิ่ม 16.0%** จากปริมาณขายและราคาเฉลี่ยที่สูงขึ้น
* **รายได้ธุรกิจไฟฟ้าโตแกร่ง 75.5%** จากปริมาณและราคาขายต่อหน่วยที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจเอทานอลรายได้หด 22.7%** จากปริมาณขายลดลง
* **ขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์ 353.6 ล้านบาท** และขาดทุนจากการซื้อขายน้ำตาลล่วงหน้า 100.5 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีรายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2566 จำนวน 6,392.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.0% จาก 5,558.2 ล้านบาท ในไตรมาสเดียวกันของปี 2565 โดยมีรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 16.5% เป็น 5,951.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากปริมาณอ้อยในฤดูการผลิต 2565/2566 ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปริมาณวัตถุดิบสำหรับธุรกิจน้ำตาลทรายและอุตสาหกรรมต่อเนื่องเพิ่มขึ้น
ในส่วนของต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 5.0% เป็น 4,186.1 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารเพิ่มขึ้น 8.8% เป็น 558.9 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าขนส่ง ค่าใช้จ่ายในการส่งออกน้ำตาลทราย ค่าฝากน้ำตาลทรายและกากน้ำตาล ค่าพาหนะและเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น
บริษัทฯ ขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์ 353.6 ล้านบาท และขาดทุนจากการซื้อขายน้ำตาลล่วงหน้า 100.5 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ เทียบกับปีก่อนที่ขาดทุน 376.4 ล้านบาท และมีกำไรจากการซื้อขายน้ำตาลล่วงหน้า 89.7 ล้านบาท ตามลำดับ
สำหรับภาษีเงินได้ บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 21.7 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2566 เทียบกับผลประโยชน์ภาษีเงินได้ 66.5 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปี 2565 เนื่องจากมีภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มขึ้น และภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีลดลง
ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 1,139.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.3% เมื่อเทียบกับ 689.5 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **ปริมาณอ้อยที่เพิ่มขึ้น:** ฤดูการผลิต 2565/2566 ที่มีปริมาณอ้อยเพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อปริมาณวัตถุดิบสำหรับธุรกิจหลักของบริษัทฯ
* **ราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น:** ราคาขายเฉลี่ยของน้ำตาลทราย กากน้ำตาล และเยื่อกระดาษจากชานอ้อยที่ปรับตัวสูงขึ้น ช่วยเพิ่มรายได้และอัตรากำไร
* **การเติบโตของธุรกิจไฟฟ้า:** ปริมาณและราคาขายไฟฟ้าที่สูงขึ้น เป็นโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรที่มั่นคง
* **การขยายธุรกิจต่อเนื่อง:** การเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจเยื่อกระดาษจากชานอ้อย และการให้บริการอื่นๆ เช่น การให้บริการจักรกลทางการเกษตร การขายปุ๋ย และยาปราบศัตรูพืช
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์:** ราคาขายน้ำตาลทรายและกากน้ำตาลมีความผันผวนตามกลไกตลาดโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไร
* **ปริมาณการขายเอทานอลที่ลดลง:** ธุรกิจเอทานอลยังคงเผชิญความท้าทายจากปริมาณขายที่ลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการ
* **ความเสี่ยงจากตราสารอนุพันธ์:** การขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์ และการซื้อขายน้ำตาลล่วงหน้า อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรในแต่ละไตรมาส
* **ต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น:** ค่าขนส่ง ค่าใช้จ่ายในการส่งออก และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **สภาพอากาศ:** การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตอ้อยในฤดูกาลถัดไป
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาขายน้ำตาลทรายและกากน้ำตาลในตลาดโลก
* ปริมาณผลผลิตอ้อยในฤดูกาลผลิตถัดไป และการบริหารจัดการวัตถุดิบ
* ทิศทางราคาขายและปริมาณการขายไฟฟ้า
* แนวโน้มการฟื้นตัวหรือการปรับตัวของธุรกิจเอทานอล
* ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนต่อรายได้จากการส่งออก
* การบริหารจัดการความเสี่ยงจากตราสารอนุพันธ์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาขายเฉลี่ยของน้ำตาลทรายและกากน้ำตาลปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ของบริษัทฯ ในส่วนของธุรกิจน้ำตาลทราย
