บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
55.25
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10044 out_tok=2837 at=2026-07-25T19:36:33 -->
# KCE โชว์กำไร Q3/65 พุ่ง 8.47% รับยอดขายโต-Special Grade PCB มาแรง
## รายได้-กำไร Q3/65 เติบโตต่อเนื่อง แม้ปริมาณขายรวมลดลงเล็กน้อย ฝ่ายจัดการชี้ Special Grade PCB และค่าเงินบาทอ่อนหนุนผลประกอบการ
บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 4,633.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 655.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.47% โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของเงินบาท การเพิ่มขึ้นของสัดส่วนการขายสินค้ากลุ่ม Special Grade PCB (HDI) และการปรับราคาลดลงของวัตถุดิบหลักอย่างทองแดง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ KCE ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเติบโตของยอดขายในสกุลเงินบาทที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนการขายผลิตภัณฑ์ Special Grade PCB (HDI) ที่มีอัตราการเติบโตสูง** แม้ว่าปริมาณการขายโดยรวมจะลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** เงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ในไตรมาสนี้ ส่งผลให้การรับรู้รายได้จากการขายในรูปเงินบาทเพิ่มขึ้น 177.7 ล้านบาทเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 287.6 ล้านบาทเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อรายได้และกำไร
2. **การเติบโตของ Special Grade PCB (HDI):** ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Special Grade PCB (HDI) มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีสัดส่วนปริมาณการขายเพิ่มขึ้นถึง 90.92% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และยังคงเพิ่มขึ้น 7.37% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า การเติบโตนี้สะท้อนถึงความสามารถในการตอบสนองความต้องการของตลาดในผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง และมี Backlog Order รองรับ
3. **การปรับลดลงของราคาทองแดง:** แม้ว่าวัตถุดิบหลักอย่างทองแดงจะเริ่มปรับลดราคาลงในช่วงเดือนกันยายน แต่ผลกระทบต่อต้นทุนในไตรมาส 3 ยังมีจำกัด เนื่องจากยังคงใช้วัตถุดิบคงคลังที่มีต้นทุนสูงอยู่ อย่างไรก็ตาม การปรับลดลงของราคาวัตถุดิบนี้มีส่วนช่วยลดต้นทุนสินค้าโดยรวมลง 1.14% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และ 0.80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้น
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของผลิตภัณฑ์ Special Grade PCB (HDI) ที่ยังคงมีความต้องการสูงและมี Backlog Order รองรับ นอกจากนี้ การที่ KCE มีแผนลงทุนก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ มูลค่าประมาณ 8,060 ล้านบาท เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตอีก 1 ล้านตารางฟุตต่อเดือน (รวมเป็น 3.1 ล้านตารางฟุตต่อเดือน) สะท้อนถึงการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั้งจากลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในเดือนมกราคม 2566 และแล้วเสร็จใน 18-20 เดือน แสดงถึงการมองการณ์ไกลในการขยายธุรกิจในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านอัตราแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยที่ผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจมหภาค ส่วนการปรับลดลงของราคาทองแดงอาจมีผลกระทบจำกัดในระยะสั้นเนื่องจากการบริหารสต็อกวัตถุดิบ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/65 อยู่ที่ 4,633.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.30% YoY** โดยยอดขายในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 10.67% YoY
* **กำไรสุทธิ Q3/65 อยู่ที่ 655.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.47% YoY** และเพิ่มขึ้น 14.57% QoQ
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 24.3%** ลดลงจาก 27.2% ใน Q3/64 แต่สูงขึ้นจาก 22.8% ใน Q2/65
* **ปริมาณการขาย PCBs โดยรวมลดลง 3.93% QoQ** แต่ **Special Grade PCB (HDI) มีปริมาณขายเพิ่มขึ้น 90.92% YoY และ 7.37% QoQ**
* **ฝ่ายจัดการอนุมัติโครงการลงทุนก่อสร้างโรงงานใหม่ที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ มูลค่าประมาณ 8,060 ล้านบาท** เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต PCB อีก 1 ล้านตารางฟุตต่อเดือน คาดเริ่มก่อสร้าง ม.ค. 66 แล้วเสร็จใน 18-20 เดือน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 กลุ่มบริษัท KCE มีรายได้จากการขายรวม 4,633.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ายอดขายในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้น 10.67% YoY แต่การอ่อนค่าของเงินบาททำให้การรับรู้รายได้ในรูปเงินบาทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ปริมาณการส่งสินค้า PCBs เพื่อขายโดยรวมลดลง 3.93% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทำให้ลูกค้าปรับลดคำสั่งซื้อสำหรับ Multi-layer PCB อย่างไรก็ตาม ความต้องการสินค้ากลุ่ม Special Grade PCB (HDI) ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 24.3% ลดลงจาก 27.2% ในไตรมาส 3 ปี 2564 เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น แต่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่ 22.8% โดยมีปัจจัยบวกจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลง และการเริ่มปรับราคาลดลงของวัตถุดิบหลักอย่างทองแดง
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเป็น 523.1 ล้านบาท คิดเป็น 11.3% ของยอดขาย เพิ่มขึ้นจาก 10.4% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากค่า Commission ที่ผันแปรตามยอดขายที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายบริหารที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับพนักงาน การวิจัยและพัฒนา รวมถึงผลขาดทุนจากการจำหน่ายทรัพย์สิน
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 655.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 14.57% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
## โอกาส
* **การเติบโตของผลิตภัณฑ์ Special Grade PCB (HDI):** ความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและ Backlog Order ที่มีอยู่ เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มรายได้และกำไร
