บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
7.25
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3391 out_tok=2186 at=2026-07-25T18:41:18 -->
# KAMART กำไร Q3/2565 หายเกือบครึ่ง เหลือ 87.58 ล้านบาท รับผลบวกรายได้ขายพุ่ง แต่ไร้รายการพิเศษปีก่อน
## รายได้จากการขายโตกว่า 100% ชดเชยผลขาดทุนจากรายการพิเศษปีก่อนไม่ได้ ฝ่ายจัดการชี้แจงปัจจัยหลัก
บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ KAMART รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 87.58 ล้านบาท ลดลง 49.46% หรือ 85.73 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากการไม่มีรายการหนี้สูญได้รับคืนและเงินชดเชยจำนวนมากเหมือนในปีก่อนได้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ KAMART ในไตรมาส 3 ปี 2565 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การหายไปของรายการพิเศษที่เคยรับรู้ในปี 2564 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกจำนวนมาก** แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งก็ตาม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงของกำไรสุทธิคือ **การเปรียบเทียบกับฐานที่สูงผิดปกติในปี 2564** ซึ่งมีรายการหนี้สูญได้รับคืนและเงินชดเชยผลขาดทุนจำนวน 202.30 ล้านบาท รายการดังกล่าวเป็นเงินที่ได้รับจากการชำระหนี้สินค้างชำระในอดีต เงินชดเชยเงินมัดจำค่าซื้อสินค้า และเงินชดเชยผลขาดทุนจากการขายสินค้าคงเหลือที่เกี่ยวข้องกับโครงการปรับปรุงโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 470 MHz ในปี 2565 ไม่มีรายการพิเศษเหล่านี้ ทำให้กำไรสุทธิลดลง 85.73 ล้านบาท หรือ 49.46%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจาก **การรับรู้รายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (one-time)** ในปี 2564 ซึ่งเป็นผลบวกต่อกำไรอย่างมาก ในขณะที่ปี 2565 เป็นการดำเนินงานปกติ แม้ว่ารายได้จากการขายจะเพิ่มขึ้นถึง 101.95% หรือ 251.96 ล้านบาท มาอยู่ที่ 499.08 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากสินค้าประเภทเครื่องสำอางและสินค้าอุปโภคที่เพิ่มขึ้น รวมถึงรายได้จากการให้เช่าและให้บริการคลังสินค้าที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่การเติบโตของรายได้นี้ไม่เพียงพอที่จะชดเชยรายการพิเศษที่หายไป
นอกจากนี้ ต้นทุนขายและบริการก็เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนการขายที่เพิ่มขึ้น 79.57% หรือ 111.44 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 41.04% หรือ 40.74 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าโฆษณาสินค้าที่เพิ่มขึ้น 12.23 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานที่เพิ่มขึ้นทั้งในส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายบริหาร รวมกันกว่า 13.75 ล้านบาท รวมถึงขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น 4.56 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 124.18%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** การเปลี่ยนแปลงนี้มีลักษณะเป็นครั้งคราว เนื่องจากปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรลดลงคือการหายไปของรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในปี 2564 ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการดำเนินงานปกติ และคาดว่าจะไม่เกิดขึ้นอีกในปี 2565 นี้ การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่งในไตรมาสนี้เป็นสัญญาณที่ดีของการดำเนินงานปกติ แต่ผลกำไรสุทธิในอนาคตจะขึ้นอยู่กับการเติบโตของรายได้และอัตรากำไรจากการดำเนินงานเป็นหลัก
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2565 ลดลง 49.46% YoY** อยู่ที่ 87.58 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีรายการพิเศษรับรู้เหมือนปีก่อน
* **รายได้จากการขายโตโดดเด่น 101.95% YoY** แตะ 499.08 ล้านบาท หนุนโดยสินค้าเครื่องสำอางและสินค้าอุปโภค
* **ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 79.57% YoY** ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 41.04% YoY** จากค่าโฆษณา พนักงาน และขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 124.18% YoY**
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิ 87.58 ล้านบาท ลดลง 85.73 ล้านบาท หรือ 49.46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 173.31 ล้านบาท (คำนวณจาก 87.58 + 85.73) รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 251.96 ล้านบาท หรือ 101.95% เป็น 499.08 ล้านบาท ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 111.44 ล้านบาท หรือ 79.57% เป็น 251.48 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสัดส่วนการขายที่เพิ่มขึ้น แต่เมื่อหักค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 40.74 ล้านบาท หรือ 41.04% เป็น 139.99 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 2.67 ล้านบาท หรือ 124.18% เป็น 4.82 ล้านบาท ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## โอกาส
