บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
7.25
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3239 out_tok=2111 at=2026-07-27T10:23:16 -->
# KAMART กำไรสุทธิ Q2/2564 ลดลง 32.74% รับต้นทุน-ค่าใช้จ่ายพุ่ง แม้รายได้ขายโต
## รายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิของ KAMART ในไตรมาส 2/2564
บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ KAMART รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 15.53 ล้านบาท ลดลง 32.74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้จากการขายจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อกำไรมาจากต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ KAMART ในไตรมาส 2/2564 ปรับลดลง 32.74% หรือ 7.56 ล้านบาท มาจาก **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและบริการ และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ถึง 27.56% ก็ตาม โดยกำไรสุทธิอยู่ที่ 15.53 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของ **ต้นทุนขายและบริการ** จำนวน 38.91 ล้านบาท หรือ 31.43% เป็นไปตามสัดส่วนการขายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้นตามยอดขายที่เติบโต
ในขณะเดียวกัน **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร** เพิ่มขึ้นถึง 40.64% หรือ 35.74 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้:
* **ค่าใช้จ่ายในการขาย** เพิ่มขึ้น 13.22 ล้านบาท หรือ 25.45% เป็นไปตามสภาวะตลาด
* **ค่าใช้จ่ายบริหาร** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 22.52 ล้านบาท หรือ 62.57% ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากรายการพิเศษ ได้แก่ ค่ารื้อถอนอาคาร 9.30 ล้านบาท, ค่าฝากสินค้าและกระจายสินค้าจากผู้รับจ้าง 9.50 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายตามสัญญา 6.49 ล้านบาท
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง 0.88 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลง 1.09 ล้านบาท เนื่องจากกำไรสำหรับงวดลดลง ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบต่อกำไรสุทธิได้บ้าง แต่ไม่สามารถชดเชยการเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ทั้งหมด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับรายการค่าใช้จ่ายบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะค่ารื้อถอนอาคาร ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (one-time expense) อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารส่วนอื่น ๆ ที่เพิ่มขึ้นตามสภาวะตลาดและการดำเนินงาน อาจมีแนวโน้มต่อเนื่องได้ ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์การตลาดและการบริหารต้นทุนของบริษัทฯ ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 32.74% YoY:** อยู่ที่ 15.53 ล้านบาท จาก 23.09 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 27.56% YoY:** อยู่ที่ 300.41 ล้านบาท จาก 235.50 ล้านบาท
* **ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 31.43% YoY:** อยู่ที่ 162.71 ล้านบาท ตามยอดขาย
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารพุ่ง 40.64% YoY:** อยู่ที่ 123.68 ล้านบาท โดยมีรายการพิเศษจากการรื้อถอนอาคารและค่าใช้จ่ายตามสัญญา
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาษีเงินได้ลดลง:** ช่วยลดผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขาย 300.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.91 ล้านบาท หรือ 27.56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากการขายสินค้าประเภทเครื่องสำอางและสินค้าอุปโภคที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้จากการให้เช่าและให้บริการคลังสินค้าทรงตัวเท่ากับปีก่อนที่ 5.29 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 38.91 ล้านบาท หรือ 31.43% ตามสัดส่วนการขายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นอาจมีการเปลี่ยนแปลง
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 123.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.74 ล้านบาท หรือ 40.64% ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันผลกำไรสุทธิ โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการรื้อถอนอาคาร ค่าฝากสินค้าและกระจายสินค้า และค่าใช้จ่ายตามสัญญา
ผลจากปัจจัยข้างต้น ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 อยู่ที่ 15.53 ล้านบาท ลดลง 7.56 ล้านบาท หรือ 32.74% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของรายได้จากการขายสินค้า:** การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้าประเภทเครื่องสำอางและสินค้าอุปโภค แสดงให้เห็นถึงความต้องการของตลาดที่ยังคงมีอยู่
