บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
7.25
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3251 out_tok=2165 at=2026-07-25T18:49:35 -->
# KAMART กำไร Q2/65 พุ่ง 219% รับรายได้ขายโต-คุมต้นทุนได้ดี
## รายได้ขายสินค้ากลุ่มความงาม-อุปโภคพุ่ง 37% หนุนกำไรสุทธิโตแรง ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารจัดการได้ดีแม้มีสำรองฯ
บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ KAMART รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 49.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 219.38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายสินค้ากลุ่มเครื่องสำอางและสินค้าอุปโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ทำได้ดี
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ KAMART ในไตรมาส 2 ปี 2565 ให้เติบโตถึง 219.38% หรือ 34.09 ล้านบาท มาจาก **การเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นของรายได้จากการขายสินค้าประเภทเครื่องสำอางและสินค้าอุปโภคถึง 37.17%** ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่ารายได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
รายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 111.66 ล้านบาท มาจากการขายสินค้ากลุ่มเครื่องสำอางและสินค้าอุปโภคที่เติบโตได้ดี โดยมีสัดส่วนการขายที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นตามมาที่ 33.29% หรือ 54.17 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้ ทำให้ส่วนต่างกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 14.21% หรือ 17.58 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 18.77% ส่วนใหญ่เป็นค่าโฆษณาและส่งเสริมการขายที่สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของยอดขาย และค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 9.14% ซึ่งมีรายการสำรองขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 10.00 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานเพิ่มขึ้น 3.00 ล้านบาท แต่ถูกหักลบด้วยรายการลดลงจากการรื้อถอนอาคาร 9.50 ล้านบาท แม้จะมีค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 90.11% และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 194.79% ตามกำไรที่เพิ่มขึ้น แต่ผลกระทบโดยรวมยังคงทำให้กำไรสุทธิเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้จากการขายสินค้าประเภทเครื่องสำอางและสินค้าอุปโภคเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าหลักของบริษัท การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและส่งเสริมการขายบ่งชี้ถึงการลงทุนเพื่อผลักดันยอดขายในอนาคต อย่างไรก็ตาม การสำรองขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นรายการที่อาจผันผวนได้ในอนาคต จึงต้องติดตามสถานการณ์อัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 219.38%:** KAMART รายงานกำไรสุทธิ 49.62 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2565 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อน
* **รายได้ขายเติบโต 37.17%:** รายได้จากการขายรวม 412.07 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากสินค้ากลุ่มเครื่องสำอางและสินค้าอุปโภค
* **ต้นทุนและค่าใช้จ่ายบริหารจัดการได้ดี:** ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นตามยอดขาย ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่ารายได้
* **มีสำรองขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน:** มีการตั้งสำรองขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 10.00 ล้านบาท แต่ไม่กระทบภาพรวมกำไรที่เติบโต
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ KAMART ในไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้จากการขาย 412.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการขายสินค้าประเภทเครื่องสำอางและสินค้าอุปโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับรายได้จากการให้เช่าและให้บริการคลังสินค้าอยู่ที่ 6.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.54% เมื่อเทียบกับปีก่อน ต้นทุนขายและบริการอยู่ที่ 216.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.29% ตามสัดส่วนการขายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 141.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.21% โดยค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 18.77% จากการลงทุนด้านโฆษณาและส่งเสริมการขาย ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 9.14% ซึ่งมีรายการสำรองขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 10.00 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มขึ้น 3.00 ล้านบาท แต่ลดลงจากรายการรื้อถอนอาคาร 9.50 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 90.11% และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 194.79% ตามกำไรที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 49.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 219.38% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดเครื่องสำอางและสินค้าอุปโภค:** การที่รายได้จากการขายสินค้ากลุ่มนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความต้องการของตลาดที่ยังคงมีอยู่
* **การลงทุนด้านการตลาด:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและส่งเสริมการขาย บ่งชี้ถึงการมุ่งเน้นการสร้างการเติบโตของยอดขายในระยะต่อไป
* **รายได้ค่าเช่าและบริการคลังสินค้า:** การเติบโตของรายได้ส่วนนี้แสดงถึงการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่มีอยู่
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การตั้งสำรองขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคตหากอัตราแลกเปลี่ยนเคลื่อนไหวในทิศทางที่ไม่เอื้ออำนวย
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจเครื่องสำอางและสินค้าอุปโภคมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร
* **ต้นทุนการดำเนินงาน:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและบริการ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร อาจเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการขาย:** ติดตามการเติบโตของรายได้ในไตรมาสถัดไป โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าหลัก
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** จับตาการควบคุมต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพื่อรักษาอัตรากำไร
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** สังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนและผลกระทบต่อการตั้งสำรองฯ
* **แผนการตลาดและการส่งเสริมการขาย:** ประเมินประสิทธิผลของกิจกรรมทางการตลาดที่ลงทุนไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
ในส่วนของรายได้จากการขายสินค้าประเภทเครื่องสำอางและสินค้าอุปโภคที่เพิ่มขึ้น 37.17% ถือเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของธุรกิจบริการด้านค้าปลีกของ KAMART ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในตลาดกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและส่งเสริมการขาย 18.77% แสดงให้เห็นถึงการลงทุนเพื่อขยายฐานลูกค้าและเพิ่มยอดขายอย่างต่อเนื่อง
ส่วนรายได้จากการให้เช่าและให้บริการคลังสินค้าที่เพิ่มขึ้น 23.54% บ่งชี้ถึงการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นอีกช่องทางรายได้ที่สำคัญ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
KAMART โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเติบโตของรายได้จากการขายสินค้ากลุ่มเครื่องสำอางและสินค้าอุปโภคที่แข็งแกร่ง ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ทำได้ดี แม้จะมีการตั้งสำรองขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น แต่ภาพรวมยังคงเป็นบวก โดยมีโอกาสต่อเนื่องจากการลงทุนด้านการตลาดและแนวโน้มตลาดสินค้ากลุ่มหลักที่ยังคงสดใส อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและการแข่งขันในอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KAMART ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
883.51
ล้านบาท
↑ 4.3% YoY
กำไรขั้นต้น
495.28
ล้านบาท
↑ 7.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
56.06
%
กำไรสุทธิ
179.80
ล้านบาท
↑ 17.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
20.35
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
884
↑ + 4.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
495
↑ + 7.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
180
↑ + 17.4%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KAMART
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
20.47
ROA (%)
18.08
Book Value/หุ้น
2.87
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KAMART
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-246
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+250
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KAMART
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-246.41
-8.63%
|
-269.69
+19.98%
|
-224.77
-506.46%
|
55.30
-128.19%
|
-196.14
-178.02%
|
251.40
+160.25%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
250.22
-16.22%
|
298.65
-136.51%
|
-817.94
-303.86%
|
401.22
-1,883.99%
|
-22.49
-41.77%
|
-38.62
+101.78%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
44.20
+43.13%
|
30.88
-98.31%
|
1,830.16
-832.83%
|
-249.74
-518.75%
|
59.64
-127.16%
|
-219.61
+206.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-329.28
+5.20%
|
-312.99
-138.42%
|
814.62
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
557.78
-33.78%
|
842.26
+2,948.35%
|
27.63
-81.80%
|
151.84
+1,539.74%
|
9.26
-42.45%
|
16.09
+104.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
228.50
-59.03%
|
557.78
-33.78%
|
842.26
+2,948.35%
|
27.63
-81.80%
|
151.84
+1,539.74%
|
9.26
-42.45%
|