* **การเติบโตของรายได้จากการขาย:** การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้าประเภทเครื่องสำอางและสินค้าอุปโภค แสดงถึงความสามารถในการขยายตลาดและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ดี
* **รายได้จากการให้เช่าและให้บริการคลังสินค้า:** แม้จะเติบโตไม่มาก แต่เป็นรายได้เสริมที่ช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพารายการพิเศษ:** การที่กำไรสุทธิผันผวนตามรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งคราว แสดงถึงความเปราะบางของผลกำไรจากการดำเนินงานปกติ
* **ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น:** ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น ทั้งค่าโฆษณา ค่าพนักงาน และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะยาว
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงิน:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายทางการเงินอาจเป็นสัญญาณของการมีภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้น หรือต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการขาย:** การเติบโตของรายได้ในไตรมาสต่อไปจะสามารถรักษาโมเมนตัมได้หรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนขายและบริหารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับรายได้
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของค่าเงินบาทจะส่งผลต่อผลประกอบการอย่างไร
* **การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงิน:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายทางการเงินจะส่งผลต่อภาระดอกเบี้ยในอนาคตหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
ในส่วนของรายได้จากการขายสินค้าประเภทเครื่องสำอางและสินค้าอุปโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงการตอบรับที่ดีของตลาดต่อผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่ต้องอาศัยการปรับตัวตามเทรนด์และความต้องการของผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว การเพิ่มขึ้นของค่าโฆษณาสินค้าบ่งชี้ถึงความพยายามในการผลักดันยอดขายและสร้างการรับรู้แบรนด์ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ปกติในธุรกิจนี้
รายได้จากการให้เช่าและให้บริการคลังสินค้าที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แสดงถึงการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังไม่ใช่ปัจจัยขับเคลื่อนหลักของรายได้รวม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
KAMART ในไตรมาส 3 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากกำไรสุทธิที่ลดลงเกือบครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าจะมีรายได้จากการขายที่เติบโตอย่างน่าประทับใจถึงกว่า 100% ปัจจัยหลักมาจากฐานกำไรปีก่อนที่สูงผิดปกติจากการรับรู้รายการพิเศษจำนวนมาก ซึ่งไม่เกิดขึ้นในปีนี้ อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้จากการขายสินค้าเครื่องสำอางและสินค้าอุปโภคเป็นสัญญาณบวกที่น่าจับตา ขณะที่การบริหารจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและค่าใช้จ่ายทางการเงินจะเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KAMART ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
883.51
ล้านบาท
↑ 4.3% YoY
กำไรขั้นต้น
495.28
ล้านบาท
↑ 7.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
56.06
%
กำไรสุทธิ
179.80
ล้านบาท
↑ 17.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
20.35
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
884
↑ + 4.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
495
↑ + 7.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
180
↑ + 17.4%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KAMART
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
20.47
ROA (%)
18.08
Book Value/หุ้น
2.87
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KAMART
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-246
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+250
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KAMART
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-246.41
-8.63%
|
-269.69
+19.98%
|
-224.77
-506.46%
|
55.30
-128.19%
|
-196.14
-178.02%
|
251.40
+160.25%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
250.22
-16.22%
|
298.65
-136.51%
|
-817.94
-303.86%
|
401.22
-1,883.99%
|
-22.49
-41.77%
|
-38.62
+101.78%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
44.20
+43.13%
|
30.88
-98.31%
|
1,830.16
-832.83%
|
-249.74
-518.75%
|
59.64
-127.16%
|
-219.61
+206.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-329.28
+5.20%
|
-312.99
-138.42%
|
814.62
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
557.78
-33.78%
|
842.26
+2,948.35%
|
27.63
-81.80%
|
151.84
+1,539.74%
|
9.26
-42.45%
|
16.09
+104.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
228.50
-59.03%
|
557.78
-33.78%
|
842.26
+2,948.35%
|
27.63
-81.80%
|
151.84
+1,539.74%
|
9.26
-42.45%
|