* **การลงทุนในโรงงานใหม่:** การขยายกำลังการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย จะช่วยรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ทั้งลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่
* **การอ่อนค่าของเงินบาท:** หากแนวโน้มเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยบวกต่อการรับรู้รายได้และกำไรในรูปเงินบาท
* **การปรับลดลงของราคาวัตถุดิบ:** หากราคาทองแดงและวัตถุดิบอื่นๆ ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกอาจส่งผลกระทบต่อคำสั่งซื้อโดยรวม โดยเฉพาะ Multi-layer PCB
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทในอนาคตอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไร
* **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** ความผันผวนของราคาวัตถุดิบหลัก เช่น ทองแดง และค่าไฟฟ้าที่ยังคงมีการปรับเพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **ปัญหาการขนส่ง:** การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ยังคงเป็นปัจจัยที่อาจทำให้การส่งสินค้าล่าช้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มคำสั่งซื้อ:** การเปลี่ยนแปลงของคำสั่งซื้อในกลุ่ม Multi-layer PCB และ Special Grade PCB (HDI)
* **ความคืบหน้าโครงการโรงงานใหม่:** การเริ่มก่อสร้างและการบริหารจัดการโครงการให้เป็นไปตามแผน
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนวัตถุดิบ ค่าไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ทิศทางของค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** การจัดการกับสินค้าคงเหลือที่อาจสูงขึ้นจากการเลื่อนส่งมอบ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
KCE ซึ่งเป็นผู้ผลิตแผ่นพิมพ์วงจรไฟฟ้า (PCB) รายใหญ่ของโลก ได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของผลิตภัณฑ์กลุ่ม Special Grade PCB (HDI) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเทคโนโลยีสูงและมีความต้องการเพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ การที่ปริมาณการขายของผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันและศักยภาพในการเติบโตของบริษัท
การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะทองแดง ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิต PCB เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด แม้ว่าในไตรมาสนี้ราคาจะเริ่มปรับลดลง แต่การบริหารสต็อกวัตถุดิบที่มีต้นทุนสูงยังคงส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นในระยะสั้น
การลงทุนในโรงงานแห่งใหม่ที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อขยายกำลังการผลิตและยกระดับเทคโนโลยีการผลิตให้ทันสมัย ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว และรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่คาดว่าจะยังคงเติบโตต่อไป
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 21,641.3 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากเงินสดที่ลดลง 888.3 ล้านบาท แต่มีลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น
หนี้สินรวมมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 8,714.4 ล้านบาท โดยมีเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาวเพิ่มขึ้น ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (เฉพาะหนี้สินที่มีดอกเบี้ย) เพิ่มขึ้นเป็น 0.33 เท่า จาก 0.27 เท่า ณ สิ้นปี 2564
ส่วนของผู้ถือหุ้นมีมูลค่า 12,926.9 ล้านบาท ลดลง 515.2 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564 ซึ่งเป็นผลมาจากการจ่ายเงินปันผลและการเพิ่มทุนจากโครงการ ESOP
## สรุปท้าย
KCE โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 แข็งแกร่ง ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโต 8.47% YoY เป็นผลมาจากปัจจัยบวกด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลง และการเติบโตอย่างโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ Special Grade PCB (HDI) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนผลกำไร แม้จะเผชิญความท้าทายจากปริมาณการขายรวมที่ลดลงเล็กน้อยและต้นทุนวัตถุดิบที่ยังคงมีผลกระทบ การลงทุนในโรงงานใหม่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการขยายธุรกิจและเตรียมพร้อมรับมือกับโอกาสในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของเศรษฐกิจโลก อัตราแลกเปลี่ยน และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KCE ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
3,049.64
ล้านบาท
↓ 4.3% YoY
กำไรขั้นต้น
558.46
ล้านบาท
↓ 10.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.31
%
กำไรสุทธิ
123.34
ล้านบาท
↓ 56.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.04
%
D/E Ratio
0.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,050
↓ -4.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
558
↓ -10.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
123
↓ -56.2%
YoY
D/E Ratio
0.36
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KCE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.36
ROE (%)
6.19
ROA (%)
5.51
Book Value/หุ้น
10.97
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KCE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,672
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+578
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KCE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,672.19
-27.45%
|
-2,304.73
+17.77%
|
-1,956.97
+394.51%
|
-395.74
-61.42%
|
-1,025.75
-145.15%
|
2,271.62
-671.15%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
578.16
-177.37%
|
-747.22
-390.96%
|
256.81
-59.32%
|
631.31
-7.30%
|
681.05
-326.37%
|
-300.86
-48.68%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
767.84
-75.16%
|
3,091.33
+169.95%
|
1,145.13
-533.56%
|
-264.12
-188.72%
|
297.71
-150.41%
|
-590.56
-72.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-295.58
+90.96%
|
-154.79
-73.28%
|
-579.33
-207.46%
|
539.12
-430.99%
|
-162.88
-111.76%
|
1,385.05
-225.59%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,566.09
-11.36%
|
1,766.78
+54.37%
|
1,144.53
-41.78%
|
1,965.78
-16.08%
|
2,342.44
+144.67%
|
957.40
-30.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,969.26
+25.74%
|
1,566.09
-11.36%
|
1,766.78
+54.37%
|
1,144.53
-41.78%
|
1,965.78
-16.08%
|
2,342.44
-272.75%
|