**Volume:** ปริมาณอ้อยในฤดูการผลิต 2565/2566 เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปริมาณวัตถุดิบสำหรับธุรกิจน้ำตาลทรายและอุตสาหกรรมต่อเนื่องเพิ่มขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ปริมาณขายเอทานอลลดลง
**GPM:** แม้ว่าต้นทุนขายและบริการจะเพิ่มขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ยในหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะน้ำตาลทรายและไฟฟ้า ช่วยหนุนรายได้ให้เติบโตได้ดี อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร เช่น ค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายในการส่งออก อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
**ช่องทางขาย:** รายได้จากการขายในประเทศเพิ่มขึ้นในธุรกิจเยื่อกระดาษจากชานอ้อย ขณะที่การส่งออกน้ำตาลทรายยังคงเป็นช่องทางสำคัญ
**สต็อก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับสต็อกสินค้าโดยตรง
**อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** มีการกล่าวถึงค่าใช้จ่ายในการส่งออกน้ำตาลทรายและกากน้ำตาลที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจสะท้อนถึงปริมาณการส่งออกที่ยังคงมีอยู่ แต่ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง
**ฤดูกาลผลิต:** ฤดูการผลิตอ้อย 2565/2566 ที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลดีต่อผลประกอบการในไตรมาสนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ ในไตรมาส 2 ปี 2566 โดยตรง
## สรุปท้าย
KTIS โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่ง 65.3% จากการเพิ่มขึ้นของรายได้รวม 15.0% ซึ่งได้รับแรงหนุนหลักจากธุรกิจน้ำตาลทรายและธุรกิจไฟฟ้าที่เติบโตได้ดีจากทั้งปริมาณขายและราคาเฉลี่ยที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม การเปรียบเทียบกับปีก่อนที่สูงเด่นชัดนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการที่ปีก่อนมีกำไรพิเศษจากการซื้อขายน้ำตาลล่วงหน้า ในขณะที่ปีนี้ไม่มีรายการดังกล่าว ขณะที่ธุรกิจเอทานอลยังคงเผชิญความท้าทายจากปริมาณขายที่ลดลง นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคา commodity และปริมาณผลผลิตในฤดูกาลถัดไป รวมถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงจากตราสารอนุพันธ์ เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KTIS ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
4,058.08
ล้านบาท
↑ 11.8% YoY
กำไรขั้นต้น
-383.77
ล้านบาท
↓ 7018.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-9.46
%
กำไรสุทธิ
-1,403.67
ล้านบาท
↓ 963.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-34.59
%
D/E Ratio
1.60
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,058
↑ + 11.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-384
↓ -7018.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,404
↓ -963.3%
YoY
D/E Ratio
1.60
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KTIS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.60
ROE (%)
-21.05
ROA (%)
-7.75
Book Value/หุ้น
1.19
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KTIS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+6,501
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+269
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KTIS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
6,500.84
-20.76%
|
8,204.42
+2.09%
|
8,036.39
+6,658.38%
|
118.91
-97.62%
|
5,004.52
+9.28%
|
4,579.40
+195.69%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
269.17
+25.20%
|
214.99
-19.91%
|
268.45
+2,030.56%
|
12.60
-96.06%
|
320.05
-129.89%
|
-1,070.64
-4.29%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-6,766.30
-18.29%
|
-8,280.65
+1.29%
|
-8,174.94
+75.90%
|
-4,647.43
-4.51%
|
-4,866.73
+38.02%
|
-3,525.98
+708.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
3.70
-97.33%
|
138.76
+6.82%
|
129.90
-72.16%
|
466.55
+1.90%
|
457.83
-2,757.17%
|
-17.23
+192.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
118.45
-62.51%
|
315.94
-17.57%
|
383.27
+15.43%
|
332.04
+19.55%
|
277.74
-5.84%
|
294.96
-1.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
109.66
-7.42%
|
118.45
-62.51%
|
315.94
-17.57%
|
383.27
+15.43%
|
332.04
+19.55%
|
277.74
-5.84%
|