* **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** หากบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะเป็นโอกาสในการเพิ่มอัตรากำไรและกำไรสุทธิในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและบริการ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัทอย่างต่อเนื่อง
* **รายการพิเศษที่กระทบค่าใช้จ่าย:** รายการค่าใช้จ่ายพิเศษ เช่น ค่ารื้อถอนอาคาร อาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในแต่ละไตรมาส
* **สภาวะตลาด:** ค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นเป็นไปตามสภาวะตลาด สะท้อนถึงการแข่งขันที่อาจสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการขาย:** การเติบโตของยอดขายสินค้าประเภทเครื่องสำอางและสินค้าอุปโภคในไตรมาสถัดไป
* **การบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการ:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนสินค้าให้สอดคล้องกับยอดขาย
* **การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้
* **การเกิดรายการพิเศษ:** การเกิดขึ้นของค่าใช้จ่ายที่ไม่ปกติในอนาคต
* **ผลกระทบจากสภาวะตลาด:** การปรับตัวต่อการแข่งขันและสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
ในส่วนของการดำเนินงานของ KAMART ในไตรมาส 2/2564 พบว่ารายได้จากการขายสินค้าเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเครื่องสำอางและสินค้าอุปโภคที่เติบโตได้ดี อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและบริการที่สูงกว่าการเติบโตของรายได้เล็กน้อย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นอาจถูกกดดัน
ในด้านค่าใช้จ่ายบริหาร มีรายการพิเศษที่สำคัญคือค่ารื้อถอนอาคาร ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียว แต่ก็มีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าฝากสินค้าและกระจายสินค้าจากผู้รับจ้าง และค่าใช้จ่ายตามสัญญา ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งต้องติดตามว่ารายการเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อเนื่องในระยะยาวหรือไม่
รายได้จากการให้เช่าและให้บริการคลังสินค้าทรงตัว ซึ่งเป็นส่วนที่อาจต้องพิจารณาถึงศักยภาพการเติบโตในอนาคต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด จึงขอข้ามส่วนนี้ไป)
## สรุปท้าย
KAMART ในไตรมาส 2/2564 เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะสามารถผลักดันรายได้จากการขายให้เติบโตได้ดี แต่รายการค่าใช้จ่ายบริหารที่สูงขึ้น โดยเฉพาะรายการพิเศษจากการรื้อถอนอาคาร ได้ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างชัดเจน การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการติดตามสภาวะตลาด จะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูกำไรในอนาคต โดยเฉพาะรายการค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้มีลักษณะเป็นครั้งคราว แต่ค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KAMART ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
883.51
ล้านบาท
↑ 4.3% YoY
กำไรขั้นต้น
495.28
ล้านบาท
↑ 7.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
56.06
%
กำไรสุทธิ
179.80
ล้านบาท
↑ 17.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
20.35
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
884
↑ + 4.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
495
↑ + 7.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
180
↑ + 17.4%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KAMART
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
20.47
ROA (%)
18.08
Book Value/หุ้น
2.87
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KAMART
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-246
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+250
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KAMART
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-246.41
-8.63%
|
-269.69
+19.98%
|
-224.77
-506.46%
|
55.30
-128.19%
|
-196.14
-178.02%
|
251.40
+160.25%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
250.22
-16.22%
|
298.65
-136.51%
|
-817.94
-303.86%
|
401.22
-1,883.99%
|
-22.49
-41.77%
|
-38.62
+101.78%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
44.20
+43.13%
|
30.88
-98.31%
|
1,830.16
-832.83%
|
-249.74
-518.75%
|
59.64
-127.16%
|
-219.61
+206.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-329.28
+5.20%
|
-312.99
-138.42%
|
814.62
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
557.78
-33.78%
|
842.26
+2,948.35%
|
27.63
-81.80%
|
151.84
+1,539.74%
|
9.26
-42.45%
|
16.09
+104.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
228.50
-59.03%
|
557.78
-33.78%
|
842.26
+2,948.35%
|
27.63
-81.80%
|
151.84
+1,539.74%
|
9.26
-42.45%
|